<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/index/id/112</link>
<atom:link href="https://roiet.moc.go.th/th/content/category/index/id/112" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ทองเช้านี้เปิดพุ่ง 350 ตามทองโลก แม้บาทแข็งค่า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/115183</link>
<guid isPermaLink="false">160bd7640818f23419ca56a6c4389b6d</guid>
<pubDate>Wed, 23 Jul 2025 10:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเปิดตลาดเช้านี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานบาททองคำละ 350 ตามตลาดโลก</strong></p>

<p>เมื่อเวลา 09.03 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองคำครั้งแรก ดังนี้</p>

<p>&ndash; ทองคำแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 52,000 บาท ขายออก บาททองคำละ 52,100 บาท</p>

<p>&ndash; ทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 50,952.76 บาท ขายออก บาททองคำละ 52,900.00 บาท</p>

<p>บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ทองโลกยังคงเป็นขาขึ้น หลังจากได้รับแรงหนุนสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า จากการที่ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 1.1% ในปีนี้ เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น และบั่นทอนการใช้จ่ายของผู้บริโภค</p>

<p>ในขณะที่การกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมเกี่ยวกับกรอบเงินกองทุนสำหรับธนาคารขนาดใหญ่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ไม่ได้กล่าวถึงนโยบายการเงินของเฟด เนื่องจากเฟดเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน ในวันที่ 29-30 ก.ค.</p>

<p>อย่างไรก็ตาม นายสก๊อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อคืนนี้ว่า &ldquo;สหรัฐฯ ได้ก้าวไปสู่ระดับใหม่กับจีนแล้ว ซึ่งเป็นระดับที่สร้างสรรค์มาก โดยในขณะนี้ มีกำหนดการเจรจาการค้ากับ รมว.คลังจีน ในวันจันทร์-อังคารหน้า ที่สวีเดน ซึ่งถือเป็นการเจรจารอบที่ 3 เพื่อหารือการขยายกำหนดเส้นตายภาษีการค้าจากเดิมวันที่ 12 ส.ค.&rdquo; แต่ทางฝั่งของอินเดียมีโอกาสน้อยลงที่จะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ก่อนเส้นตายวันที่ 1 ส.ค. ขณะที่ทรัมป์ประกาศบรรลุข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่น ลดภาษีนำเข้าจาก 25% เหลือ 15% ด้านกองทุนฯ SPDR ซื้อทอง 7.74 ตัน รวมสุทธิ 954.8 ตัน</p>

<p>ทั้งนี้ วิเคราะห์ราคาทองว่า ราคาทองโลกกราฟราย 4 ชั่วโมง แสดงถึงแรงซื้อที่สูงและอาจมีการย่อตัวระยะสั้น จึงประเมินว่าหากทองโลกย่อตัวไม่หลุดแนวรับที่ 3,400 ดอลลาร์ ทองโลกอาจอยู่ในระยะขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 3,450 ดอลลาร์</p>

<p>สำหรับราคาทองคำแท่งในประเทศ เป็นขาขึ้นตามทองโลก แต่ค่าเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง จึงแนะนำรอเข้าซื้อสะสมแนวรับที่ระดับ 51,900 บาท และขายทำกำไรหากราคาทดสอบแนวต้านที่ 52,400 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 51,650 บาทลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697603535772.jpg" style="width: 500px; height: 300px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023101873dc5e5da0b92fab6da1b6e7eecc6495113236.jpg' type='image/jpg' length='342830' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าลบ 1.31 จุด เด้งขึ้นก่อนเผชิญแรงขายกดดัชนีย่อตัว แนวโน้มบ่ายคาดแกว่งไซด์เวย์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/114829</link>
<guid isPermaLink="false">b3f51a8306efcbb31b960acc1028aee4</guid>
<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 13:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดเช้านี้ที่ 1,205.27 จุด ลดลง 1.31 จุด (-0.11%) มูลค่าซื้อขายราว 23,360 ล้านบาท</strong></span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>การซื้อขายหุ้นเช้านี้ ดัชนีช่วงต้นดีดขึ้นแรงก่อนย่อลงมาแกว่งในแดนลบ โดยทำระดับสูงสุด 1,217.83 จุด และต่ำสุด 1,199.54 จุด</strong></span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ช่วงแรกปรับขึ้นไปแรงก่อนย่อตัวลง หลังขึ้นมาต่อเนื่องหลายวัน เช้านี้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ถ่วงตลาด จากก่อนหน้านี้มีแรงซื้อเก็งกำไรคาดหวังผลเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ แต่เกิดความกังวลผลประกอบการไตรมาส 2/68 อาจไม่ดี จึงเผชิญแรงขายออกมา</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">รวมทั้งกลุ่มท่องเที่ยว นำโดย MINT ปรับตัวลงกดดันตลาด แม้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/68 อาจออกมาดี แต่อาจ</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">เติบโตน้อยกว่าคาด ทั้งนี้ ช่วงนี้นักลงทุนรอติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/68</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ไร้ปัจจัยใหม่หนุน แนะติดตามความคืบหน้าการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ที่จะมีการเสนอชื่อผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">โดยให้กรอบแนวรับ 1,195 จุด และแนวต้าน 1,210 จุด</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,437.65 ล้านบาท ปิดที่ 136.00 บาท ลดลง 1.50 บาท</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">KTC มูลค่าการซื้อขาย 1,270.15 ล้านบาท ปิดที่ 29.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,043.26 ล้านบาท ปิดที่ 160.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">PTT มูลค่าการซื้อขาย 923.04 ล้านบาท ปิดที่ 32.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">MINT มูลค่าการซื้อขาย 772.54 ล้านบาท ปิดที่ 24.30 บาท ลดลง 0.70 บาท</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.ค. 68)</span></p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 32.10-32.75 จับตาผลเจรจาภาษีทรัมป์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/114822</link>
<guid isPermaLink="false">552197be363f1787f2cbda427b90f01b</guid>
<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 13:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เผยมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.39 บาท/ดอลลาร์ หลังแกว่งตัวแคบ ๆ ในกรอบ 32.36-32.57 บาท/ดอลลาร์</strong></p>

<p>ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ แม้ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ผู้ร่วมตลาดเลือกที่จะสนใจข้อบ่งชี้ที่ว่าอัตราภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า ซึ่งสนับสนุนท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ว่าจะยังคงไม่รีบกลับมาลดดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้</p>

<p>นอกจากนี้ตลาดการเงินปรับตัวผันผวนตามกระแสข่าวที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ วางแผนจะปลดประธานเฟดออกจากตำแหน่งแต่ทรัมป์ได้ปฏิเสธในเวลาต่อมา</p>

<p>ทางด้านเงินเยนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งก่อนการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าพรรคฝ่ายรัฐบาลจะเสียเสียงข้างมากและการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ อาจยากขึ้น ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 4,595 ล้านบาท แต่มียอดขายพันธบัตรสุทธิ 626 ล้านบาท</p>

<p>ในสัปดาห์นี้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาการค้าจะยังเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญ ขณะเดียวกันเราตั้งข้อสังเกตว่าหากนักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อความเป็นอิสระของเฟด ความน่าเชื่อถือด้านนโยบายจะถูกกระทบในวงกว้าง สถานการณ์เช่นนี้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงิน โดยความเสี่ยงที่เฟดจะถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองจะจำกัดการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ สุ่มเสี่ยงจะเผชิญความเสียหายในระยะยาวและจะส่งผลให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve) สหรัฐฯ ชันขึ้นกรณีที่ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการพยายามควบคุมอัตราเงินเฟ้อของเฟดถูกสั่นคลอน นอกจากนี้ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.00% ในวันที่ 24 กรกฎาคม</p>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศ แม้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในเดือนกรกฎาคม และเศรษฐกิจไทยเผชิญมรสุมหลายด้าน แต่เงินบาทกลับแข็งค่าสวนทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในกลุ่มตลาดกำลังพัฒนา ขณะที่ราคาทองคำซึ่งได้รับอานิสงส์จากความเสี่ยงต่าง ๆ อาทิ กรณีเฟดอาจถูกคุกคาม ยังคงมีอิทธิพลต่อค่าเงินบาทในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ต้องติดตามแนวทางเจรจาการค้าต่อไป อนึ่ง รมว.คลังคาดว่าสหรัฐฯ จะลดอัตราภาษีศุลกากรกับไทยจาก 36% เป็นไม่เกิน 20% เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยระบุว่าไทยปรับปรุงข้อเสนออย่างมากในการหารือรอบล่าสุด</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7100929.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ นักลงทุนสับสนมาตรการภาษีทรัมป์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/112972</link>
<guid isPermaLink="false">0583124ca0e1eb36d596952d28065744</guid>
<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 14:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (7 ก.ค.) ท่ามกลางความสับสนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ</p>

<p>ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 39,628.41 จุด ลดลง 182.47 จุด หรือ -0.46%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,808.91 จุด ลดลง 107.15 จุด หรือ -0.45% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,465.05 จุด ลดลง 7.27 จุด หรือ -0.21%</p>

<p>ดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.11% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้บวก 0.19%</p>

<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรซึ่งมีการประกาศครั้งแรกในเดือนเม.ย.นั้น จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. สำหรับประเทศที่ไม่ได้ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ ใกล้จะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับหลายประเทศ และจะแจ้งให้ประเทศอื่น ๆ ทราบถึงการปรับขึ้นอัตราภาษีภายในวันที่ 9 ก.ค.นี้ และอัตราภาษีใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป</p>

<p>ทั้งนี้ แม้การเรียกเก็บภาษีศุลกากรถูกเลื่อนออกไป แต่ก็ไม่สามารถหนุนตลาดหุ้นให้ดีดตัวขึ้นได้ เนื่องจากข้อมูลใหม่นี้ยังขาดรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250707b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f140545.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าลบ 8.48 จุด ผิดหวังเจรจาสหรัฐไร้ข้อสรุป-กลุ่มพลังงานลงตามราคาน้ำมัน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/112971</link>
<guid isPermaLink="false">55040b0cf4f81c58642fd6b72ab40b39</guid>
<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 14:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><em><strong>SET ปิดเช้าวันนี้ 1,111.46 จุด ลดลง 8.48 จุด (-0.76%) มูลค่าซื้อขายราว 16,052 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ ระบุตลาดหุ้นปรับลงรับแรงกดดันจากกลุ่มหุ้นใหญ่ ทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ส่งออก และนิคมฯ จากประเด็นการเจรจาไทย-สหรัฐไร้ข้อสรุป ขณะที่กลุ่มพลังงานลงตามราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Yield play โดยเฉพาะสื่อสารดีดขึ้นประคองตลาด หลังเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 3 เดือนเพิ่มโอกาส กนง.หั่นดอกเบี้ย แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งทรงๆทิศทางพักตัว ให้กรอบแนวรับ 1,100 จุด และแนวต้าน 1,115 จุด</strong></em></h3>

<ul>
	<li>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,111.46 จุด ลดลง 8.48 จุด (-0.76%) มูลค่าซื้อขายราว 16,052 ล้านบาท</li>
</ul>

<ul>
	<li>การซื้อขายช่วงเช้าดัชนีแกว่งในแดนลบ โดยทำระดับสูงสุด 1,117.29 จุด และต่ำสุด 1,107.46 จุด</li>
</ul>

<p>นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้รับแรงขายหุ้นใหญ๋กดดัน อาทิ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่งออก นิคมอุตสาหกรรม จากประเด็นการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐยังไม่ได้ข้อสรุป และกลุ่มพลังงานปรับลงตามราคาน้ำมันหลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) ปรับเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่หุ้นตัวอื่น ๆ ยังรอความชัดเจนจากมาตรภารภาษีการค้าสหรัฐ</p>

<p>อย่างไรก็ตาม แม้จะผิดหวังการเจรจาระหว่างไทย-สหรัฐ แต่ตลาดตอบรับไปพอสมควรแล้ว อีกทั้งเช้านี้การเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เพิ่มโอกาสให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดอัตราดอกเบี้ยได้ 1-2 ครั้งในปีนี้ เป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่ม Yield Play ทั้งสื่อสาร ไฟแนนซ์ และกลุ่ม Domestic ช่วยประคองตลาดได้ดีระดับหนึ่ง แต่ปริมาณการซื้อขายเบาบาง เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีวันหยุดในช่วงกลางสัปดาห์ นักลงทุนอาจลดสถานะลงมาก่อนทำให้ดัชนีแกว่งซึมตัว</p>

<p>แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งทรง ๆ ทิศทางพักตัวลงมา โดยให้กรอบแนวรับ 1,100 จุด และแนวต้าน 1,115 จุด</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<ul>
	<li>TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,102.97 ล้านบาท ปิดที่ 11.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท</li>
</ul>

<ul>
	<li>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,016.55 ล้านบาท ปิดที่ 284.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท</li>
</ul>

<ul>
	<li>KTC มูลค่าการซื้อขาย 985.96 ล้านบาท ปิดที่ 24.80 บาท ลดลง 0.10 บาท</li>
</ul>

<ul>
	<li>DELTA มูลค่าการซื้อขาย 781.85 ล้านบาท ปิดที่ 106.50 บาท ลดลง 3.00 บาท</li>
</ul>

<ul>
	<li>WHA มูลค่าการซื้อขาย 735.85 ล้านบาท ปิดที่ 3.08 บาท ลดลง 0.32 บาท</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.40 ลุ้นผลเจรจาภาษีทรัมป์ คาดกรอบวันนี้ 32.35-32.55 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/112970</link>
<guid isPermaLink="false">655eb78db7e9e44e0911d758c4840ef7</guid>
<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 14:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อน ค่าจากปิดตลาดเย็นวันศุกร์ ที่ระดับ 32.34 บาท/ดอลลาร์</strong></h4>

<p>เงินบาทเช้านี้อ่อนค่า เคลื่อนไหวทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค โดยยังไม่มีปัจจัยใหม่ เนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการ</p>

<p>ทั้งนี้ ตลาดรอติดตามข่าวการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งไทย ว่าสุดท้ายแล้วสหรัฐฯ จะเรียกเก็บ ภาษีนำเข้าสินค้าที่อัตราเท่าไร</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ ไว้ที่ 32.35 &ndash; 32.55 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 144.50 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 144.34 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1770 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1776 ดอลลาร์/ยูโร&nbsp;</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.399 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>กระทรวงพาณิชย์ เตรียมรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนมิ.ย.68 โดยต้องรอดูว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือนมิ.ย.นี้ ยังอยู่ในระดับต่ำและหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 หรือไม่ หลังจากที่เดือนพ.ค. หดตัว -0.57% และเดือน เม.ย.หดตัว -0.22%&nbsp;</li>
	<li>นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า จะนำข้อเสนอและข้อกังวลจากฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วน เกี่ยวข้องกับทั้งอัตราภาษีและการกีดกันทางการค้าอย่างรอบด้านมาประกอบการพิจารณา เพื่อเจรจาในระดับเทคนิค และส่งกลับไปให้ฝ่าย สหรัฐอเมริกาโดยเร็ว แล้วนำไปปรับเงื่อนไขของฝ่ายไทยให้ชัดเจน และสร้างความเข้าใจต่อสหรัฐอเมริกาว่า จะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อไป พร้อมปฏิเสธข่าวที่ว่าสหรัฐฯ จะเก็บภาษีจากไทยในอัตรา 18-36% โดยย้ำว่าขณะนี้การ เจรจายังไม่ได้ข้อสรุป</li>
	<li>ตลาดหุ้น ตลาดน้ำมัน ตลาดทองคำ และตลาดเงินนิวยอร์ก ปิดทำการในวันศุกร์ เนื่องในวันชาติสหรัฐฯ</li>
	<li>รมว.คลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศในเดือน เม.ย. นั้น จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. สำหรับประเทศที่ยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายไปยังประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ โดยเนื้อหาระบุว่าหากประเทศดังกล่าวไม่เร่งดำเนินการใด ๆ แล้ว ในวันที่ 1 ส.ค. นี้ ภาษีศุลกากรของประเทศเหล่านี้นั้นจะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับที่สหรัฐฯ ได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 2 เม.ย.</li>
	<li>China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.0029 หยวน แตะที่ 7.1506 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน</li>
	<li>กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 548,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. หลังจากสมาชิกทั้ง 8 ประเทศของโอเปกพลัสซึ่งได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ได้ทำการทบทวนภาวะตลาด และแนวโน้มทั่วโลก</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนมิ.ย., คณะ กรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 17-18 มิ.ย., จำนวนผู้ขอรับ สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1700765626727.jpg" style="width: 500px; height: 241px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% เช้านี้ หลังโอเปกพลัสเพิ่มผลิตน้ำมันมากกว่าคาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/112969</link>
<guid isPermaLink="false">ec2bc2570e1407e11bef68d6e3e97a14</guid>
<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 14:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ (7 ก.ค.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 548,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 411,000 บาร์เรล/วัน</h3>

<p>ณ เวลา 06.23 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 91 เซนต์ หรือ -1.36% แตะที่ระดับ 66.09 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>โอเปกพลัสมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 548,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. หลังจากสมาชิกทั้ง 8 ประเทศของโอเปกพลัสซึ่งได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ได้ทำการทบทวนภาวะตลาดและแนวโน้มทั่วโลก ในการประชุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (5 ก.ค.)</p>

<p>การเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนส.ค.อยู่ในระดับสูงกว่าที่นักลงทุนในตลาดคาดการณ์ไว้ และถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนพ.ค., มิ.ย. และก.ค.ซึ่งโอเปกพลัสมีมติปรับเพิ่มในอัตราเท่ากันที่ระดับ 411,000 บาร์เรล/วัน</p>

<p>เว็บไซต์ของกลุ่มโอเปกพลัสระบุว่า &ldquo;การตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 548,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค.นั้น พิจารณาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่ยังคงแข็งแกร่งในปัจจุบัน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากสต็อกน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ สำหรับทิศทางในอนาคตนั้น การเพิ่มกำลังการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไปอาจจะยุติลงหรืออาจจะดำเนินการในทางตรงกันข้าม โดยจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด&rdquo;</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โอเปกพลัสมีมติเพิ่มการผลิตน้ำมันสูงถึง 548,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/112968</link>
<guid isPermaLink="false">550ce8180419d315add7297fe6249930</guid>
<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 13:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 548,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. หลังจากสมาชิกทั้ง 8 ประเทศของโอเปกพลัสซึ่งได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ได้ทำการทบทวนภาวะตลาดและแนวโน้มทั่วโลก ในการประชุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (5 ก.ค.)</h3>

<p>การเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนส.ค.อยู่ในระดับสูงกว่าที่นักลงทุนในตลาดคาดการณ์ไว้ และถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนพ.ค., มิ.ย. และก.ค.ซึ่งโอเปกพลัสมีมติปรับเพิ่มในอัตราเท่ากันที่ระดับ 411,000 บาร์เรล/วัน</p>

<p>เว็บไซต์ของกลุ่มโอเปกพลัสระบุว่า &ldquo;การตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 548,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค.นั้น พิจารณาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่ยังคงแข็งแกร่งในปัจจุบัน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากสต็อกน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ สำหรับทิศทางในอนาคตนั้น การเพิ่มกำลังการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไปอาจจะยุติลงหรืออาจจะดำเนินการในทางตรงกันข้าม โดยจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด&rdquo;</p>

<p>โอเปกพลัสได้เปลี่ยนแนวทางอย่างชัดเจนในปีนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการปรับลดกำลังการผลิตรวมกันมากกว่า 5 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นเวลาหลายปี โดยจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนนโยบายเกิดขึ้นในเดือนเม.ย. เมื่อสมาชิก 8 ประเทศในกลุ่มเริ่มทยอยยกเลิกแผนลดกำลังการผลิตรอบล่าสุดที่ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมกับเร่งเพิ่มกำลังผลิตต่อเนื่องในเดือนพ.ค., มิ.ย. และก.ค.</p>

<p>การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายดังกล่าวยังมีเบื้องหลังจากความไม่พอใจของสมาชิกบางประเทศ โดยเฉพาะกรณีของคาซัคสถาน ที่ผลิตเกินเป้าอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศสมาชิกอื่นซึ่งปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดมองว่าเกิดความไม่สมดุลในกลุ่ม นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันคู่แข่งได้เพิ่มการผลิตอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้โอเปกพลัสเร่งทวงคืนส่วนแบ่งตลาด</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดร่วง $5.33 หลังอิหร่านเลี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/110764</link>
<guid isPermaLink="false">5ecb7826521c539513c56780c7436b45</guid>
<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 15:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 7% ในวันจันทร์ (23 มิ.ย.) หลังจากอิหร่านเลือกตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ แทนการดำเนินการใด ๆ ที่จะขัดขวางการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 5.33 ดอลลาร์ หรือ 7.22% ปิดที่ 68.51 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 5.53 ดอลลาร์ หรือ 7.18% ปิดที่ 71.48 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักและกาตาร์ เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่าน อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการโจมตี นอกจากนี้ อิหร่านไม่ได้ตอบโต้ด้วยการขัดขวางการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ก่อนหน้านี้อิหร่านเคยเตือนว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ</p>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท Again Capital กล่าวว่า การไหลเวียนของน้ำมันไม่ใช่เป้าหมายหลักของการโจมตี โดยอิหร่านเลือกที่จะตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หรือพยายามโจมตีเป้าหมายพลเรือนของอิสราเอล</p>

<p>รายงานระบุว่า ไม่พบว่ามีการหยุดชะงักของการขนส่งหรือการผลิตของบริษัทกาตาร์เอนเนอร์จี (QatarEnergy) หลังจากอิหร่านโจมตีในครั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารของสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีการตรวจพบว่าอิหร่านโจมตีฐานทัพทหารในที่อื่น ๆ ของสหรัฐฯ นอกเหนือจากในกาตาร์</p>

<p>ทั้งนี้ กาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก และการขนส่ง LNG ทั้งหมดต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันพุธ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ราคาทองร่วงแรง 550 บาท รับข่าวอิสราเอล-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/110761</link>
<guid isPermaLink="false">952f8a482793c6ad92467bc78621593c</guid>
<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 15:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเช้านี้ปรับตัวลดลงจากเมื่อวานบาททองคำละ 550 เคลื่อนไหวตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลก</h3>

<p>เมื่อเวลา 09.06 น. สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำครั้งแรก</p>

<ul>
	<li>ทองคำแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 51,900 บาท ขายออกบาททองคำละ 52,000 บาท</li>
	<li>ทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 50,861.80 บาท ขายออกบาททองคำละ 52,800 บาท</li>
</ul>

<p>บทวิเคราะห์จากบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอ์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองโลกยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์ข้อความบน ทรูธ โซเชียล (Truth Social) มีใจความว่า &ldquo;ขอแสดงความยินดีกับทุกคน อิสราเอลและอิหร่านได้ตกลงกันแล้วว่าจะหยุดยิงอย่างสมบูรณ์เป็นเวลา 12 ชั่วโมง และการหยุดยิงจะมีการดำเนินการเป็นระยะ ๆ ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า&rdquo;</p>

<p>ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งเป็นการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีของประธานเฟดต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารนี้ โดยเป็นการชี้แจงทิศทางนโยบายการเงินและภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ</p>

<p>อย่างไรก็ตาม ด้านมิเชล โบว์แมน สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดกล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก มีใจความว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน และคาดว่านโยบายภาษีการค้ามีผลกระทบต่อเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ด้านกองทุน SPDR ซื้อทอง 7.16 ตัน รวมสุทธิ 957.40 ตัน</p>

<p>ช่วงเช้านี้ราคาทองโลกปรับฐานลงทดสอบแนวรับที่ 3,333 ดอลลาร์แล้วมีการฟื้นตัวกลับ จึงประเมินว่าทองโลกอาจมีการฟื้นตัวใน</p>

<p>กรอบจำกัด โดยมีแนวต้านที่3,370 ดอลลาร์ หากไม่ผ่านแนวต้านดังกล่าว มีโอกาสปรับฐานลงอีกครั้ง</p>

<p>ขณะที่ทองคำในประเทศยังคงปรับตัวผันผวนจากทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงปัจจัยในประเทศ อย่างไรก็ตามมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 51,900 บาท ซึ่งราคาอาจสามารถฟื้นตัวกลับได้อีกครั้ง สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจเสี่ยงซื้อจากแนวรับดังกล่าว</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวก รับข่าวอิหร่าน-อิสราเอลหยุดยิง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/110759</link>
<guid isPermaLink="false">fa020bd0207452c33981fcfff6e2a963</guid>
<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 15:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวกในวันนี้ (24 มิ.ย.) นำโดยหุ้นกลุ่มสายการบิน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่า อิหร่านและอิสราเอลได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงแล้ว ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้ตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง</strong></h3>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 537.86 จุด เพิ่มขึ้น 2.83 จุด หรือ +0.53%</p>

<p>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดตลาดที่ระดับ 7,656.54 จุด เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 118.97 จุด หรือ +1.58% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดตลาดที่ระดับ 23,689.19 จุด เพิ่มขึ้น 420.18 จุด หรือ +1.81%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231106d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4163853.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.80 กลับมาแข็งค่า ตลาดรอลุ้นข้อมูลศก.สหรัฐ-ประชุมกนง.พรุ่งนี้ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/110757</link>
<guid isPermaLink="false">165ea37d947b2e99ad77b4f56ab62ad5</guid>
<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 15:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.80 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากปิดวันก่อนที่ระดับ 33.02 บาท/ดอลลาร์</strong></p>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นเหนือความคาดหมาย ซึ่งแม้โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทมีกำลัง มากขึ้น แต่เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้บ้าง หลังราคาทองคำได้ย่อตัวลงเข้าใกล้โซนแนวรับ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้เล่นใน ตลาดบางส่วนยังคงทยอย Buy on Dip ทองคำได้</p>

<p>&ldquo;ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม และสถานการณ์การเมืองไทยที่ดูจะวุ่นวายน้อยลง หลังบรรดาพรรคร่วม รัฐบาลยังคงส่งสัญญาณพร้อมอยู่กับพรรคเพื่อไทย แกนนำรัฐบาลต่อ ก็อาจหนุนให้บรรดานักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยได้ บ้าง&rdquo; นายพูน ระบุ</p>

<p>วันนี้ตลาดจะรอลุ้นรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ เดือนมิ.ย. พร้อมรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเฉพาะการแถลงต่อคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรสโดยประธานเฟด Jerome Powell รวมทั้งรอ ติดตามแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า เช่น จีน รวม ถึงสถานการณ์ความขัดแย้ในตะวันออกกลาง</p>

<p>ขณะที่ปัจจัยในประเทศสัปดาห์นี้ ตลาดต่างก็รอลุ้นผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ของไทย ในวันพุธ 25 มิถุนายน นี้</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.60-32.85 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 145.53 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 147.72 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1590 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1471 ดอลลาร์/ยูโร&nbsp;</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.993 บาท/ดอลลาร์&nbsp;</li>
	<li>โผ ครม.อิ๊งค์ 2 ใกล้สะเด็ดคาดสัปดาห์หน้าหรืออย่างช้าในสัปดาห์ถัดไปรัฐมนตรีทุกคนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ มั่นใจรัฐบาลแข็งโป๊กทำงานมิติใหม่</li>
	<li>ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ รับสอบเบื้องต้น &lsquo;แพทองธาร&rsquo; ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีคลิปเสียงเจรจากับฮุนเซน ศาล รธน. แจ้งงดประชุมปรึกษาคดี 1 สัปดาห์ ลุ้นอาจพิจารณารับ ไม่รับ คำร้องถอดถอน นายกฯ พร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ก.ค.นี้&nbsp;</li>
	<li>&ldquo;พีระพันธุ์&rdquo; เรียกประชุมด่วน หลังอิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ เตรียมมาตรการรองรับทั้งด้านราคาและปริมาณสำรอง หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น</li>
	<li>&ldquo;หอค้าไทย&rdquo; ขอครม.ใหม่เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้าน &ldquo;คลัง&rdquo; เดินหน้าถก &ldquo;เอกชน&rdquo; เตรียมพร้อมมาตรการรับมือ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หากยกระดับรุนแรง</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวัน จันทร์ (23 มิ.ย.) หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า</li>
	<li>อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวลงใกล้หลุดระดับ 4.3% หลังราคาน้ำมันร่วงลงเมื่อวานนี้ (23 มิ.ย.) ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากเงินเฟ้อที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดย ณ เวลา 23.10 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.304% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.841%</li>
	<li>ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.8 ในเดือนมิ. ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 53.0 ในเดือนพ.ค.</li>
	<li>สหรัฐฯ เริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทั่วไปอื่น ๆ เมื่อวันจันทร์ (23 มิ.ย.) โดยให้เหตุผลว่า สินค้าเหล่านี้ผลิตจากชิ้นส่วนที่เป็นเหล็กและอะลูมิเนียม โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ขยายขอบเขตการจัดเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียม 50% ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วงต้นเดือนมิ.ย. ให้ครอบคลุมถึง &ldquo;ผลิตภัณฑ์จากเหล็ก&rdquo; ซึ่งรวมถึงเครื่องอบผ้า เครื่อง ล้างจาน เครื่องกำจัดขยะอาหาร เตาทำอาหาร เตาอบ และเตาอบไฟฟ้า</li>
	<li>นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ค. หลังจากสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการ เฟด กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน และคาดว่านโยบายการค้ามีผลกระทบต่อเงินเฟ้อเพียงเล็ก น้อยเท่านั้น พร้อมมองว่า หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ จะสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า&nbsp;</li>
	<li>นักลงทุนยังจับตาเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดซึ่งมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะ เศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 24 มิ.ย. และจะกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคาร ประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 25 มิ.ย.</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ราคาบ้านเดือนเม.ย.จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.จาก Conference Board, ยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย สัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ค., ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2568 และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการ บริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพ.ค.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7103719.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าพุ่ง 23.54 จุด ซื้อกลับหุ้นใหญ่คลายกังวลตอ.กลาง คาดหวังรัฐทุ่มงบกระตุ้นเศรษฐกิจ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/110752</link>
<guid isPermaLink="false">aba79fcee90d46d4a726bce9c10d251d</guid>
<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 15:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,086.32 จุด เพิ่มขึ้น 23.54 จุด (+2.21%) มูลค่าซื้อขายราว 29,823 ล้านบาท</strong></span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทำระดับสูงสุด 1,094.01 จุด และต่ำสุด 1,074.96 จุด</strong></span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">นายวีรวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้ารีบาวด์ทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐประกาศว่าอิสราเอลและอิหร่านเจรจาหยุดยิง เป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากตลาดคลายกังวลในระยะสั้นกับปัจจัยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">สำหรับบตลาดบ้านเรามีแรงซื้อกลับหุ้นใหญ่เข้าหนุน โดยมีปัจจัยเสริมคือความคาดหวังรัฐบาลพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินงบประมาณกว่า 1.15 แสนล้านบาท</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">แนวโน้มตลาดช่วงบ่ายคาดว่าจะยังแกว่งตัวในแดนบวกได้ต่อเนื่อง โดยให้แนวต้าน 1,100 จุด แนวรับ 1,080 จุด</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,790.85 ล้านบาท ปิดที่ 103.50 บาท เพิ่มขึ้น 7.25 บาท</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,867.05 ล้านบาท ปิดที่ 108.00 บาท ลดลง 3.00 บาท</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,828.10 ล้านบาท ปิดที่ 277.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,425.35 ล้านบาท ปิดที่ 30.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,352.76 ล้านบาท ปิดที่ 40.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 68)</span></span></p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวก รับความหวังเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ คืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108458</link>
<guid isPermaLink="false">8c7702764ddf0feedb3a7080f23d63f2</guid>
<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 15:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (9 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่าการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในวันนี้จะมีความคืบหน้า นอกจากนี้ ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดของสหรัฐฯ ยังช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย</h3>

<p>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 38,137.09 จุด เพิ่มขึ้น 395.48 จุด หรือ +1.05%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 24,033.41 จุด เพิ่มขึ้น 240.87 จุด หรือ +1.01% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,393.26 จุด เพิ่มขึ้น 7.90 จุด หรือ +0.23%</p>

<p>รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คน ได้แก่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง, โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ และเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เดินทางไปยังกรุงลอนดอนในวันนี้ เพื่อหารือกับตัวแทนจากจีนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่าการเจรจาน่าจะเป็นไปได้ด้วยดี</p>

<p>รายงานระบุว่าความตึงเครียดด้านการค้าดูเหมือนจะคลี่คลายลง หลังมีรายงานว่าจีนได้อนุมัติการส่งออกแร่ธาตุหายากเป็นการชั่วคราว ขณะที่บริษัทโบอิ้ง (Boeing) ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้เริ่มส่งมอบเครื่องบินพาณิชย์ให้กับจีนแล้ว</p>

<p>นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (6 มิ.ย.) ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 139,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 130,000 ตำแหน่ง</p>

<p>สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียช่วงเช้าวันนี้ สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นปรับเพิ่มประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 เป็นหดตัวเพียง 0.2% เมื่อเทียบรายปี จากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าหดตัว 0.7% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและสต็อกสินค้าคงคลังของภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเกินคาด</p>

<p>ทางด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวลง 0.1% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.2% ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนราคาสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน ลดลง 3.3% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 3.2%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250514b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f151436.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ราคาทองเปิดเช้านี้ ร่วง 300 บาท ตามตลาดโลก จับตาเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนรอบใหม่ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108457</link>
<guid isPermaLink="false">ae033c7edf62edd9e3fd88283e132ed2</guid>
<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 15:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ราคาทองคำ (96.5%) ในประเทศเช้านี้ ปรับตัวลดลงบาททองคำละ 300 บาท ตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลก</strong></p>

<p>เมื่อเวลา 09.24 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง ครั้งที่ 1</p>

<p>&ndash; ทองคำแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 51,050 บาท ขายออก บาททองคำละ 51,150 บาท</p>

<p>&ndash; ทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 50,028 บาท ขายออก บาททองคำละ 51,950 บาท</p>

<p>บทวิเคราะห์จากบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส์ จำกัด ระบุว่า ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ราคาทองโลกปรับตัวลง -42.67 ดอลลาร์ เนื่องจาก &ldquo;โดนัลด์ ทรัมป์&rdquo; ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ, นายฮาวาร์ด ลุตนิก รมว.พาณิชย์ และนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จะเป็นผู้แทนรัฐบาลไปเจรจาการค้ารอบใหม่กับจีนที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรในวันจันทร์นี้ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่า นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยือนกรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 8-13 มิ.ย.นี้</p>

<p>ทางฝั่งกองทุน SPDR ขายออก -1.44 ตัน รวมยอดคงเหลือสุทธิ 934.21 ตัน</p>

<p>ทั้งนี้ ราคาทองคำเช้านี้ อาจสามารถฟื้นตัวได้สั้น ๆ โดยมีแนวต้านสำคัญ ที่ระดับ 3,325 ดอลลาร์ ขณะที่ในสัปดาห์นี้ ประเมินว่าราคาอาจลงทดสอบแนวรับ ที่ระดับ 3,245-3,270 ดอลลาร์</p>

<p>ขณะที่ทองคำในประเทศที่เร่งตัวขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว เผชิญแรงขายจากแนวต้านจนเริ่มย่อตัวลง จึงยังแนะนำทยอยแบ่งขายทำกำไร และรอใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าซื้อสะสมที่ระดับ 50,500 บาท โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 51,350 บาท และตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับที่ 50,050 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.72 แนวโน้มอ่อนค่า ตลาดเกาะติดคืบหน้าเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108456</link>
<guid isPermaLink="false">c0012b336f5e84f8f68ec60054f4676d</guid>
<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 15:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.72 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 32.60 บาท/ดอลลาร์</strong></p>

<p>โดยตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลง หลังรายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม ของสหรัฐฯ เดือนพ.ค. ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด หนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)</p>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท มองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นมีกำลังมากขึ้น หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น พร้อมกับการย่อตัวลงของราคาทองคำ หลังรายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ล่าสุด ออกมาดีกว่าคาด แต่เงินบาทอาจแกว่งตัวแบบ Sideways Up จนกว่า ผู้เล่นในตลาดจะมั่นใจมากขึ้นว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยไม่ถึง 2 ครั้งในปีนี้ รวมทั้งควรจับตาทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิด</p>

<p>อย่างไรก็ดี ช่วงเช้านี้ ตลาดการเงินเอเชียต่างรอจับตาความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ส่วนปัจจัยสำหรับสัปดาห์นี้ ควรติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ อีกทั้งรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB)</p>

<p>ขณะที่ปัจจัยฝั่งไทย ประเมินว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนพ.ค. อาจปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ท่ามกลางความหวังแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลดีต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.65-32.85 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 144.80 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 144.10 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1399 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1419 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 32.628 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ขณะนี้กองกำลังของทั้ง 2 ฝ่าย ได้ออกตรวจแนวพื้นที่ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายพยายามหาวิธีการในการลดความขัดแย้ง และการเผชิญหน้า ซึ่งทำให้สถานการณ์ในพื้นที่เป็นไปในทางที่ดีมากขึ้น</li>
	<li>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ จะเปิดเผยรายงานภาวะสังคม ไตรมาส 1/68 ซึ่งจะประกอบด้วยข้อมูลด้านสังคมที่สำคัญ เช่น สถานการณ์แรงงานไทย อัตราการว่างงาน และหนี้ครัวเรือน</li>
	<li>&ldquo;พิชัย&rdquo; เผยสหรัฐฯ ตอบรับให้ไทยเข้าเจรจาเรื่องภาษีแล้วเดินหน้าหารือระดับสูง 2 ประเทศ ยึดข้อเสนอ 5 ข้อหลัก ตั้งเป้าไม่ให้เสียภาษีสูงกว่าประเทศอื่น</li>
	<li>&ldquo;คลัง&rdquo; ปลุกเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น ดึงบริษัทใหญ่ต่างประเทศขอบีโอไอ ลงทุนไทย พร้อมจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพิ่ม แก้กฎหมายต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาว ประธานบอร์ด ตลท.เร่ง 4 แผน รื้อครั้งใหญ่แก้กฎหมาย ปลดล็อกดึงต่างชาติลงทุนไทย ปลุกเชื่อมั่นตลาดทุน &ldquo;สมาคมเอ็มเอไอ&rdquo; ชี้โอกาสซ่อน ท่ามกลางตลาดผันผวน</li>
	<li>ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันในประเด็นภาษีศุลกากรได้ แต่ยังคงตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงบางรูปแบบภายในกลางเดือนมิ.ย.</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 139,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 147,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจจะเพิ่มขึ้นเพียง 130,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานยังคงอยู่ที่ระดับ 4.2% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะมีการประกาศชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ โดยผู้นำสหรัฐฯ คิดว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งควรเป็นผู้ที่พร้อมลดอัตราดอกเบี้ย</li>
	<li>ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์เตือนว่า ผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนต่อไปจนถึงช่วงฤดูร้อน จากความเสี่ยงที่สงครามการค้าภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจเป็นปัจจัยผลักดันเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้นอย่างยืดเยื้อ โดยเขาประเมินว่า ความเป็นไปได้ในเรื่องนี้อยู่ที่ราวครึ่งต่อครึ่ง</li>
	<li>รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คน ได้แก่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง, โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ และเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เดินทางไปยังกรุงลอนดอนในวันจันทร์นี้ (9 มิ.ย.) เพื่อหารือกับตัวแทนจากจีนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่าการเจรจาน่าจะเป็นไปได้ด้วยดี</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในวันนี้ โดยรายงานระบุว่าความตึงเครียดด้านการค้าดูเหมือนจะคลี่คลายลง หลังมีรายงานว่าจีนได้อนุมัติการส่งออกแร่ธาตุหายากเป็นการชั่วคราว ขณะที่บริษัทโบอิ้ง (Boeing) ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ก็ได้เริ่มส่งมอบเครื่องบินพาณิชย์ให้กับจีนแล้ว</li>
	<li>ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ สัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนพ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนมิ.ย.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ขานรับข่าว “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” เจรจาการค้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108145</link>
<guid isPermaLink="false">9cbf7449fb1b3c09be2d8bb22171e0ed</guid>
<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 11:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (6 มิ.ย.) ขานรับข่าวความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</strong></p>

<p>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,590.44 จุด เพิ่มขึ้น 35.95 จุด หรือ +0.10%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,941.57 จุด เพิ่มขึ้น 34.60 จุด หรือ +0.14% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,384.30 จุด เพิ่มขึ้น 0.20 จุด หรือ +0.01%</p>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 1.49% และดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับขึ้น 0.04%</p>

<p>บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าด้านการค้า โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความในทรูธ โซเชียล (Truth Social) ระบุว่า การสนทนาทางโทรศัพท์เป็นเวลา 90 นาทีระหว่างเขาและปธน.สีในวันพฤหัสบดี เป็นไปด้วยดี และมีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ได้ข้อสรุปที่ดีสำหรับทั้งสองประเทศ</p>

<p>นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐฯ และจีนจะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้าในไม่ช้านี้ โดยจะมีการประกาศสถานที่สำหรับการเจรจาในภายหลัง</p>

<p>นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 130,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250514b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f151436.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งแคบ รับข่าวจีน-สหรัฐฯเจรจาการค้าคืบหน้า จับตาเงินเฟ้อไทย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108143</link>
<guid isPermaLink="false">f8443ab733444e457d146d60d03b3022</guid>
<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 11:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยอาจจะมีปัจจัยหนุนเล็กน้อยจากโมเมนตัมการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ดูดีขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ต่อสายโทรคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ถึงแม้จะยังไม่มีการประกาศรายละเอียดของบทสนทนา แต่คาดว่าเป็นผลเชิงบวกให้กับดัชนีในวันนี้ โดยต้องติดตามการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อไป</p>

<p>ปัจจัยในบ้านเราวันนี้ แนะนำให้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อประเทศไทย โดย CPI ทั่วไป ตลาดคาดว่าจะติดลบ 0.83% เป็นผลจากราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้น และตัวเลข Core CPI ที่คาดว่าจะเป็นบวกประมาณ 0.95% ส่วนปัจจัยต่างประเทศให้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ที่คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% อีกทั้งให้ติดตามตัวเลขจ้างงาน-ว่างงานสหรัฐฯ คืนนี้ด้วยเช่นกัน</p>

<p>พร้อมให้กรอบแนวต้าน 1,150 จุด และแนวรับ 1,130 จุด</p>

<p><strong>*ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (5 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,319.74 จุด ลดลง 108 จุด หรือ -0.25%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,939.30 จุด ลดลง 31.51 จุด หรือ -0.53% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,298.45 จุด ลดลง 162.04 จุด หรือ -0.83%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,590.44 จุด เพิ่มขึ้น 35.95 จุด หรือ +0.10%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,941.57 จุด เพิ่มขึ้น 34.60 จุด หรือ +0.14% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,384.30 จุด เพิ่มขึ้น 0.20 จุด หรือ +0.01%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (5 มิ.ย.) 1,140.63 จุด เพิ่มขึ้น 8.61 จุด (+0.76%) มูลค่าซื้อขาย 33,207.27 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (5 มิ.ย.) 104.75 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ค. (5 มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 52 เซนต์ หรือ 0.83% ปิดที่ 63.37 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (5 มิ.ย.) อยู่ที่ 7.47 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 32.61 แนวโน้ม Sideways จับตาตัวเลขเงินเฟ้อไทย-ราคาทอง-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ</p>

<p>&ndash; ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเกมรุกกู้ความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย รับศึกซ้อนรอบโลก-เศรษฐกิจในประเทศทรุด-เม็ดเงินไหลออก เผย 5 แผนยุทธศาสตร์ &ldquo;เขย่ากฎ-เปิดช่องลงทุนใหม่-ลดต้นทุน-สร้างตลาดยั่งยืน&rdquo; ส่วนระบบ Co-location เริ่มช่วง Q2-3 ปีนี้ ส่งผลรายย่อยเข้าถึงข้อมูลได้พร้อมกับผู้ใช้ Robot Trading ขณะที่ Treasury Stock หรือเกณฑ์ใหม่ ซื้อหุ้นคืนจะประกาศใน 1-2 เดือนข้างหน้า</p>

<p>&ndash; &ldquo;จุลพันธ์&rdquo; แจง กมธ.กาสิโน สว. มั่นใจเป็นโอกาสชี้แจง-รับฟัง ยืนยัน ร่างกม.สถานบันเทิงฯ พรรคร่วมไม่มีเห็นแย้ง &ldquo;อภิสิทธิ์&rdquo; ค้านตั้งกาสิโน ชี้นำเรื่องใต้ดินขึ้นมาบนดิน ก็แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมายไม่ได้ ไม่เชื่อจะเป็นแหล่งส่งเสริมการท่องเที่ยว ชี้สถานบันเทิงครบวงจรหลายแห่งในโลก ไม่มีบ่อน &ldquo;ธีระชัย&rdquo; ชี้ รัฐเล็งผลเลิศเกินจริง สร้างกลไกป้องฟอกเงินในกาสิโนไร้ความหมาย หากผู้บริหารไร้ธรรมาภิบาลเปิดช่องเอื้อนักพนัน</p>

<p>&ndash; &ldquo;เสี่ยบุณยสิทธิ์&rdquo; ผู้นำอาณาจักรแสนล้าน &ldquo;เครือสหพัฒน์&rdquo; นิยามเศรษฐกิจไทยเหมือนรถยนต์สามล้อ เติบโตในภาวะถดถอย จับตาตัวแปรใหญ่ &ldquo;นโยบายทรัมป์&rdquo; ชี้ชะตาสถานการณ์ลากยาว แนะรัฐงัด &ldquo;ควิกวิน&rdquo; ฟื้นเศรษฐกิจ เร่งสร้างความเชื่อมั่นลงทุน ปลุกตลาดหุ้น ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ด้าน &ldquo;ไอเอ็มเอฟ&rdquo; เตือน วิกฤติสงครามการค้า &ldquo;สาหัส&rdquo; กว่า &ldquo;โควิด-19&rdquo;</p>

<p>&ndash; &ldquo;กัมพูชา&rdquo; ออกแถลงการณ์ ยื่นศาลโลกตัดสิน 4 พื้นที่พิพาท ถก JBC 14 มิ.ย. คุยแค่สัมพันธ์ชายแดน &ldquo;ทัพเรือ เขมร&rdquo; วางคิว 11-13 มิ.ย. โชว์แสนยานุ ภาพซ้อมยิงกระสุนจริงบนฐานทัพ &ldquo;รัฐบาลไทย&rdquo; ออกแถลงการณ์ฉบับ 2 ยันไม่ยอมรับเขตอำนาจศาล ICJ ขอใช้กลไกทวิภาคีพูดคุย ลั่นไม่ต้องการเห็นการสูญเสียทั้งสองฝ่าย &ldquo;นายกฯ อิ๊งค์&rdquo; ย้ำยึดสันติวิธี เคารพในอธิป ไตยกันและกัน ลั่นคุยกันแค่จุดกระทบกระทั่งไม่ขยายประเด็นปัญหาอื่น &ldquo;ภูมิธรรม&rdquo; ชี้กัมพูชาล้ำพื้นที่โนแมนแลนด์ บอกไทยมี หลักฐานประท้วงตลอด ยันถก JBC 14 มิ.ย. ไม่เปลี่ยนแปลง คุยเฉพาะพื้นที่ช่องบก ฮึ่มหากเจรจาไม่เป็นผลพร้อมปิดด่าน จับตา &ldquo;สมช.&rdquo; ถก 6 มิ.ย. ออกมาตรการตอบโต้ &ldquo;คปท.&rdquo; แห่ให้กำลังใจกองทัพ</p>

<p>&ndash; นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังเป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ยังไม่มีการอนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่หน่วยงานต่างๆ ได้เสนอมา โดยขอให้กลับไปพิจารณารายละเอียดโครงการให้มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น</p>

<p><strong>*หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&ndash; CENTEL (คิงส์ฟอร์ด) &ldquo;ทยอยซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 36.00 บาท แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/68-3/68 จะอ่อนตัว QoQ ลงตามปัจจัยฤดูกาลที่เข้าช่วง low season ท่องเที่ยวไทยและมัลดีฟส์ แต่คาดยังเห็นการเติบโต YoY จากธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่น และโรงแรมพัทยาและภูเก็ตกลับมาเปิดหลังรีโนเวต ภาพรวมปี 68 บริษัทวางเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรม +17-20%YoY เป็น 1.3 หมื่นล้านบาท โดยมี RevPAR ที่ 4.3-4.6 พันบาท ส่วนธุรกิจอาหารรายได้ +4-6%YoY เป็น 1.35-1.4 หมื่นล้านบาท และเน้นการขยายผ่าน JV ที่มีอัตรากำไรดีอย่าง Shinkanzen ทั้งนี้คาดราคาลงมาตอบรับปัจจัยลบเรื่อง low season จำนวนนักท่องเที่ยวจีน และแผ่นดินไหวไปแล้ว ล่าสุดมีประเด็นหนุน sentiment กลุ่มท่องเที่ยวจาก entertainment complex อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ไว้ที่ 1.94 พันล้านบาท (+10%YoY) และ 2.23 พันล้านบาท (+15%YoY)</p>

<p>&ndash; PSL (ลิเบอเรเตอร์) ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ฮ บาท ดัชนีค่าระวางเรือวานนี้ +9.2% สู่ระดับ 1,626 จุด ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ทำจุดสูงสุดรอบ 2 เดือน คาดได้แรงหนุนจากการเร่งการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก ดังนั้นอาจเห็นทิศทาง ไตรมาส2/68 ยังมีโมเมนตัมเชิงบวก แม้มีความเสี่ยงในช่วง 2H25 ดังนั้นในช่วงนี้อาจเป็นจังหวะเก็งกำไรสั้น ท่ามกลาง Valuation ปัจจุบันที่เทรดบริเวณ PBV 0.6 เท่า</p>

<p>&ndash; GABLE (เคจีไอ) เป้า Consensus 5.0 บาท ประเมินผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/68 + ลุ้นรับงาน Virtual banking GABLE รายงานผลขาดทุนในไตรมาส 1/68 หลังจากมีรายจ่ายพิเศษในการปรับโครงสร้างภายใน (หากตัดรายการนี้ออกไปไตรมาส 1/68 จะมีกำไรสุทธิ) ทำให้คาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/68 จะ Turnaround QoQ ขณะที่ประเด็น Virtual banking คาดว่าจะต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน+ระบบเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าหลักในปัจจุบันของ GABLE 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 7.4 เท่า Dividend yield 6.9% ขณะที่ Consensus คาดกำไรปีนี้จะโต +18.6% YoY</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.61 แนวโน้ม Sideways จับตาตัวเลขเงินเฟ้อไทย-ราคาทอง-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108141</link>
<guid isPermaLink="false">ce4d7b41e8332b96fc0a79ae655d319f</guid>
<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 11:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.61 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปิดวันก่อนที่ระดับ 32.49 บาท/ดอลลาร์</h2>

<p>โดยตั้งแต่คืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง แม้ว่าโดยรวมเงินดอลลาร์จะไม่ได้แข็งค่าขึ้นชัดเจน ซึ่งการอ่อนค่าลงของเงินบาทนั้น ถูกขับเคลื่อนด้วยการปรับตัวลดลงของราคาทองคำพอสมควร</p>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ระหว่างวันอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เนื่องจากตลาดต่างรอลุ้นรายงานข้อมูลการ จ้างงานสหรัฐฯ คืนนี้ ทั้งยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม, อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้างเดือนพ.ค. ขณะเดียว กัน ควรจับตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ซึ่งยังคงเป็น Two-Way risk สำหรับเงินบาท</p>

<p>ปัจจัยในประเทศวันนี้ ตลาดจะรอติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ของไทยเดือนพ.ค. ซึ่งยังมีแนวโน้มติดลบต่อเนื่อง และต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 1-3% ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามฐานของราคาสินค้าและบริการของปีก่อนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการ ปรับตัวลดลงของราคาพลังงานโลก</p>

<p>นอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น ตลาดจะรอติดตามแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.80 บาท/ดอลลาร์</p>

<h3>ปัจจัยสำคัญ</h3>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 143.70 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 143.12 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1449 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1419 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.571 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>กระทรวงพาณิชย์ จะแถลงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อ เดือนพ.ค.68 ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ของไทย มีโอกาสจะติดลบต่อเนื่องจากเดือนเม.ย. เนื่องจากเทียบกับฐานสูงในช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้ง ราคาพลังงานโลกปรับตัวลดลง</li>
	<li>รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้พบหารือกับนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและความโปร่งใสเพื่อติดตามความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพ ยุโรป (EU) และผลักดันให้สรุปผลได้ภายในปีนี้ตามเป้าหมาย</li>
	<li>ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 68 นี้ แย่กว่าช่วงเกิดโควิด-19 โดยเปรียบเสมือนกับยุครถ 3 ล้อ ที่ ถดถอยแต่ยังสามารถอยู่กันได้ หากเศรษฐกิจดีก็จะเหมือนรถยนต์อีวี โดยแต่ละยุคเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่เหมือนกัน บางยุคเศรษฐกิจไม่ดีก็ ยังเป็นโอกาสเช่นเดียวกับยุคเศรษฐกิจดีหากมีการปรับตัวก็จะอยู่รอด ส่วนเศรษฐกิจในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นต้องจับตาความเคลื่อน ไหวจากนโยบายสหรัฐ แต่เชื่อว่ากระทบทั่วโลกได้ไม่นานเพราะทุกประเทศรับรู้และพร้อมตั้งหลักแล้ว</li>
	<li>อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย ว่า ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่การท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัวครั้ง ใหญ่ เพราะอาจจะสิ้นยุคทองที่มีมายาวนาน โดยต่อจากนี้ไทยต้องปรับให้เป็นจุดหมายปลายทางที่อเมซิ่งยิ่งกว่าเดิม บนพื้นฐานของความ สมดุล คุณภาพ ยั่งยืน เพื่อพัฒนาเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น พ้นจากสภาวะอุตสาหกรรมกบต้มที่ค่อยๆ ย่ำแย่แบบไม่รู้ตัวและกว่าจะรู้สึกก็สายไป แล้ว</li>
	<li>ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวานี้ตามคาด และเป็นการปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยครั้งที่ 8 นับตั้งแต่ ECB เริ่มวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. 2567</li>
	<li>ประธาน ECB กล่าวหลังจากการประชุมว่า ECB กำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หลังจาก ที่ ECB ได้ดำเนินนโยบายดังกล่าวมาเป็นเวลานานเพื่อตอบสนองต่อภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน รวมถึงสงครามในยูเครนและวิกฤตพลังงาน</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 247,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนต.ค.2567 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 237,000 ราย</li>
	<li>กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าลดลง 55.5% สู่ระดับ 6.16 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเม. ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2566 จากระดับ 1.383 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. ส่วนการนำเข้าลดลง 16.3% สู่ระดับ 3.510 แสนล้านดอลลาร์ และการส่งออกเพิ่มขึ้น 3.0% สู่ระดับ 2.894 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์</li>
	<li>ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2/2568 หลังจากเศรษฐกิจหดตัว 0.2% ในไตรมาส 1</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความลงใน Truth Social ระบุว่า การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง เขาและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันนี้ ซึ่งดำเนินไปเป็นเวลา 90 นาที เป็นการสนทนาที่เป็นไปด้วยดี และมีเนื้อหาเกี่ยวกับการ ค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ได้ข้อสรุปที่ดีสำหรับทั้งสองประเทศ</li>
	<li>สกุลเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (5 มิ.ย.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าอาจจะยุติวงจรการใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินที่ดำเนินการมาเป็นเวลานานนับปี ขณะที่ สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอ ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (5 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลัง จากมีรายงานว่าการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เป็นไปด้วย ดี นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะเดินหน้าการเจรจาต่อไปเพื่อยุติข้อพิพาททางการค้า</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตรา ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 130,000 ตำแหน่งในเดือนพ. ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2%</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $24.10 นลท.เทขายหลังเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯคืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108140</link>
<guid isPermaLink="false">82d13e1ba9303dc74e6e1b21388a23a3</guid>
<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 11:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (5 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากมีรายงานว่าการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เป็นไปด้วยดี นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะเดินหน้าการเจรจาต่อไปเพื่อยุติข้อพิพาททางการค้า</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 24.10 ดอลลาร์ หรือ 0.71% ปิดที่ 3,375.10 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ความคืบหน้าในการเจรจาการค้าส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย โดยปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความใน Truth Social ระบุว่า การสนทนาทางโทรศัพท์เป็นเวลา 90 นาทีระหว่างเขาและปธน.สีในวันพฤหัสบดี เป็นไปด้วยดี และมีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ได้ข้อสรุปที่ดีสำหรับทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐฯ และจีนจะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้าในไม่ช้านี้ โดยจะมีการประกาศสถานที่สำหรับการเจรจาในภายหลัง</p>

<p>ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีน และสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ต่างก็รายงานว่า การสนทนาดังกล่าวมีขึ้นตามข้อเรียกร้องของปธน.ทรัมป์</p>

<p>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 247,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนต.ค.2567 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 237,000 ราย</p>

<p>ขณะนี้ความสนใจของนักลงทุนมุ่งไปที่การเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 130,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2%</p>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท ActivTrades แสดงความเห็นว่า ความอ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ</p>

<p>ขณะที่ข้อมูลจาก Metals Focus ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเตรียมซื้อทองคำในปริมาณ 1,000 เมตริกตันในปี 2568 ซึ่งถือเป็นการซื้อทองคำจำนวนมากต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ เนื่องจากธนาคารกลางต้องการกระจายสินทรัพย์ในระบบทุนสำรองที่นอกเหนือไปจากสกุลเงินดอลลาร์</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 52 เซนต์ รับข่าวเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯคืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108138</link>
<guid isPermaLink="false">f229ea74eed5c2ffa886130c47d370b1</guid>
<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 11:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (5 มิ.ย.) ขานรับข่าวที่ว่าสหรัฐฯ และจีนได้ตกลงที่จะเจรจาการค้าเพิ่มเติม หลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เป็นไปด้วยดี</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 52 เซนต์ หรือ 0.83% ปิดที่ 63.37 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 48 เซนต์ หรือ 0.74% ปิดที่ 65.34 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความใน Truth Social ระบุว่า การสนทนาทางโทรศัพท์เป็นเวลา 90 นาทีระหว่างเขาและปธน.สีในวันพฤหัสบดี เป็นไปด้วยดี และมีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ได้ข้อสรุปที่ดีสำหรับทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐฯ และจีนจะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้าในไม่ช้านี้ โดยจะมีการประกาศสถานที่สำหรับการเจรจาในภายหลัง</p>

<p>ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีน และสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ต่างก็รายงานว่า การสนทนาดังกล่าวมีขึ้นตามข้อเรียกร้องของปธน.ทรัมป์</p>

<p>ทางด้านเมลานี โจลี รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของแคนาดาเปิดเผยว่า มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา และปธน.ทรัมป์ ได้มีพูดคุยกันโดยตรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของแคนาดาที่ต้องการโน้มน้าวให้สหรัฐฯ ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีศุลกากร</p>

<p>ข่าวความคืบหน้าในการเจรจาการค้าช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลงในวันพุธ อันเนื่องมาจากตัวเลขสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอลงในประเทศ</p>

<p>อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากซาอุดีอาระเบียได้ปรับลดราคาขายน้ำมันดิบเดือนก.ค.สำหรับผู้ซื้อในเอเชียลงเกือบจะต่ำที่สุดในรอบสองเดือน หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 411,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.ค.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวก นักลงทุนจับตาทรัมป์-สีจิ้นผิง เจรจาการค้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107789</link>
<guid isPermaLink="false">695581774193cf6daeb4d2a109a7a99e</guid>
<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 16:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (4 มิ.ย.) ตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดในวันอังคาร (3 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นบริษัทผลิตชิป ซึ่งรวมถึงหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้</strong></h3>

<ul>
	<li>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 37,834.66 จุด เพิ่มขึ้น 387.85 จุด หรือ +1.04%</li>
	<li>ดัชนีฮั่งเส็งปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,680.73 จุด เพิ่มขึ้น 168.24 จุด หรือ +0.72% และ</li>
	<li>ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,376.58 จุด เพิ่มขึ้น 14.61 จุด หรือ +0.43%</li>
</ul>

<p>ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้นแข็งแกร่ง โดยดัชนี KOSPI ทะยานขึ้น 2.44% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2567 หลังจากอี แจ-มยอง ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ส่วนดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.68%</p>

<p>บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ดีดตัวขึ้นขานรับความแข็งแกร่งของหุ้นอินวิเดีย โดยหุ้นอินวิเดียปิดตลาดพุ่งขึ้น 2.8% ในวันอังคาร ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.45 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้ามาร์เก็ตแคปของไมโครซอฟท์ (Microsoft) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีนี้ โดยมาร์เก็ตแคปของไมโครซอฟท์อยู่ที่ 3.44 ล้านล้านดอลลาร์</p>

<p>สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2568 ขยายตัวเพียง 1.3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1.5%</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจากแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันจันทร์ (2 มิ.ย.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะหารือกันภายในสัปดาห์นี้ โดยการเปิดเผยของโฆษกทำเนียบขาวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ปธน.ทรัมป์เพิ่งกล่าวหาจีนว่าละเมิดข้อตกลงการค้าเบื้องต้นที่ทั้งสองฝ่ายทำร่วมกันที่กรุงเจนีวา ขณะที่จีนออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250514b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f151436.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าร่วง 13.58 จุดรับแรงกดดัน DELTA กังวลผล Capped Weight-หางพายุ MSCI (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107788</link>
<guid isPermaLink="false">224552ca1df267072e67a0a3fc369358</guid>
<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 16:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,135.60 จุด ลดลง 13.58 จุด (-1.18%) มูลค่าการซื้อขายราว 26,661 ล้านบาท</h2>

<p>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีปรับตัวลง โดยทำระดับสูงสุด 1,149.68 จุด และต่ำสุด 1,132.11 จุด</p>

<p>นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดัชนีปรับตัวลงมาแย่กว่าตลาดหุ้นภูมิภาค โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นรายตัว โดยเฉพาะ DELTA ร่วงกว่า 7% จากมาตรการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่กลางปีนี้จะปรับเกณฑ์ Capped Weight จำกัดน้ำหนักหุ้นรายตัว SET50/100 ไม่เกิน 10% ซึ่งปัจจุบัน DELTA มีน้ำหนัก 11% สูงกว่าเกณฑ์ ทำให้กองทุนปรับลดน้ำหนักลงมา กลายเป็นโมเมนตัมเชิงลบที่ทำให้หุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวลงตามมาด้วย</p>

<p>นอกจากนี้ ดัชนีอาจถูกกดันจากการปรับพอร์ต MSCI เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมายังไม่จบ ขณะที่นักลงทุนยังอยู่ระหว่างรอติดตามการเจรจาการค้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่ได้นัดหารือกันภายในสัปดาห์นี้</p>

<p>แนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนียังแกว่งตัวในแดนลบต่อ โดยให้กรอบแนวรับ 1,130 จุด และแนวต้าน 1,150 จุด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</p>

<p>DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,027.48 ล้านบาท ปิดที่ 97.00 บาท ลดลง 7.00 บาท</p>

<p>CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,646.34 ล้านบาท ปิดที่ 47.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท</p>

<p>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,625.33 ล้านบาท ปิดที่ 291.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท</p>

<p>SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,542.73 ล้านบาท ปิดที่ 116.00 บาท ลดลง 2.50 บาท</p>

<p>KBANK มูลค่าการซื้อขาย 992.63 ล้านบาท ปิดที่ 153.50 บาท ลดลง 0.50 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.63 แนวโน้ม Sideways ตลาดรอข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ-ผลประชุม ECB-เงินเฟ้อไทย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107787</link>
<guid isPermaLink="false">2bf5f708cfbdea28fa139b0e5663f22e</guid>
<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 16:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.63 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 32.80 บาท/ดอลลาร์</strong></h4>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทนั้นโมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มกลับมามีกำลังมากขึ้น แต่เงินบาทอาจแกว่งตัวใน กรอบ Sideways เพราะ แม้ว่าเงินดอลลาร์จะสามารถทยอยแข็งค่าขึ้นได้ แต่หากราคาทองคำไม่ได้ย่อตัวลงหนัก ก็อาจจำกัดการอ่อนค่า ลงของเงินบาท</p>

<p>ปัจจัยในประเทศสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) เดือนพ.ค.จะหดตัวถึง &ndash; 0.8% ตามฐานราคาสินค้าและบริการที่อยู่ในระดับสูงของปีก่อน อีกทั้งการปรับตัวลดลงของราคาพลังงานโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) จะยังอยู่แถว 0.94% ทำให้โดยรวมแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของไทย ยังไม่ได้น่ากังวลว่าจะเผชิญความเสี่ยงของภาวะเงิน ฝืด (Deflation) มากนัก</p>

<p>พร้อมกันนี้ ตลาดรอติดตามแนวโน้มภาคการผลิตอุตสาหกรรมของไทย และผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อภาคธุรกิจของไทย ผ่าน ดัชนี PMI ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในเดือนพ.ค.</p>

<p>สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่เป็นไฮไลท์ จะอยู่ที่รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อีกทั้ง ควรรอติดตามการประชุมธนาคาร กลางยุโรป (ECB) และ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.50-32.75 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 143.88 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 143.97 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1383 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1341 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 32.656 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>ผู้ว่าธปท. ชี้ภาษีทรัมป์ทำเศรษฐกิจไทยเสียสมดุลหนัก ส่งออกกระอักซ้ำ นำเข้าทะลักจากจีน ยันใช้นโยบายการเงินผ่อน คลายต่อ ดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท แนะปรับโครงสร้างแทนลดดอกเบี้ย เชื่อวิกฤติครั้งนี้จะผ่านไปได้</li>
	<li>&ldquo;ซีอีโอ&rdquo; จับตาสถานการณ์เศรษฐกิจ ครึ่งปีหลังคลุมเครือ &ldquo;อาทิตย์&rdquo; ห่วงเศรษฐกิจไทย &ldquo;เปราะบาง&rdquo; เผชิญความไม่แน่ นอนสูง &ldquo;ดับบลิวเอชเอ&rdquo; มั่นใจเอฟดีไอไหลเข้าไทยต่อส.อ.ท.ชี้เจรจาภาษีชี้ชะตาเศรษฐกิจ &ldquo;สมาคมการตลาด&rdquo; แนะเร่งกระตุ้นท่อง เที่ยว ฟื้นกำลังซื้อ</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (3 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (3 มิ.ย.) โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่ง มอบเดือนส.ค. ลดลง 20.10 ดอลลาร์ หรือ 0.59% ปิดที่ 3,377.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้ ตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงิน ดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย หลังมีข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะเจรจาการค้าร่วมกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้า และอะลูมิเนียม เป็นเท่าตัวสู่ระดับ 50% ซึ่งจุดชนวนความวิตกกังวลรอบใหม่ เกี่ยวกับการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ</li>
	<li>โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน น่าจะได้มี โอกาสหารือกันภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีขึ้นไม่กี่วัน หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เพิ่งกล่าวหาว่าจีนละเมิดข้อตกลงการค้าเบื้องต้นที่ทั้งสองฝ่าย ทำร่วมกันที่กรุงเจนีวา</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลแรงงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง สหรัฐฯ (เฟด) โดยในวันนี้ จะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ค.จาก ADP ส่วนในวันพฤหัสบดี จะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับ สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และจากนั้นในวันศุกร์ จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310168cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49161438.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $20.10 เหตุดอลล์แข็งทุบตลาด-จับตาเจรจาการค้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107786</link>
<guid isPermaLink="false">642d4d07d7e9db72f751a43da6bfd71f</guid>
<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 16:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (3 มิ.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายหลังมีข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะเจรจาการค้าร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 20.10 ดอลลาร์ หรือ 0.59% ปิดที่ 3,377.10 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.53% แตะที่ระดับ 99.228</p>

<p>แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันจันทร์ (2 มิ.ย.) ว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง จะหารือกันภายในสัปดาห์นี้ โดยการเปิดเผยของโฆษกทำเนียบขาวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ปธน.ทรัมป์เพิ่งกล่าวหาจีนว่าละเมิดข้อตกลงการค้าเบื้องต้นที่ทั้งสองฝ่ายทำร่วมกันที่กรุงเจนีวา ขณะที่จีนออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ</p>

<p>สื่อหลายสำนักซึ่งรวมถึงรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ต้องการให้บรรดาประเทศคู่ค้ายื่นข้อเสนอทางการค้าที่ดีที่สุดภายในวันพุธ (4 มิ.ย.) เพื่อเร่งรัดการหารือก่อนถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 8 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่มาตรการภาษีตอบโต้ที่ถูกระงับไว้นั้นจะกลับมามีผลบังคับใช้</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</p>

<p>ส่วนข้อมูลแรงงานที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้นเป็น 7.391 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.1 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.2 ล้านตำแหน่งในเดือนมี.ค.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 89 เซนต์ คาดภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียดกระทบอุปทาน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107783</link>
<guid isPermaLink="false">149897972d9d9839e03801f5ecb02ad6</guid>
<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 16:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (3 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างรัสเซียกับยูเครน และสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.42% ปิดที่ 63.41 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1.55% ปิดที่ 65.63 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลง โดยล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่เริ่มสงคราม และสะพานทางหลวงของรัสเซียถูกลอบวางระเบิดในขณะมีรถไฟโดยสารแล่นผ่านด้านล่าง นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีฐานทัพเครื่องบินทิ้งระเบิด</p>

<p>ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยว่า โอกาสที่จะเกิดการประชุมร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน นั้น ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ โดยเขากล่าวว่า แม้ผู้นำรัสเซียยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจาระดับสูง แต่การประชุมลักษณะนี้ควรเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการตกลงรายละเอียดในระดับเจ้าหน้าที่ หรือ &ldquo;ระดับเทคนิค&rdquo; กันเรียบร้อยแล้วเท่านั้น</p>

<p>ส่วนการเจรจาด้านนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ นั้น นักการทูตอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่าข้อเสนอดังกล่าวขัดต่อผลประโยชน์ของอิหร่าน ซึ่งหากการเจรจานิวเคลียร์ครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ อาจหมายความว่าอิหร่านจะยังคงถูกคว่ำบาตรต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก และเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน</p>

<p>ข้อมูลจากหน่วยงานด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในปี 2567 รองจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก</p>

<p>นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ เวลาประมาณ 21.30 น.ตามเวลาไทย เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันภายในประเทศ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เช้านี้ทองในประเทศลงพรวด! 550 บาท หลังราคาทองคำตลาดโลกร่วงแรง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107129</link>
<guid isPermaLink="false">11563c204af30f77ac193bcc0ac8aa1d</guid>
<pubDate>Thu, 29 May 2025 16:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ราคาทองคำ (96.5%) ขายปลีกในประเทศเช้านี้ ปรับตัวลดลงจากเมื่อวานบาททองคำละ 550 บาท</strong></p>

<p>โดยเมื่อเวลา 09.04 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาครั้งที่ 1</p>

<p>&ndash; ทองคำแท่ง รับซื้อ บาททองคำละ 50,650 บาท ขายออก บาททองคำละ 50,750 บาท</p>

<p>&ndash; ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาททองคำละ 49,739.96 บาท ขายออก บาททองคำละ 51,550 บาท</p>

<p>บทวิเคราะห์จาก บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทอง Spot ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ลดลง 14.15 ดอลลาร์ เนื่องจากการประชุม FOMC meeting minutes เมื่อคืนที่ผ่านมา คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เน้นย้ำถึง &ldquo;การแลกเปลี่ยนที่ยากลำบาก&rdquo; ระหว่างการรักษาเสถียรภาพของเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น</p>

<p>ในขณะที่ความไม่แน่นอนด้านภาษีการค้าของ &ldquo;โดนัลด์ ทรัมป์&rdquo; มีความเสี่ยงสูงที่จะกระตุ้นเงินเฟ้อรอบใหม่ และมีแนวโน้มสูงที่จะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 4.25-4.5% ต่อไปจนกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจจะมีความแน่ชัด ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทะลุ 100 หน่วยได้อีกครั้ง เป็นลบกับทอง</p>

<p>ด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ +3.15 ตัน รวมถึงครอง 926.46 ตัน</p>

<p>ราคาทองตลาดโลก ปรับตัวลงแรงโดยระยะสั้นมีแรงเทขายทำกำไร แนะนำซื้อเก็งกำไร คาดแนวรับ 3,250 และ 3,240 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้าน 3,270 และ 3,280 ดอลลาร์</p>

<p>ราคาทองในประเทศ มีการย่อตัวลงตามทองโลก แต่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ช่วยพยุงราคาทองในประเทศ คาดแนวรับ 50,400 และ 50,300 บาท ส่วนแนวต้าน 50,900 และ 51,000 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697603535772.jpg" style="width: 500px; height: 300px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023101873dc5e5da0b92fab6da1b6e7eecc6495113236.jpg' type='image/jpg' length='342830' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.84 ตลาดจับตาหลังศาลสหรัฐฯ สั่งระงับมาตรการภาษีทรัมป์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107127</link>
<guid isPermaLink="false">0c59ac1944a889322d515c5c19e69abe</guid>
<pubDate>Thu, 29 May 2025 16:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.84 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 32.62 บาท/ดอลลาร์</strong></p>

<p>เงินบาทเช้านี้ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก หลังศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ระงับการบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่ามาตรการดังกล่าวผิดกฎหมาย เพราะเป็นการใช้อำนาจที่เกินไปจากอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ</p>

<p>&ldquo;เพิ่งมีข่าวออกมาเมื่อเช้า ตลาดคงย่อยข่าวนี้ทั้งวัน เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบการค้าโลก&rdquo; นักบริหารเงินฯ กล่าว</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.70 &ndash; 33.00 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 145.84 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 144.11 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1247 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1340 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.702 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>รมว.คลัง ยอมรับรู้สึกกังวลกับเศรษฐกิจในขณะนี้ แต่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและต้องแก้ไขปัญหาให้ได้ ทุกคนก็คาดหวังให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีการใช้จ่ายที่เติบโต โครงสร้างการผลิตเติบโต เพื่อให้เกิดการจ้างงาน และมีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่แคบลง</li>
	<li>ผู้นำฝ่ายค้านฯ ชี้รัฐบาลเผชิญวิกฤตการเมือง ผู้นำไม่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ ส่งผลให้การจัดทำงบปี 69 สเปะสะปะไร้วิสัยทัศน์ เบ่งชนเพดาน แต่ใช้ได้น้อย ประสบความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพุธ (28 พ.ค.) โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 5.50 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ 3,294.90 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากนักลงทุนประเมินรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งระบุถึงความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอย และเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น</li>
	<li>คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 6-7 พ.ค.โดยระบุว่า เฟดอาจเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ที่เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นในเวลาเดียวกับที่อัตราการว่างงานก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ กรรมการเฟดเตือนว่าสหรัฐฯ มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถด<br />
	ถอย</li>
	<li>ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก มีคำสั่งให้ระงับใช้มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยศาลตัดสินว่า ปธน.ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตด้วยการกำหนดภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่ขายสินค้าให้กับสหรัฐฯ มากกว่าที่ซื้อจากสหรัฐฯ</li>
	<li>ราคาทองคำร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังศาลการค้าฯ มีคำสั่งระงับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</li>
	<li>ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.75% โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.65 ในการประชุมวันนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนเม.ย. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองสปอตร่วงต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลังศาลสหรัฐฯ ระงับมาตรการภาษีทรัมป์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107124</link>
<guid isPermaLink="false">e51e26a487841e995e9f52f83fe45a21</guid>
<pubDate>Thu, 29 May 2025 16:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ราคาทองคำร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ในช่วงเช้าวันนี้ (29 พ.ค.) เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากศาลการค้าของสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</strong></p>

<p>ราคาทองสปอตลดลง 0.82% แตะ 3,261.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ณ เวลา 08.56 น. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. ส่วนราคาทองฟิวเจอร์ลดลง 0.76% แตะ 3,261.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์</p>

<p>ศาลการค้าของสหรัฐฯ มีคำสั่งเมื่อวันพุธให้ระงับแผนของทรัมป์ในการเก็บภาษีนำเข้า โดยชี้ว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการเก็บภาษีแบบครอบคลุมจากประเทศที่ส่งออกสินค้ามายังสหรัฐฯ มากกว่าที่นำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ</p>

<p>ทำเนียบขาวได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวอย่างรวดเร็ว และอาจยื่นเรื่องต่อไปจนถึงศาลสูงหากจำเป็น แต่ในระหว่างนี้ ตลาดมองว่าเป็นสัญญาณบวกว่าทรัมป์อาจยอมถอยจากการกำหนดภาษีในระดับสูงสุดที่เขาเคยขู่ไว้</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8082413.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $5.50 นักลงทุนประเมินรายงานประชุมเฟด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107123</link>
<guid isPermaLink="false">46aba8e6bdd422b1a268bba2758c95f2</guid>
<pubDate>Thu, 29 May 2025 16:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพุธ (28 พ.ค.) หลังจากนักลงทุนประเมินรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งระบุถึงความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 5.50 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ 3,294.90 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>คณะกรรมการเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 6-7 พ.ค.โดยระบุว่า เฟดอาจเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ที่เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นในเวลาเดียวกับที่อัตราการว่างงานก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ กรรมการเฟดเตือนว่าสหรัฐฯ มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย</p>

<p>การประชุมเฟดครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าโลก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศต่าง ๆ เป็นวงกว้างในเดือนเม.ย.</p>

<p>นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ แนะนำให้นักลงทุนจัดสรรทองคำในสัดส่วนที่สูงกว่าปกติในพอร์ตการลงทุนระยะยาว โดยระบุถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ รวมทั้งแรงกดดันที่เฟดกำลังเผชิญ นอกจากนี้ คาดว่าราคาทองคำจะได้ปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ของธนาคารกลาง</p>

<p>นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) ส่วนในวันศุกร์จะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน</p>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 95 เซนต์ หลังสหรัฐฯแบนเชฟรอนส่งออกน้ำมันจากเวเนฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107122</link>
<guid isPermaLink="false">1750485a829a0ef0bb6738e61eb52251</guid>
<pubDate>Thu, 29 May 2025 16:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (28 พ.ค.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่อนุญาตให้บริษัทเชฟรอนส่งออกน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 95 เซนต์ หรือ 1.56% ปิดที่ 61.84 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 1.26% ปิดที่ 64.90 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>โอเปกพลัสได้จัดการประชุมในวันพุธ โดยที่ประชุมมีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันตามที่ได้ตกลงกันในการประชุมเดือนธ.ค. 2567 โดยจะลดกำลังการผลิตรวม 2 ล้านบาร์เรล/วันจนถึงสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเรียกร้องให้สำนักเลขาธิการโอเปกทำการประเมินศักยภาพการผลิตที่ยั่งยืนของแต่ละประเทศ เพื่อกำหนด &ldquo;เกณฑ์ขั้นต่ำ&rdquo; (baseline) สำหรับการผลิตน้ำมันในปี 2570 ซึ่งจะใช้เป็นฐานในการคำนวณโควตาการผลิตของสมาชิก</p>

<p>ส่วนในวันเสาร์นี้ (31 พ.ค.) สมาชิก 8 ชาติของกลุ่มโอเปกพลัส ได้แก่ รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย แอลจีเรีย อิรัก คาซัคสถาน คูเวต โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะจัดการประชุมแยกต่างหาก โดยคาดว่าที่ประชุมจะเห็นพ้องให้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 411,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนพ.ค.และมิ.ย.</p>

<p>ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนหลังจากรัฐบาลของปธน.ทรัมป์ไม่อนุญาตให้บริษัทเชฟรอนดำเนินงานในแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา รวมทั้งไม่สามารถส่งออกน้ำมัน หรือขยายกิจกรรมใด ๆ ในเวเนซุเอลา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เชฟรอนมีการชำระเงินใด ๆ แก่รัฐบาลของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เนื่องจากปธน.ทรัมป์มองว่าปธน.มาดูโรไม่มีความคืบหน้าในการส่งตัวผู้อพยพกลับประเทศ และประสบความล้มเหลวในการปฏิรูปการเลือกตั้งเพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศ</p>

<p>สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 4.24 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวกตามหุ้นสหรัฐฯ ขานรับทรัมป์เลื่อนเก็บภาษี EU (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106794</link>
<guid isPermaLink="false">ae58559791601022fea0741f511530b9</guid>
<pubDate>Wed, 28 May 2025 16:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (28 พ.ค.) ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ที่พุ่งขึ้นกว่า 700 จุดในวันอังคาร (27 พ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.</strong></h3>

<ul>
	<li>ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 37,918.86 จุด เพิ่มขึ้น 194.75 จุด หรือ +0.52%</li>
	<li>ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,342.93 จุด เพิ่มขึ้น 2.24 จุด หรือ +0.06% และ</li>
	<li>ดัชนีฮั่งเส็งปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,254.45 จุด ลดลง 127.54 จุด หรือ -0.55%</li>
</ul>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 1.78% ส่วนดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง หลังจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการขยายตัวในระดับเดียวกับในเดือนมี.ค. แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้น 2.3%</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (25 พ.ค.) ว่า เขาตกลงที่จะเลื่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จาก EU ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. จากเดิมวันที่ 1 มิ.ย. หลังจากที่ได้พูดคุยกับเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC)</p>

<p>นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) และรายงานการประชุมประจำวันที่ 6-7 พ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250514b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f151436.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปเปิดไร้ทิศทาง เหตุยังไม่มีปัจจัยชี้นำชัดเจน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106790</link>
<guid isPermaLink="false">c728c73249b258561406fc9111165e67</guid>
<pubDate>Wed, 28 May 2025 16:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นยุโรปเปิดไร้ทิศทางในการซื้อขายวันนี้ (28 พ.ค.) เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยชี้นำการซื้อขายชัดเจน โดยนักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด</strong></h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 552.19 จุด ลดลง 0.13 จุด หรือ -0.02%</li>
	<li>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ระดับ 7,825.42 จุด ลดลง 1.37 จุด หรือ -0.02% และ</li>
	<li>ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดตลาดที่ระดับ 24,250.99 จุด เพิ่มขึ้น 24.5 จุด หรือ +0.10%</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4083428.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.69 ตลาดจับตารายงานเฟด-ถ้อยแถลงจนท.-ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106789</link>
<guid isPermaLink="false">5b0803957406d2ed2e2bfaebcfea164a</guid>
<pubDate>Wed, 28 May 2025 16:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.69 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดวันก่อนที่ระดับ 32.74 บาท/ดอลลาร์</strong></h4>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทนั้น ราคาทองคำยังถือเป็นปัจจัยเสี่ยง Two-Way risk ที่อาจทำให้เงินบาทสามารถเคลื่อน ไหวแข็งค่า หรืออ่อนค่าลงได้ ตามทิศทางราคาทองคำ หากบรรยากาศในตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง อีกทั้งผู้เล่นใน ตลาดก็เริ่มลดความสนใจในธีม Sell US Assets ลงบ้าง ก็อาจจำกัดการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ และทำให้ราคาทองคำยังคงแกว่ง ตัวในกรอบ Sideways</p>

<p>&ldquo;เงินบาทอาจยังคงแกว่งตัวในกรอบ Sideways ที่กว้างพอสมควร แต่มีโอกาสเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up หรือ ทยอยอ่อนค่าลงมากขึ้น ตราบใดที่ตลาดการเงินอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมออกมาสดใสดี กว่าคาด และที่สำคัญ ตลาดควรทยอยคลายกังวลแนวโน้มเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่หนุนธีม Sell US Assets ได้&rdquo; นายพูน ระบุ</p>

<p>ขณะนี้ ตลาดอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หลังทางการสหรัฐฯ เลื่อนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าในอัตรา 50% กับ สินค้าจากยุโรป</p>

<p>สำหรับไฮไลท์สำคัญช่วงนี้ อยู่ที่ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงรายงานการประชุม FOMC ล่าสุด</p>

<p>นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น รายงานดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดาเฟดสาขาต่าง ๆ เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.50-32.85 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 144.48 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 143.91/92 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1326 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1349/1350 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.688 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>&ldquo;ผู้ว่าแบงก์ชาติ&rdquo; ส่งหนังสือถึงรัฐบาล แนะตีกรอบใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน ดูแลผู้ส่งออกสินค้าไปสหรัฐและผู้ ผลิตที่กระทบจากสินค้าทะลักเข้าไทย หลังจากปี 2565-2567 สินค้านำเข้าสุดท้ายเพิ่ม 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ชี้ SMEs ปรับตัวยาก ธปท. เร่งธุรกิจ-แบงก์ เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ย้ำยอดปล่อยกู้ใกล้แตะ 1 แสนล้าน แต่ยังไม่ใช่จุดที่พอใจ</li>
	<li>&ldquo;วราวุธ&rdquo; มั่นใจถกงบฯ 69 ราบรื่น เชื่อการเมือง มิ.ย. ไม่ร้อนแรง ชี้ &ldquo;จตุพร-สนธิ&rdquo; จับมือกัน ไม่มีอะไร รัฐบาลจะ ผ่านไปได้ ด้าน &ldquo;นฤมล&rdquo; การันตี &ldquo;25+11 เสียง&rdquo; จาก กธ. ยกมือหนุน &ldquo;พ.ร.บ.งบฯ 69&rdquo; แน่ รอดูมีเพิ่มหรือไม่ เชื่อศาลฎีกานัดฟังคดี ชั้น 14 ไม่กระทบการเมือง</li>
	<li>ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการขยายตัว 2.2% ในไตรมาส 2/2568 หลังจากเศรษฐกิจหดตัว 0.3% ในไตรมาส 1</li>
	<li>นักลงทุนขานรับผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 98.0 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 85.7 ในเดือนเม.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 86.0 โดยได้แรงหนุนจากการที่ สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงปรับลดอัตราภาษีศุลกากรเป็นการชั่วคราว ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการทำ สงครามการค้าระหว่างประเทศทั้งสอง ซึ่งมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก</li>
	<li>ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประกาศข่าวดีเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลง ทางการค้ากับหลายประเทศในสัปดาห์นี้ ซึ่งบางประเทศก็ใกล้จะบรรลุข้อตกลงแล้ว โดยอินเดียเป็นหนึ่งในนั้น</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (27 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันอังคาร (27 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) นอกจาก นี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ</li>
	<li>นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำวันที่ 6-7 พ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ และรอดูข้อมูล เศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนเม.ย.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310168cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49161438.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดร่วง $65.40 หลังทรัมป์ชะลอเก็บภาษี EU (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106788</link>
<guid isPermaLink="false">840aacdee16449937cef3c26df26e131</guid>
<pubDate>Wed, 28 May 2025 15:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันอังคาร (27 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 65.40 ดอลลาร์ หรือ 1.94% ปิดที่ 3,300.40 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ปธน.ทรัมป์ได้ตกลงที่จะเลื่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จาก EU ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. จากเดิมวันที่ 1 มิ.ย. หลังจากที่ได้พูดคุยกับเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC)</p>

<p>&ldquo;ผมได้รับโทรศัพท์จากเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งขอให้เราขยายเส้นตายการเรียกเก็บภาษีศุลกากร 50% จากสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 มิ.ย. และผมได้ตกลงที่จะขยายเส้นตายออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำเช่นนั้น&rdquo; ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความใน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ (25 พ.ค.)</p>

<p>นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.51% แตะที่ระดับ 99.521</p>

<p>นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำวันที่ 6-7 พ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ และรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนเม.ย.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8082413.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ 64 เซนต์ กังวลโอเปกพลัสเพิ่มผลิต-เจรจานิวเคลียร์คืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106787</link>
<guid isPermaLink="false">a4cdf8e9e40b2480b495ca84c6ed74ac</guid>
<pubDate>Wed, 28 May 2025 15:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (27 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลที่ว่าอุปทานน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่อิหร่านและสหรัฐฯ มีความคืบหน้าในการเจรจานิวเคลียร์ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงจากการคาดการณ์ที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส จะตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมสัปดาห์นี้</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 64 เซนต์ หรือ 1.04% ปิดที่ 60.89 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 65 เซนต์ หรือ 1.0% ปิดที่ 64.09 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>กลุ่มโอเปกพลัสจะจัดการประชุมร่วมกันในวันนี้ (28 พ.ค.) โดยคาดว่าที่ประชุมจะคงนโยบายการผลิตน้ำมัน แต่คาดว่าในการประชุมอีกครั้งในวันเสาร์นี้ (31 พ.ค.) กลุ่มโอเปกพลัสจะตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนก.ค.</p>

<p>ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ห้าที่กรุงโรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีสัญญาณความคืบหน้าเล็กน้อย แม้ยังคงมีประเด็นความขัดแย้งหลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมของอิหร่าน</p>

<p>นักวิเคราะห์คาดว่า หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์และนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ก็จะทำให้อิหร่านสามารถเพิ่มการส่งออกน้ำมันในตลาด 300,000-400,000 บาร์เรล/วัน</p>

<p>ข้อมูลจากหน่วยงานด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในปี 2567 รองจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310180237c3de70f1174df4623c9e0280053c111549.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีสินค้ายุโรป (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106629</link>
<guid isPermaLink="false">be3e6e875d3c4be14da943a698109460</guid>
<pubDate>Tue, 27 May 2025 16:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันจันทร์ (26 พ.ค.) โดยสามารถฟื้นตัวจากการร่วงลงในวันศุกร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ชะลอแผนการขึ้นภาษีนำเข้า 50% กับสินค้าจากยุโรป ซึ่งช่วยคลายความวิตกของนักลงทุน</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 550.50 จุด เพิ่มขึ้น 5.37 จุด หรือ +0.99%</li>
	<li>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,828.13 จุด เพิ่มขึ้น 93.73 จุด หรือ +1.21% และ</li>
	<li>ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,027.65 จุด เพิ่มขึ้น 398.07 จุด หรือ +1.68%</li>
</ul>

<p>ส่วนตลาดหุ้นลอนดอนปิดทำการ เนื่องในวันหยุดธนาคาร</p>

<p>ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดเพิ่มขึ้น 1% หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (24 พ.ค.) ร่วงลง 0.9% จากการที่ทรัมป์ประกาศกะทันหันว่าจะขึ้นภาษีสินค้าจากสหภาพยุโรป โดยให้เหตุผลว่า การเจรจากับยุโรปเป็นไปอย่างล่าช้า</p>

<p>อย่างไรก็ตาม ในวันอาทิตย์ (26 พ.ค.) ทรัมป์ได้เลื่อนกำหนดเส้นตายสำหรับการเก็บภาษีออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. 2568 จากเดิมวันที่ 1 มิ.ย. 2568 หลังจากเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ระบุว่าสหภาพยุโรปซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศต้องการเวลามากขึ้นในการจัดทำข้อตกลง</p>

<p>หุ้นกลุ่มรถยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งมักได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดด้านภาษี ปรับตัวขึ้นนำตลาด โดยเพิ่มขึ้น 1.8% แต่ถูกจำกัดการปรับขึ้นจากการร่วงลง 3.3% ของหุ้นปอร์เช่ (Porsche)</p>

<p>หุ้นกลุ่มบริษัทด้านกลาโหมเป็นหนึ่งในแรงหนุนหลักของดัชนี STOXX 600 โดยหุ้นไรน์เมทัล (Rheinmetall) และเลโอนาร์โด (Leonardo) ต่างพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ขณะที่ดัชนีกลุ่มอากาศยานและกลาโหม เพิ่มขึ้น 1.7%</p>

<p>หุ้นเหล่านี้ยังช่วยหนุนดัชนีกลุ่มสินค้าทางอุตสาหกรรมและบริการให้เพิ่มขึ้น 1.5% ด้วยเช่นกัน</p>

<p>กลุ่มกลาโหมและรถยนต์มีบทบาทสำคัญต่อการในการหนุนดัชนีหุ้นเยอรมนีพุ่งขึ้น 1.7% ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์</p>

<p>หุ้นกลุ่มสินค้าหรูซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับตลาดสหรัฐฯ อย่างมาก ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเคอริง (Kering), แอลวีเอ็มเอช (LVMH) และริชมอนด์ (Richemont) ต่างปรับขึ้นราว 1% เช่นเดียวกับดัชนีรวมของกลุ่มสินค้าหรูหรา</p>

<p>นักวิเคราะห์กล่าวไว้ว่า การที่มีเวลามากขึ้นสำหรับการเจรจาระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ เป็นข่าวดี แต่ความเร็วของการฟื้นตัวในตลาดหุ้นอาจสะท้อนถึงความคาดหวังที่มากเกินไปของนักลงทุนต่อการเจรจาการค้า</p>

<p>ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นพร้อมกับเงินสกุลเสี่ยงอื่น ๆ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากทรัมป์กลับลำไม่ขึ้นภาษีทันที</p>

<p>ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และปัญหาการคลัง ซึ่งถูกตอกย้ำโดยการที่มูดี้ส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2568 ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์สหรัฐฯ</p>

<p>นักวิเคราะห์อีกรายกล่าวว่า หากต้องการพอร์ตลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ สหรัฐฯ ยังเป็นตัวเลือกแรก แต่จากความตึงเครียดด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ความเชื่อดังกล่าวเปลี่ยนไปแล้ว</p>

<p>ปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบางกว่าปกติ เนื่องจากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ในตลาดสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร</p>

<p>สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้นธิสเซ่นครุปป์ (Thyssenkrupp) พุ่งขึ้น 8.8% หลังจากมีรายงานเมื่อสุดสัปดาห์ว่า บริษัทผลิตเรือดำน้ำและชิ้นส่วนรถยนต์แห่งนี้ วางแผนจัดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 ส.ค. 2568 เพื่ออนุมัติแผนการแยกธุรกิจเรือรบออกไป แต่ทางธิสเซ่นครุปป์ยังไม่ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้</p>

<p>หุ้นซีแลนด์ ฟาร์มา (Zealand Pharma) เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 โดยเพิ่มขึ้นถึง 10%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4164154.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ขาดปัจจัยใหม่หนุน เกาะติดมาตรการภาษีสหรัฐต่อไทย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106622</link>
<guid isPermaLink="false">28448bed00e6e23bba5a3437e97f8191</guid>
<pubDate>Tue, 27 May 2025 16:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดวันนี้ตลาดน่าจะแกว่งไซด์เวย์ ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปอาจจะดีดขึ้นบ้าง ตามข่าวที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนเก็บภาษีนำเข้า 50% จากสหภาพยุโรป (EU) เป็นวันที่ 9 ก.ค.จากเดิมวันที่ 1 มิ.ย. ซึ่งตลาดฯได้ทราบไปก่อนหน้าแล้ว ทำให้วันนี้ยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ อีกทั้งตัวเลขการส่งออกไทยเดือนเม.ย.68 ที่ขยายตัว 10.2% ถึงจะเป็นอัตราที่มาก แต่น้อยกว่าการคาดการณ์ของตลาด และนักลงทุนยังเฝ้ารอมาตรการภาษีสหรัฐฯ ต่อประเทศไทยว่าจะเป็นอย่างไร</strong></h4>

<p>ส่วนปัจจัยต่างประเทศวันนี้ จะมีรายงานตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมประเทศจีนเดือนเม.ย. ส่วนปัจจัยในประเทศ ให้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้</p>

<p>พร้อมให้แนวต้าน 1,185 จุด และแนวรับ 1,165 จุด</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดทำการในวันจันทร์ (26 พ.ค.) เนื่องในวัน Memorial Day</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,523.37 จุด ลดลง 8.16 จุด หรือ -0.02% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,216.87 จุด ลดลง 65.46 จุด หรือ -0.28% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,346.50 จุด ลดลง 0.34 จุด หรือ -0.01%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (26 พ.ค.) 1,178.43 จุด เพิ่มขึ้น 2.07 จุด (+0.18%) มูลค่าซื้อขาย 27,690.45 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (26 พ.ค.) 1,126.51 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก ปิดทำการในวันจันทร์ (26 พ.ค.) เนื่องในวัน Memorial Day</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (26 พ.ค.) อยู่ที่ 7.40 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 32.52 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค ตลาดรอปัจจัยใหม่ ให้กรอบวันนี้ 32.40-32.65</p>

<p>&ndash; ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งออกขาย &ldquo;จี โทเคน&rdquo; พร้อมร่างประกาศ 6 ฉบับ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจและบุคคลทั่วไป พร้อมปิดประตูใช้ &ldquo;เก็งกำไร&rdquo; ยืนยันไม่เป็นสื่อกลางชำระสินค้าและบริการ แจง &ldquo;กระทรวงการคลัง&rdquo; สามารถระดมทุน &ldquo;จี โทเคน&rdquo; ไม่ต้องขออนุญาต ก.ล.ต. เพราะถือเป็น &ldquo;การกู้เงิน&rdquo; ตามพ.ร.บ. หนี้สาธารณะ หนุนส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการออม</p>

<p>&ndash; ฝ่าวิกฤติ &ldquo;จีนเที่ยวไทย&rdquo; ยื้อพ้นปากเหว หวั่นตัวเลขร่วงสู่ระดับ 5 ล้านคนปีนี้ เร่งกู้ความเชื่อมั่นหลัง &ldquo;ปัญหาภาพลักษณ์ความปลอดภัย&rdquo; ในสายตาชาวจีน ลากยาวเกือบ 5 เดือน ลุยกิจกรรม &ldquo;สวัสดี หนีห่าว&rdquo; เชิญตัวแทนเอเย่นต์ทัวร์-สื่อมวลชน- อินฟลูฯ จีนกว่า 600 คน เดินทางสำรวจ บรรยากาศการท่องเที่ยวของจริง ด้าน &ldquo;กระทรวงการท่องเที่ยวฯ&rdquo; เตรียมของบ กระตุ้น 3,180 ล้านบาท ผ่าน 3 โครงการ หนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ</p>

<p>&ndash; &ldquo;พิชัย&rdquo; เผยหารือ &ldquo;กองทุนต่างชาติ&rdquo; ดึงลงทุนหุ้นไทย พร้อมปรับเกณฑ์หวังเอื้อกับการลงทุน ชี้ระดับดัชนีฯ 1,100-1,200 จุด เริ่มน่าสนใจ รับ &ldquo;บาทแข็ง&rdquo; จากเงินไหลเข้า &ldquo;พันธบัตร&rdquo; แต่อาจไม่ใช่เงินร้อน แต่พักเงินเพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจ มองระยะถัดไปอาจโยกมาลงทุนหุ้นได้</p>

<p>&ndash; ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลางน้ำ เช่นแผงวงจร ทรานส์ฟอร์เมอร์ พาวเวอร์ซัพพลาย ตกอยู่ในสถานการณ์สับสนหลังทรัมป์ขึ้นภาษีเป็น 10% โดยผ่อนผันเพื่อให้เจรจาต่อรองนาน 90 วัน นับจาก 2 เม.ย. 68 แจง&hellip;ช่วงผ่อนผัน 90 วันทุกโรงงานเร่ง ผลิตกันหูดับตับไหม้เพื่อส่งออกให้มากที่สุด ส่วนในระยะยาวรัฐบาลไทยต้องเคลียร์ข้อสงสัยของอเมริกาในประเด็นทุนจีนมา ตั้งโรงงานอิเล็กทรอนิกส์และสวมสิทธิการส่งออกจากไทยไปอเมริกา โดยแยกชัดเจนระหว่างโรงงานของไทยและโรงงานที่เป็นทุนจีน ในขณะเดียวกันภาครัฐต้องควบคุมการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีโลคอลคอนเทนต์ที่ต้องใช้แรงงานไทยและชิ้นส่วนการผลิตในไทยตามที่ระบุในการส่งเสริมการลงทุน</p>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&ndash; OSP (ฟินันเซีย ไซรัส) &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย 24 บาท ส่วนแบ่งการตลาดของ OSP เดือนเม.ย. ขยับขึ้น 0.6% m-m เป็น 45% โดยภาพรวมเพิ่มขึ้น 0.5% YTD แม้สัดส่วนของ M-150 12 บาท จะปรับลงบ้าง แต่ตัว 10 บาทปรับขึ้นมากพอชดเชย ทำให้ภาพรวมส่วนแบ่งตลาดยังปรับขึ้นได้ตามแผน แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/68 ดูดีกว่าที่เคยประเมิน โดยมีลุ้นทรงตัว q-q และโต 8% y-y หนุนจาก Gross Margin ที่คาดว่ายังอยู่ในระดับที่สูง และจะทำให้กำไร 2H25 คิดเป็น 60-65% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งอาจมี Upside</p>

<p>&ndash; GULF (ซีจีเอส อินเตอร์ฯ)&rdquo;ซื้อ&rdquo;ราคาเป้าหมาย 63 บาท บริษัทรายงานว่าผลกระทบจากกรณีการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ปรับลดอัตรารับซื้อ ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเวียดนามกระทบผลประกอบการเพียงเล็กน้อย เหตุกระทบโครงการ ขนาดเล็กเพียง 120 MW หรือคิดเป็นไม่ถึง 1% ของกำไรสุทธิ ในเชิงพื้นฐาน เรายังคงประมาณการกำไร โดยมองว่าการประหยัดค่าใช้จ่ายจากต้นทุนดอกเบี้ยที่ คาดลดลงเป็น upside เรายังแนะนำ &ldquo;ซื้อ&rdquo; GULF จากกำไรที่เติบโตสม่ำเสมอ, งบดุลที่แข็งแกร่ง ขึ้น, สถานะผู้นำตลาดและการขยายกิจการในธุรกิจสาธารณูปโภคและ LNG ขณะที่เราคำนวณ ราคาเป้าหมายของ GULF ที่ 63 บาทด้วยวิธี SOP ประกอบด้วยมูลค่าของธุรกิจโรงไฟฟ้า 33 บาท (DCF, WACC 5%), ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน 4 บาท, การลงทุนใน ADVANC, THCOM (Not Rated, ราคาหุ้น 8.80), KBANK (1 บาท/หุ้น) และ เงินลงทุนอื่นๆ (1 บาท/ หุ้น) รวม 24 บาท (Take profit : 47.75 / Stop loss : 46.50)</p>

<p>&ndash; STECON (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐานที่ 9.86 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกกับ STECON จากรายงานผลประกอบการหลัก ไตรมาส 1/68 ที่ 341.5 ลบ. (+716% YoY และ -52% QoQ) สูงกว่าประมาณการของเราไป 22% ทั้งนี้มองว่ากำไรใน ไตรมาส 2/68 อาจเติบโตขึ้นทั้งYoY, QoQ จากผลขาดทุนบึงหนองบอน (BNB)ที่หมดไปในปีที่ผ่านมา รวมไปถึงเก็งการรับรู้ผลขาดทุนรถไฟฟ้าสีชมพูน้อยลงจากการเปลี่ยนมาตรฐานการบัญชีในส่วนของ backlog อยู่ที่ระดับ 1.25 แสนลบ. ณ 1Q25 (+30% YoY และ +7.7% QoQ) คิดเป็นการลงนามในโครงการใหม่มูลค่า 1.6 หมื่นลบ.ในไตรมาส 1/68 จากโครงการภาคเอกชน 2 โครงการ โดย backlog ล่าสุดอาจครอบคลุมการคาดการณ์รายได้ 4 ปีของเรา</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.52 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค ตลาดรอปัจจัยใหม่ ให้กรอบวันนี้ 32.40-32.65 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106619</link>
<guid isPermaLink="false">9c9887790f9d2e6d9ecacb3183914bbe</guid>
<pubDate>Tue, 27 May 2025 16:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.52 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก ปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 32.62 บาท/ดอลลาร์</h2>

<p>เช้านี้เงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคเคลื่อนไหวแข็งค่า โดยยังไม่มีปัจจัยใหม่ เนื่องจากเมื่อคืนตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการในวัน หยุด Memorial Day สำหรับวันนี้ต้องติดตาม fund flow ต่างชาติ ราคาทองคำในตลาดโลก และรอดูดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากสหรัฐฯ</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.40 &ndash; 32.65 บาท/ดอลลาร์</p>

<h3>ปัจจัยสำคัญ</h3>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 142.28 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 142.87 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1401 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1381 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.494 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>เหล่าผู้นำของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มต้นการประชุม 2 วัน เพื่อเพิ่มสัมพันธไมตรีกับประเทศจีน และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อหลบผลกระทบจากภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์</li>
	<li>นายกฯแพทองธารโชว์วิสัยทัศน์ใหม่อาเซียนสู่อนาคต เสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางและเอกภาพ หาแนวทางร่วมต่อ นโยบายภาษีของสหรัฐ ปธ.วิปรัฐบาลมั่นใจ 314 เสียงพร้อมโหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบปี&rsquo;69 เตรียมทีมชี้แจงฝ่ายค้าน</li>
	<li>ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งออกขาย &ldquo;จี โทเคน&rdquo; พร้อมร่างประกาศ 6 ฉบับ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจและบุคคล ทั่วไป พร้อมปิดประตูใช้ &ldquo;เก็งกำไร&rdquo; ยืนยันไม่เป็นสื่อกลางชำระสินค้าและบริการ แจง &ldquo;กระทรวงการคลัง&rdquo; สามารถระดมทุน &ldquo;จี โท เคน&rdquo; ไม่ต้องขออนุญาต ก.ล.ต. เพราะถือเป็น &ldquo;การกู้เงิน&rdquo; ตามพ.ร.บ. หนี้สาธารณะ หนุนส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการออม</li>
	<li>ตลาดเงินและตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 26 พ.ค. เนื่องในวัน Memorial Day</li>
	<li>สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ กำลังเตรียมการเพื่อเจรจารอบที่ 4 เกี่ยวกับ มาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตันในวันศุกร์นี้ (30 พ.ค.)</li>
	<li>ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตรียมเปิดประชุมประจำปีร่วมกับสถาบันวิจัยในเครือเป็นเวลา 2 วัน เริ่มตั้งแต่วันนี้ (27 พ. ค.) ที่สำนักงานใหญ่กรุงโตเกียว โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางแคนาดา และธนาคารกลางออสเตรเลีย รวมถึงนักวิชาการจากภูมิภาคเอเชียและยุโรปเข้าร่วม ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลก คล้ายกับการประชุม ประจำปีของเฟดที่แจ็กสันโฮลในสหรัฐฯ</li>
	<li>นักลงทุนยังรอดูการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนเม.ย.ของสหรัฐฯ ในวัน ศุกร์นี้ (30 พ.ค.) โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการ เปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310168cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49161438.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งซึมลง ไร้ปัจจัยบวกหนุน กังวลความไม่แน่นอนเศรษฐกิจ-การเมือง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/105981</link>
<guid isPermaLink="false">3b6de25581cadba053cb6c9f693ee4c5</guid>
<pubDate>Fri, 23 May 2025 13:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดแกว่งไซด์เวย์ทิศทางซึมตัว ไร้ปัจจัยบวกหนุน ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังถูกปรับลดคาดการณ์กำไรลง เป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่อาจมีความกังวลมากขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งหลายสำนักปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้ลง โดยบล.ทิสโก้ ช่วงต้นสัปดาห์ได้ปรับคาดการณ์ GDP ปี 68 จากเดิมคาดโต 1.8% เหลือ 1.6% จากการปรับตัวดัชนีการลงทุนภาคเอกชนที่น่าจะไม่เติบโต เพราะมีความไม่แน่นอนการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ ที่มียังไม่มีความชัดเจน</strong></h4>

<p>นอกจากนี้ประเด็นการเมืองอาจต้องติดตามมากขึ้น เนื่องจากมีสัญญาณที่ทำให้นักลงทุนให้น้ำหนักปัจจัยการเมืองมากขึ้น หลังเมื่อวานนี้มีคำตัดสินคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนักลงทุนมองข้ามไปยัง 1 เดือนข้างหน้าที่จะมีการพิจารณาคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้ปัจจัยการเมืองอาจมีความกังวลต่อเนื่องต่อเสถียรภาพรัฐบาล อาจเป็นอุปสรรคการทำงาน</p>

<p>อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ดอลลาร์อ่อนค่าส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า อาจเห็นนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิได้ แต่มองว่าไม่ได้ซื้อต่อเนื่อง ซึ่งสัปดาห์หน้าอาจติดตาม MSCI Rebalancing ซึ่งหุ้นไทยถูกถอดออกจาก Global Standard 3 ตัว รวมทั้งถูกปรับลดน้ำหนักหุ้นที่อยู่ในดัชนีอยู่แล้ว คิดเป็นเม็ดเงินไหลออกสัปดาห์หน้า แม้สัปดาห์นี้เห็นต่างชาติซื้อสุทธิแต่ยังไม่ค่อยมาก ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงปัจจุบันต่างชาติยังขายสุทธิอยู่</p>

<p>กลยุทธ์การลงทุนหลักแนะนำ wait&amp;see หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือ 1,180 ได้ ทั้งนี้ให้กรอบแนวรับ 1,170 จุดแนวรับถัดไป 1,160 จุด และแนวต้าน 1,190 &ndash; 1,195 จุด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (22 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,859.09 จุด ลดลง 1.35 จุด หรือ -0.003%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,842.01 จุด ลดลง 2.60 จุด หรือ -0.04% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 18,925.73 จุด เพิ่มขึ้น 53.09 จุด หรือ +0.28%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,161.74 จุด เพิ่มขึ้น 175.87 จุด หรือ +0.48% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 23,557.38 จุด เพิ่มขึ้น 13.07 จุด หรือ +0.06% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,376.87 จุด ลดลง 3.32 จุด หรือ -0.10%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (22 พ.ค.) 1,173.37 จุด ลดลง 6.44 จุด (-0.55%) มูลค่าซื้อขาย 38,569.91 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (22 พ.ค.) 1,410.38 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. (22 พ.ค.) ลดลง 37 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 61.20 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (22 พ.ค.) อยู่ที่ 7.16 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 32.87 แกว่งแคบ รอปัจจัยใหม่หนุนทิศทาง ให้กรอบวันนี้ 32.70-33.00</p>

<p>&ndash; โฆษก ธปท.เผยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนช่วงที่ผ่านมาสอดคล้องกับสกุลอื่นในภูมิภาค ตั้งแต่ความตึงเครียดของสถานการณ์การค้าโลกผ่อนคลายลงในช่วงกลางเดือน พ.ค. นักลงทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น0.5% เทียบกับดอลลาร์ สรอ.สอดคล้องกับเงินสกุลภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้นระหว่าง 0.4% &ndash; 1.1%(แข็งค่านำโดย อินโดนีเซีย 1.1% เกาหลี 1.1% มาเลเซีย 0.6%)</p>

<p>&ndash; ยอดผลิตรถ เม.ย.68 หดตัวต่ำสุดรอบ 44 เดือน ตลาดรวมซบต่อเนื่อง ผลกระทบเศรษฐกิจพ่วง หนี้ครัวเรือนพุ่ง &ldquo;รถกระบะ&rdquo; แผ่วต่อเนื่อง ฉุดภาพรวมการผลิตและส่งออก จับตาการเจรจาภาษีสหรัฐท่ามกลางปัจจัยลบ ทั้งการลงทุน ภาครัฐ-เอกชน จับตาหนี้เสียเพิ่ม ส.อ.ท.เตรียมทบทวนเป้าผลิตรถทั้งปี หวัง &ldquo;กระบะพี่มีคลังค้ำ&rdquo; ช่วยพยุงตลาด</p>

<p>&ndash; ททท.คาดหวังโครงการ &ldquo;สวัสดี หนีห่าว&rdquo; ปลายเดือนนี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนให้ดีขึ้น ขอเวลา 1 เดือนหลังจัดงาน ประเมินว่าไทยจะฝ่าวิกฤตินักท่องเที่ยวจีนตกลงเหลือ 5 ล้านคนได้หรือไม่ ชี้อย่างน้อยต้องให้ได้มากกว่าปีก่อน</p>

<p>&ndash; ธอส.ขานรับนโยบายนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมกรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท จัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ (DC3) เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) ให้กลับมามีความสามารถในการผ่อนชำระเงินงวดได้ตามปกติ เพื่อรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเงินงวด นานสูงสุด 1 ปี ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการผ่าน Application : GHB ALL BFRIEND และสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน-31 ธันวาคม 2568</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&ndash; OSP (เมย์แบงก์) คาดกำไร ไตรมาส 2/68 โตต่อเนื่องทั้ง YoY และ YoY จาก market share ที่ต่อเนื่อง 4 เดือนติด ล่าสุด เม.ย. 68 ที่ 45% ปรับตัวจากจุดต่ำสุดเมื่อ ธ.ค.67 ที่ 44.5% เนื่องจากปรับกลยุทธ์ M-150(ฝาเหลือง) ขวด 10 บาทที่กระแสตอบรับดี และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจาก product mix ที่ดีขึ้น เราชอบ OSP เนื่องจาก กำไรปี 68 เติบโต 9%YoY ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PER 13.8 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง -1.75 S.D.) พร้อมปันผลปี 68 ที่สูงถึง 8% เป็นปัจจัยช่วยจำกัด Downside ราคาหุ้น</p>

<p>&ndash; CK (ฟินันเซีย ไซรัส) CK Backlog ปัจจุบันยืนระดับสูง 2 แสนลบ. บริษัทคงเป้าปีนี้รายได้ก่อสร้าง 4-4.5 หมื่นลบ. โต 7-20% YoY สอดคล้องกับคาดการณ์เรา 4 หมื่นลบ. และ GPM มากกว่า 7% แนวโน้มกำไร ไตรมาส2/68 คาดเร่งขึ้น q-q นอกเหนือจากธุรกิจก่อสร้างที่ไปได้ดี ยังมีแรงหนุนจากการรับรู้เงินปันผลรับจาก TTW และส่วนแบ่งกำไรจาก CKP ที่เร่งขึ้นจาก High Season คงประมาณการกำไรปีนี้ 1.5 พันลบ. +4% y-y และราคาเป้าหมาย 20 บาท ยังแนะนำ &ldquo;ซื้อ&rdquo;</p>

<p>&ndash; PR9 (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐานที่ 27.90 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกผลประกอบการไตรมาส 1/68 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แนวโน้มไตรมาส 2/68 คาดเติบโตต่อเนื่องทั้ง YoY, QoQ จากการกลับมาของผู้ป่วยตะวันออกกลางมากขึ้นหลังจากผ่านช่วงรอมฎอนไปแล้วใน ไตรมาส1/68 ในขณะเดียวกันผู้บริหารได้ให้มุมมองเชิงบวกว่าคุณภาพการรักษาและการตั้งราคาที่เหมาะสมเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของ PR9 จะส่งผลให้รายได้จากคนไข้ต่างชาติเติบโตต่อเนื่องจาก ไตรมาส 1/68 ที่ทำได้อย่างแข็งแกร่งที่ระดับ 88% YoY</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวก ขานรับเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ ส่งสัญญาณคืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/105979</link>
<guid isPermaLink="false">f99a017de738ab81d41bbffe72fd99e7</guid>
<pubDate>Fri, 23 May 2025 13:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (23 พ.ค.) โดยนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีความคืบหน้า</p>

<p>ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 37,280.84 จุด เพิ่มขึ้น 294.97 จุด หรือ +0.80%, ดัชนีฮั่งเส็งปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,679.99 จุด เพิ่มขึ้น 135.68 จุด หรือ +0.58% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,382.96 จุด เพิ่มขึ้น 2.77 จุด หรือ +0.08%</p>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.4% ส่วนดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดบวก 0.33%</p>

<p>สถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนส่งสัญญาณคืบหน้า โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า สหรัฐฯ และจีนได้ตกลงที่จะยังคงมีการสื่อสารร่วมกันต่อไป หลังจากหม่า จ้าวซู่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน และคริสโตเฟอร์ แลนเดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้หารือกันทางโทรศัพท์</p>

<p>แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่างๆ ในระหว่างการพูดคุยกันโทรศัพท์ในวันพฤหัสบดี (22 พ.ค.) ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ที่คล้ายกันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเกี่ยวกับความสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงในการรักษาช่องทางการสื่อสารให้เปิดกว้าง</p>

<p>สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมอาหารสดที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2566 เนื่องจากต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น หลังรัฐบาลลดเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค</p>

<p>ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวลดลง 0.1% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน นับเป็นการลดลงรายเดือนครั้งแรกในรอบ 6 เดือน โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลง</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250514b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f151436.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ราคาทองคำจ่อทำสถิติรายสัปดาห์สูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน อานิสงส์ดอลล์อ่อน-กังวลหนี้สหรัฐฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/105978</link>
<guid isPermaLink="false">646e4062a669ac9fe4837806a0c70022</guid>
<pubDate>Fri, 23 May 2025 13:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันนี้ (23 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความวิตกเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลังของสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง</p>

<p>ทั้งนี้ ราคาทองคำสปอตขยับขึ้น 0.3% แตะระดับ 3,303.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ณ เวลา 09.04 น. ตามเวลาไทย และนับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ราคาทองคำพุ่งขึ้นแล้วกว่า 3% ทำให้มีแนวโน้มปิดตลาดสัปดาห์นี้แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเม.ย. ด้านสัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ 3,303.00 ดอลลาร์</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลงมากกว่า 1% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งนับเป็นการอ่อนค่ารายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ซึ่งการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้ทองคำที่ซื้อขายในรูปของสกุลดอลลาร์มีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนต่างชาติ</p>

<p>นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความคาดหวังในเรื่องการค้าระหว่างประเทศที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนตลาดได้เริ่มถูกบดบังด้วยความกังวลเรื่องการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงความลังเลในการถือครองสินทรัพย์สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจกับทองคำในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยอีกครั้ง</p>

<p>นักวิเคราะห์ยังประเมินเพิ่มเติมว่า หากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ข้อพิพาทด้านภาษี ปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีอยู่ ทองคำก็น่าจะสามารถทรงตัวเหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ต่อไป</p>

<p>ด้านการเมืองในสหรัฐฯ นั้น ล่าสุด สภาผู้แทนราษฎรซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากได้ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยภาษีและการใช้จ่ายครั้งใหญ่เมื่อวันพฤหัสบดี (22 พ.ค.) โดยร่างกฎหมายนี้สอดคล้องกับนโยบายหลักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และจะเพิ่มภาระหนี้ของรัฐบาลกลางหลายล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้ร่างดังกล่าวถูกส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณา โดยพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาอยู่ 53 ต่อ 47 เสียง</p>

<p>นอกจากนี้ เมื่อวันพุธ (21 พ.ค.) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังเผชิญปัญหาความต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20 ปี มูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนหลังจากที่มูดี้ส์เพิ่งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ลงจากระดับ AAA</p>

<p>ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนราคาทองคำ โดยอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย หากอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งคำเตือนดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ CNN รายงานว่าอิสราเอลกำลังเตรียมปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231102975c62518acbdfde8d682027fe40311c154914.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.87 แกว่งแคบ รอปัจจัยใหม่หนุนทิศทาง ให้กรอบวันนี้ 32.70-33.00 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/105976</link>
<guid isPermaLink="false">e3f7e832ad4449e61d76109ceb94b4d3</guid>
<pubDate>Fri, 23 May 2025 13:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 32.87 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย จากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 32.86 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากดอลลาร์ฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังดอลลาร์อ่อนค่า เร็วจากความกังวลเรื่องการคลังของสหรัฐฯ โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเกินคาด</strong></h4>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศยังต้องดูทิศทางของกระแสเงินทุนต่างประเทศ (Flow) ในตลาดพันธบัตร และธุรกรรมเกี่ยวกับการค้า ทอง โดยเมื่อคืนราคาทองในตลาดโลกปรับตัวลดลง 18.50 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>&ldquo;บาทอ่อนค่าจากเย็นวานนี้เล็กน้อย แต่ยังขาดปัจจัยใหม่ชี้นำ ต้องดู Flow ในตลาดพันธบัตรและทอง&rdquo; นักบริหารเงิน กล่าว</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.70 &ndash; 33.00 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 143.75 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 143.30/50 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1292 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1298/1299 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.684 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>โฆษก ธปท.เผยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนช่วงที่ผ่านมาสอดคล้องกับสกุลอื่นในภูมิภาค ตั้งแต่ความตึงเครียดของ สถานการณ์การค้าโลกผ่อนคลายลงในช่วงกลางเดือน พ.ค. นักลงทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น0.5% เทียบกับดอลลาร์ สรอ.สอดคล้องกับเงินสกุลภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้นระหว่าง 0.4% &ndash; 1.1%(แข็งค่านำโดย อินโดนีเซีย 1.1% เกาหลี 1.1% มาเลเซีย 0.6%)</li>
	<li>เคทีซีมองภาษีทรัมป์ ยังมีความไม่แน่นอน แม้มีข้อตกลงกับบางประเทศ เผยนโยบายการเงินการคลังควรทำงานประสานกัน เพื่อดันเศรษฐกิจไทย ขณะที่ภาคท่องเที่ยวยังท้าทาย</li>
	<li>ททท.คาดหวังโครงการ &ldquo;สวัสดี หนีห่าว&rdquo; ปลายเดือนนี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนให้ดี ขึ้น ขอเวลา 1 เดือนหลังจัดงาน ประเมินว่าไทยจะฝ่าวิกฤตินักท่องเที่ยวจีนตกลงเหลือ 5 ล้านคนได้หรือไม่ ชี้อย่างน้อยต้องให้ได้มากกว่า ปีก่อน</li>
	<li>ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือน พฤษภาคมนี้ โดยจะพิจารณาจากกลุ่มโครงการที่รัฐบาลได้กำหนดไว้แล้ว 4 ด้าน ได้แก่ โครงการลงทุนด้านน้ำและคมนาคม การกระตุ้น ภาคท่องเที่ยว การลดผลกระทบ ส่งออกและเพิ่มผลิตภาพ และการกระตุ้น เศรษฐกิจชุมชนและการจ้างงาน ซึ่งรวมถึงมาตรการกระตุ้นการ บริโภคด้วย ทั้งนี้ การทำโครงการจะพิจารณาถึงความพร้อมดำเนินการได้ทันที และการเร่งรัดให้เม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้จริงภายใน ปีงบประมาณนี้ หรือ สิ้นเดือนกันยายน 2568</li>
	<li>&ldquo;สบน.&rdquo; ชี้ &ldquo;เงินทุนต่างชาติ&rdquo; ไหลเข้า &ldquo;บอนด์ไทย&rdquo; ระยะกลาง-ยาวมาก เกินคาด ย้ำไม่ใช่ &ldquo;เงินร้อน&rdquo; แม้ภาพ เศรษฐกิจไทย เปราะบาง แต่ &ldquo;การคลัง&rdquo; แกร่ง</li>
	<li>&ldquo;แม่ทองสุก&rdquo; (MTS Gold) เผยความต้องการทองคำจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนที่ผ่านมา ดันปริมาณนำเข้า แตะ 127.5 ตัน สูงสุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกยังแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเสถียรภาพ การคลังสหรัฐฯ และดอลลาร์ที่อ่อนค่า กระแสเงินทุนที่ยังไหลเข้าสู่ทองคำต่อเนื่อง</li>
	<li>สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ให้การอนุมัติอย่างฉิวเฉียดต่อร่างกฎหมายภาษีและงบประมาณรายจ่ายเมื่อวานนี้ (22 พ.ค.) ด้วยคะแนนเสียง 215-214 เสียง ก่อนส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อทำการพิจารณาต่อไป&nbsp;</li>
	<li>เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ ปรับ ตัวขึ้นสู่ระดับ 52.1 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 50.6 ในเดือนเม.ย.</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 227,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 230,000 ราย&nbsp;</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (22 พ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวนหลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายภาษีและงบประมาณรายจ่ายของ รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (22 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจาก การที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ 37 เซนต์ วิตกข่าวโอเปกพลัสวางแผนเพิ่มผลิต (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/105975</link>
<guid isPermaLink="false">f2990252ab39a0eadfc93a874f373b41</guid>
<pubDate>Fri, 23 May 2025 13:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (22 พ.ค.) หลังมีรายงานว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส กำลังหารือกันเกี่ยวกับการเพิ่มผลิตน้ำมันในเดือนก.ค. ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 37 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 61.20 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 47 เซนต์ หรือ 0.72% ปิดที่ 64.44 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>สื่อรายงานว่ากลุ่มโอเปกพลัสกำลังหารือกันว่าจะอนุมัติการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันครั้งใหญ่อีกครั้งในการประชุมวันที่ 1 มิ.ย.นี้หรือไม่ โดยหนึ่งในข้อเสนอที่กำลังพิจารณาคือการเพิ่มกำลังผลิตในเดือนก.ค.อีก 411,000 บาร์เรลต่อวัน หรือราว 3 เท่าของแผนเดิม ซึ่งหากมีมติเห็นชอบ ก็จะถือเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่โอเปกพลัสเดินหน้าผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เคยวางแผนไว้</p>

<p>ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเท่ากับปริมาณที่โอเปกพลัสกำลังเร่งผลิตเพิ่มในเดือนพ.ค.และ มิ.ย. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ต้องการลงโทษสมาชิกบางประเทศที่ผลิตน้ำมันเกินโควตา โดยใช้วิธีเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดเพื่อกดราคาน้ำมันให้ลดต่ำลง</p>

<p>ข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นแซงหน้าอุปสงค์ โดยล่าสุดองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดว่า อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 900,000 บาร์เรล</p>

<p>ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 816,000 บาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 579,000 บาร์เรล ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าอ่อนตัว กังวลเสถียรภาพการเมือง-ทบทวนแจกเงินดิจิทัลกดดันศก. (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104884</link>
<guid isPermaLink="false">11192c575b0549304fb9e5ce9a8e907e</guid>
<pubDate>Fri, 16 May 2025 14:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีมีโอกาสอ่อนตัวลง ถูกกดดันจากปัจจัยการเมืองที่มีพัฒนาการเป็นลบมากขึ้น จากประเด็นที่ประชุมแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์กรณีการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี ซึ่งอาจมีผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองด้วย มีน้ำหนักกดดันตลาดต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนหน้า รวมทั้งกระแสข่าวเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลที่สร้างความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569</strong></h4>

<p>นอกจากนี้รัฐบาลให้ข่าวว่าอาจจะต้องมีการทบทวนแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 รวมถึงการเจรจาการค้ายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีน้ำหนักกับเศรษฐกิจค่อนข้างมาก</p>

<p>ทั้งนี้ ตลาดหุ้นต่างประเทศมีการเคลื่อนไหวจากปัจจัยเฉพาะตัว อาทิ ตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวสูงขึ้น หนุนจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ ขณะที่การายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อคืนนี้ออกมาค่อนข้างแย่ อย่างไรก็ตามนักลงทุนมองว่าอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยลงมาได้ ทั้งนี้มองว่าเฟดน่าจะยังไม่ลดดอกเบี้ยหากยังไม่มีความชัดเจนของเงินเฟ้อที่กลับลงสู่เป้าหมาย จึงคาดว่าไม่เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยเท่าไร</p>

<p>พร้อมทั้งให้กรอบแนวรับ 1,180 &ndash; 1,187 จุด และแนวต้าน 1,205 &ndash; 1,215 จุด</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (15 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,322.75 จุด เพิ่มขึ้น 271.69 จุด หรือ +0.65%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,916.93 จุด เพิ่มขึ้น 24.35 จุด หรือ +0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,112.32 จุด ลดลง 34.49 จุด หรือ -0.18%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,748.58 จุด ลดลง 6.93 จุด หรือ -0.02%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,249.16 จุด ลดลง 204.00 จุด หรือ -0.87% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,374.71 จุด ลดลง 6.11 จุด หรือ -0.18%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (15 พ.ค.) 1,194.49 จุด ลดลง 22.22 จุด (-1.83%) มูลค่าซื้อขาย 45,794.74 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (15 พ.ค.) 1,177.68 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. (15 พ.ค.) ลดลง 1.53 ดอลลาร์ หรือ 2.42% ปิดที่ 61.62 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (15 พ.ค.) 7.51 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 33.17 แข็งค่าต่อเนื่องจากวานนี้ จับตาทิศทาง Flow-ราคาทอง</p>

<p>&ndash; &ldquo;รัฐบาล&rdquo; คลอดแผนใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ พับแผนแจกเงิน 10,000 กันเงิน 1.5 แสนล้าน ทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เล็งทำโครงการลงทุนขนาดเล็ก กระจายทั่วประเทศ บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจนัด 19 พ.ค.ถกมาตรการรับมือภาษีสหรัฐ &ldquo;คลัง&rdquo; ดัน 7 แบงก์รัฐแบ่งกำไรช่วยผู้ส่งออก &ldquo;ออมสิน&rdquo; ออก ซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท พร้อมคุยแบงก์ชาติ และ 5 แบงก์พาณิชย์ ลดกำไร ร่วมออกมาตรการ ช่วยผู้ประกอบการ</p>

<p>&ndash; &ldquo;นักวิชาการ&rdquo; หนุนรัฐบาลทบทวนนโยบายแจกเงิน 10,000 บาทหวังใช้ เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มศักยภาพประเทศระยะยาว ด้าน &ldquo;นักเศรษฐศาสตร์&rdquo; แนะเปลี่ยน &ldquo;แจกเงิน&rdquo; สู่โครงการเน้นจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศชงสิทธิพิเศษ ต่างชาติดึงท่องเที่ยวไทย</p>

<p>&ndash; การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา การเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา ที่มี นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. เป็นประธาน กมธ. มีวาระพิจารณาต่อประเด็นแนวคิดการออกแบบกฎหมาย และรายละเอียดของการมีเอนเตอร์เทนเมนต์ในประเทศ โดยเชิญ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ มาชี้แจง</p>

<p>-ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน เม.ย.68 อยู่ที่ระดับ 55.4 ปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 7 เดือนตั้งแต่เดือน ต.ค.67 เพราะผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าจากนโยบายทรัมป์ 2.0 ปัจจัยที่พืชผลทางการเกษตรหลักๆ ราคาลดลง ทำให้ปริมาณเงินที่จะสะพัดในตลาดสินค้าเกษตรลดลงไปจากเดิม</p>

<p>&ndash; เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผย 3 ปีที่ผ่านมาความนิยมในยานยนต์สมัยใหม่ (xEV) ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ 100% (BEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) เติบโตอย่างรวดเร็ว จากยอดจดทะเบียนรถยนต์ xEV 84,500 คัน ในปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 206,000 คัน ในปี 2567 โดย 3 ปีที่ผ่านมามีการขอรับส่งเสริมการลงทุนในการผลิตรถยนต์ xEV และชิ้นส่วน 644 โครงการ มูลค่าลงทุน 280,000 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; สรรพากรจ้องรีดภาษี 4 ธุรกิจ &ldquo;ร้านอาหาร-ธุรกิจกลางคืน-ยา-ซื้อขายด้วยเงินสด&rdquo; เพื่อให้การเสียภาษีถูกต้องตามความเป็นจริง ส่วนเรื่องภาษี VAT รอผลการศึกษารอบด้านก่อนอีกครั้ง</p>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&ndash; PR9 (ลิเบอเรเตอร์) ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 28.00 บาท รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 200 ล้านบาท (+26%y-y, -3%q-q) แรงหนุนหลักจากการเติบโตของรายได้ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น +88%y-y โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลาง และ CLMV ผสานกับรายได้จากผู้ป่วยในประเทศก็เติบโตเช่นกัน (+2.9%) ตามโรคระบาดที่เพิ่มขึ้น คาดช่วงที่เหลือของปียังเติบโตต่อเนื่อง ตามตัวเลขผู้ป่วยต่างชาติที่เร่งขึ้น หลังผ่านพ้นเทศกาลถือศีลอด และการขยาย capacity มากขึ้น</p>

<p>&ndash; GULF (ไอร่า) &ldquo;ถือ/ซื้อสะสม&rdquo; ราคาเป้าหมาย 54.00 บาท ในเชิงกลยุทธ์เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของกำไรหลัก (Core Profit) ไตรมาส 1/68 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 5.3 พันล้านบาท จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโรงไฟฟ้า IPP ใหม่เพิ่ง COD(GPD 2,650 MV และ HKP 1,540 MV) รวมทั้งรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH หลังควบรวม ยังคงมุมมองธุรกิจโรงไฟฟ้าจะเติบโตโดดเด่นตั้งแต่ปี 68-76 รวมทั้งโอกาสขยายเข้าสู่ธุรกิจ Digital Infrastructure โดยเฉพาะ Data Center และ Cloudคาดจะเป็นปัจจัยช่วยเพิ่ม Upsideของ GULF ได้ต่อ</p>

<p>&ndash; MTC (พาย) &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท แม้มองว่าเศรษฐกิจมีความท้าทายเพิ่มขึ้น คาดจะสามารถรักษาการเติบโตสูงต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นปรับลดลง 15%YRD ทำให้ Valuation น่าสนใจซื้อขายที่ 12.9x PE&rsquo;25E เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 20.4x มีมุมมองเป็นกลางหลังประชุมนักวิเคราะห์วานนนี้หลังบริษัทคงเป้าหมายการเงินปี 68 อย่างไรก็ดี ความท้าทายทางเศรษฐกิจสูงขึ้น เรามองว่าการเติบโตจะชะลอตัว และเน้นการควบคุมคุณภาพสินเชื่อเพื่อควบคุมหนี้เสีย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ราคาทองเปิดรีบาวด์ตามตลาดโลก ขยับขึ้น 350 บาท แต่แนวโน้มยังอยู่ในช่วงปรับฐาน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104883</link>
<guid isPermaLink="false">7da46143071d97198cf724813f61148d</guid>
<pubDate>Fri, 16 May 2025 14:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 350 บาท ตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลก หลังจากร่วงไป 750 บาทวานนี้</strong></p>

<p>สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองคำ เมื่อเวลา 09.02 น. (ครั้งที่ 1)</p>

<p>&ndash; ราคาทองแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 50,400 ขายออกบาททองคำละ 50,500</p>

<p>&ndash; ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 49,497.40 ขายออกบาททองคำละ 51,300</p>

<p>บทวิเคราะห์จาก บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทอง Spot เคลื่อนไหวผันผวน ในช่วงระหว่างวันปรับลงแรงอย่างต่อเนื่องแตะ 3,120 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่มีแรงซื้อกลับเข้ามาปิดตลาดที่ 3,239 ดอลลาร์/ออนซ์ ปรับขึ้น 62 ดอลลาร์/ออนซ์ ปัจจัยหนุนราคาทอง ได้แก่ เงินดอลลาร์อ่อนค่า ข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอของสหรัฐฯ สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีปูติน ผู้นำรัสเซีย ไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับยูเครนที่ตุรกีเมื่อวานนี้ โดยได้ส่งคณะเจรจาเข้าร่วมแทน ซึ่งนำโดยวลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้ช่วยของประธานาธิบดีปูติน และเจ้าหน้าที่อีก 3 ราย เงินเฟ้อ PPI เดือนเม.ย. ปรับตัวขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตลาดคาดที่ระดับ 2.5% และหดตัวลง 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.2% ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนมี.ค. ทางด้านกองทุน SPDR ขายทอง 8.89 ตัน</p>

<p>โดยมองว่าราคาทองโลกที่เร่งตัวขึ้นมาอาจยังคงคิดแนวต้านที่ระดับ 3,240 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยประเมินว่าราคาอาจปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ยังคงแนะนำรอซื้อสะสมบริเวณ 2,950-3,050 ดอลลาร์/ออนซ์เช่นเดิม</p>

<p>ขณะที่ ทองคำในประเทศมีแนวโน้มปรับฐานย่อตัวลง แม้จะมีแรงซื้อสั้น ๆ ในช่วงเช้าจากปัจจัยที่เข้ากระทบ แต่ยังคงประเมินว่ามีโอกาสสูงที่ราคาจะหลุดระดับ 50,000 บาทลงไปอีกครั้ง โดยยังคงแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าซื้อสะสมที่ 46,500-48,000 บาทเช่นเดิม</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231025975c62518acbdfde8d682027fe40311c132726.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.17 แข็งค่าต่อเนื่องจากวานนี้ จับตาทิศทาง Flow-ราคาทอง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104882</link>
<guid isPermaLink="false">ea3a93ba4bd02998b5c3b4a71582726b</guid>
<pubDate>Fri, 16 May 2025 14:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.17 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.34 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาเมื่อคืนไม่ค่อยดี และบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง</strong></p>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดรอดูทิศทางของกระแสเงินทุนต่างประเทศ (Flow) ในตลาดพันธบัตร และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทอง หลังราคาทองในตลาดโลกเมื่อคืนปรับขึ้นมาเกือบ 40 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<blockquote>
<p>&ldquo;บาทแข็งค่าจากเย็นวานนี้ตามตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าหลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่ค่อยดีและบอนด์ยีลด์ลดลง&rdquo; นักบริหารเงิน กล่าว</p>
</blockquote>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.00 &ndash; 33.30 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 145.24 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 145.90 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1199 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1201 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 33.396 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>&ldquo;คลัง&rdquo; เคาะ 19 พ.ค.นี้ ประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ รับมือภาษีทรัมป์ ด้าน ม.หอการค้าไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน</li>
	<li>&ldquo;นักวิชาการ&rdquo; หนุนรัฐบาล ทบทวนนโยบายแจกเงิน 10,000 บาทหวังใช้ เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มศักยภาพประเทศระยะยาว ด้าน &ldquo;นักเศรษฐศาสตร์&rdquo; แนะเปลี่ยน &ldquo;แจกเงิน&rdquo; สู่โครงการเน้นจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศชงสิทธิพิเศษ ต่างชาติดึงท่องเที่ยวไทย</li>
	<li>เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยถึง สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร (พิกัดศุลกากร 01-24 รวมยางธรรมชาติ) ของไทยในตลาดโลก พบว่า ไทยมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถรักษาตลาดส่งออกได้ สะท้อนจากมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลกปี 2567 ที่ผ่านมา จำนวน 2,528,839 ล้านบาท จำแนกเป็นมูลค่าส่งออก 1,801,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137,822 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2566 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.28 ในขณะที่มีมูลค่านำเข้า 727,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15,912 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.24 ทั้งนี้ ไทยมีมูลค่าการค้ากับอาเซียน (23%) มากเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ จีน (21%) สหรัฐอเมริกา (9%) สหภาพยุโรป (9%) และญี่ปุ่น (7%)</li>
	<li>สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นในวันนี้ว่า GDP หดตัวลง 0.2% ในไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งเป็นการหดตัวรายไตรมาสครั้งแรกในรอบ 1 ปี และย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัวเพียง 0.1%</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนเม.ย.เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.)</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนมี.ค.</li>
	<li>ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference เมื่อคืนนี้ว่า อัตราดอกเบี้ยระยะยาวมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลง และนโยบายการเงินกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน นอกจากนี้ พาวเวลกล่าวว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฟดเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ส่งผลให้เฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นประวัติการณ์ และแม้ว่าตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาวยังคงใกล้เคียงกับเป้าหมาย 2% ของเฟด แต่ยุคของอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% อาจจะไม่กลับมาอีกในเร็ว ๆ นี้</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (15 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (15 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐฯ นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับยูเครนที่ประเทศตุรกี</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนเม.ย., ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนเม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7103719.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $38.30 รับดอลล์อ่อน-แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104880</link>
<guid isPermaLink="false">eb173062713e5c1de5497db47362bb2a</guid>
<pubDate>Fri, 16 May 2025 14:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (15 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐฯ นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับยูเครนที่ประเทศตุรกี</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 38.30 ดอลลาร์ หรือ 1.20% ปิดที่ 3,226.60 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.16% แตะที่ระดับ 100.878 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า ตลาดทองคำยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอจะเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังมีข่าวว่าปูตินไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพที่ตุรกี ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงยืดเยื้อ</p>

<p>ทำเนียบเครมลินออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ปธน.ปูตินไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับยูเครนที่ตุรกีเมื่อวานนี้ โดยได้ส่งคณะเจรจาเข้าร่วมแทน ซึ่งนำโดยวลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้ช่วยของปธน.ปูติน และเจ้าหน้าที่อีก 3 ราย</p>

<p>สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากพุ่งขึ้น 1.7% ในเดือนมี.ค. ส่วนเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 5.1% ในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.53 คาดอิหร่าน-สหรัฐฯบรรลุดีลนิวเคลียร์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104879</link>
<guid isPermaLink="false">2c3ddc057d2e6a5a5be4d1b6333b4085</guid>
<pubDate>Fri, 16 May 2025 14:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (15 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจจะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และจะปูทางให้อิหร่านส่งออกน้ำมันในตลาด</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.53 ดอลลาร์ หรือ 2.42% ปิดที่ 61.62 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 1.56 ดอลลาร์ หรือ 2.36% ปิดที่ 64.53 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างการเยือนประเทศกาตาร์เมื่อวานนี้ว่า สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน โดยระบุว่าอิหร่านได้ยอมรับเงื่อนไขบางประการแล้ว</p>

<p>การเปิดเผยของปธน.ทรัมป์ มีขึ้นหลังจากที่ปรึกษารายหนึ่งของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านพร้อมที่จะลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มาพร้อมกับเงื่อนไขบางประการ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ</p>

<p>ทั้งนี้ หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ก็อาจปูทางไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ซึ่งจะทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลก และทำให้อุปทานน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยอิหร่านผลิตน้ำมันในปริมาณกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 3% ของผลผลิตน้ำมันทั่วโลก</p>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท SEB กล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรที่เกิดจากข้อตกลงนิวเคลียร์อาจส่งผลให้น้ำมันดิบจากอิหร่านไหลเข้าสู่ตลาดโลกในปริมาณ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดราคาน้ำมัน</p>

<p>นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2 ล้านบาร์เรล</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ จับตาเจรจาทรัมป์-สีจิ้นผิง, ถ้อยแถลงพาวเวล (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104751</link>
<guid isPermaLink="false">a5b81980a54aeb6c9c768917b1b90eaa</guid>
<pubDate>Thu, 15 May 2025 16:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (15 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินความคืบหน้าทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาอาจจะสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในสัปดาห์นี้</p>

<p>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 37,705.74 จุด ลดลง 422.39 จุด หรือ -1.11%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,581.29 จุด ลดลง 59.36 จุด หรือ -0.25% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,389.75 จุด ลดลง 14.19 จุด หรือ -0.42%</p>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.31% ขณะที่ดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.28%</p>

<p>ตลาดจับตาการเจรจาระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สี หลังจากที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขาอาจจะสนทนาทางโทรศัพท์กับปธน.สีภายในปลายสัปดาห์นี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว โดยเห็นชอบให้มีการปรับลดอัตราภาษีศุลกากรเป็นเวลา 90 วันในการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา</p>

<p>ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาการค้ากับหลายประเทศทั่วโลก จะไม่รวมนโยบายค่าเงินเข้าไว้ในข้อตกลงการค้า ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ มีท่าทีระมัดระวังในการเจรจา</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันนี้ เวลา 08.40 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 19.40 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250514b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f151436.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองร่วงแรง 600 บาท!! จ่อหลุด 5 หมื่น รับแรงเทขายหลังเจรจาภาษีทรัมป์คืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104750</link>
<guid isPermaLink="false">6862e33869af7195b003ca3716c88835</guid>
<pubDate>Thu, 15 May 2025 16:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ราคาทองคำ (96.5%) ในประเทศเช้านี้ เปิดมาร่วงลงไปจากเย็นวาน บาททองคำละ 600 บาท เหตุนักลงทุนเทขายทองคำ หลังภาพเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มดี</strong></p>

<p>เมื่อเวลา 09.05 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคา ครั้งที่ 1</p>

<p>&ndash; ทองคำแท่ง รับซื้อ บาททองคำละ 50,200 บาท ขายออก บาททองคำละ 50,300 บาท</p>

<p>&ndash; ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาททองคำละ 49,300.32 บาท ขายออก บาททองคำละ 51,100 บาท</p>

<p>บทวิเคราะห์จาก บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ราคาทอง Spot ปรับลงแรง หลุดแนวรับ 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลงแรงถึง 73 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากความคืบหน้าด้านเจรจาการค้าสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย</p>

<p>หลังจากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว โดยปรับลดอัตราภาษีนำเข้าฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า อาจสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ภายในปลายสัปดาห์นี้ เพื่อหารือรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า และสหรัฐฯ อาจมีการทำข้อตกลงกับอินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้</p>

<p>ทางด้านกองทุน SPDR ถือทองเท่าเดิม</p>

<p>ส่วนทองคำในประเทศมีแนวโน้มปรับฐานย่อตัวลง แม้จะมีแรงซื้อสั้น ๆ ในช่วงเช้า แต่ยังคงประเมินว่ามีโอกาสสูงที่ราคาจะหลุดระดับ 50,000 บาทลงไป โดยยังคงแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าซื้อสะสมที่ 47,000-48,000 บาทเช่นเดิม</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.43 อ่อนค่าหลังดอลลาร์รีบาวด์ ตลาดรอประเมินเศรษฐกิจสหรัฐ-ทิศทางเฟด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104749</link>
<guid isPermaLink="false">b7f6231f8dd1aca462d6b0a62125de5a</guid>
<pubDate>Thu, 15 May 2025 16:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.43 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงมากจากปิดวานนี้ที่ระดับ 33.21 บาท/ดอลลาร์</strong></h4>

<p>โดยคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าเข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.50 บาท/ดอลลาร์อีกครั้ง หลังดอลลาร์สหรัฐทยอยรี บาวด์แข็งค่าขึ้น หนุนโดยมุมมองของตลาดที่เชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้งในปีนี้</p>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท มองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทเข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.50 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงคืนที่ผ่าน มานั้น อาจมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำ (Buy on Dip)</p>

<p>&ldquo;หากราคาทองคำสามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้นได้จากโซนแนวรับดังกล่าว อย่างน้อย +20 ดอลลาร์/ออนซ์ ก็อาจช่วยชะลอการ อ่อนค่าของเงินบาทได้&rdquo; นายพูนระบุ</p>

<p>คืนนี้ ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) รวมถึง ดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดาเฟดสาขาต่างๆ พร้อมกันนั้น ตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะจากประธานเฟด Jerome Powell เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด</p>

<p>นายพูน มองกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.25-33.60 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 146.12 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 145.68 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1196 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1262 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 33.302 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯ และจีน สามารถ บรรลุข้อตกลงการเจรจาปรับลดภาษีตอบโต้ ในเบื้องต้น 90 วัน โดยจีนเก็บภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าสหรัฐฯ ที่ 10% สหรัฐฯ เก็บจากจีนที่ 30% ว่า ช่วยบรรเทาความตื่นตระหนกของระบบการค้าโลกได้มาก เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลดีเศรษฐกิจไทยใน 3 ด้าน ด้านแรก การลดภาษีระหว่าง 2 มหาอำนาจจะช่วยให้การขยายเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ชะลอตัวลงแรง ส่งผลให้การค้าโลกปรับตัวดีขึ้น ดี ต่อการส่งออกของไทยในระยะสั้น</li>
	<li>ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวทางการระดมทุนใหม่ของรัฐบาล ผ่านไทยแลนด์ ดิจิทัล โทเคน หรือ จี-โทเคน มองว่าเป็นเครื่องมือหรือเป็นอีกบทบาทหนึ่ง เพื่อใช้ในการระดมทุนของภาครัฐ โดยเรื่อง สำคัญ คือ ระบบปลอดภัย มีกฎหมายรองรับ และคุ้มครองประชาชนให้ได้เทียบเคียงกับพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ธปท. ให้ความสำคัญ</li>
	<li>&ldquo;เผ่าภูมิ&rdquo; ยัน G-Token ไม่เกี่ยวกู้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ การันตีไม่ใช่การสร้างหนี้ใหม่ให้ประเทศ &ldquo;แบงก์ชาติ&rdquo; ย้ำต้อง ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ไม่อยากเห็นนำมาใช้ชำระเงิน ชี้สหรัฐ-จีนจูบปากช่วยลดความตึงเครียดเศรษฐกิจไทย-โลก</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (14 พ. ค.) โดยฟื้นตัวหลังจากที่อ่อนค่าลงในระหว่างวัน ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าด้านการค้า รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อเพิ่มเติม ของสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (14 พ.ค.) เนื่องจากความคืบหน้าด้านการค้าส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่ง เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน เม.ย., ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนพ.ค.จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนี การผลิตเดือนพ.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมี.ค. และดัชนีตลาดที่ อยู่อาศัยเดือนพ.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)</li>
	<li>นักลงทุนรอดูการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันนี้</li>
	<li>ตลาดจับตาการเจรจาระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน หลังจากที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจสนทนาทาง โทรศัพท์กับปธน.สีภายในปลายสัปดาห์นี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีนประสบความสำเร็จในการปรับลดภาษีศุลกากรเป็นเวลา 90 วัน ในการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7100929.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $59.50 นลท.เทขายหลังการค้าคืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104748</link>
<guid isPermaLink="false">2d9ed16aa3c004ccfc519adbf6ff09de</guid>
<pubDate>Thu, 15 May 2025 16:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (14 พ.ค.) เนื่องจากความคืบหน้าด้านการค้าส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 59.50 ดอลลาร์ หรือ 1.83% ปิดที่ 3,188.30 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเห็นพ้องให้ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิม 145% ขณะที่อัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิม 125%</p>

<p>นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาอาจสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ภายในปลายสัปดาห์นี้ เพื่อหารือรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า ขณะเดียวกันปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจมีการทำข้อตกลงกับอินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI จะปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนมี.ค. และคาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนรอดูการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันนี้ เวลา 08.40 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 19.40 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231102975c62518acbdfde8d682027fe40311c154914.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ 52 เซนต์ กังวลสต็อกน้ำมันดิบพุ่ง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104746</link>
<guid isPermaLink="false">fbe49ff319fa579ca68ee58ed7e34d9b</guid>
<pubDate>Thu, 15 May 2025 16:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (14 พ.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่สูงขึ้น</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 52 เซนต์ หรือ 0.82% ปิดที่ 63.15 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 54 เซนต์ หรือ 0.81% ปิดที่ 66.09 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล</p>

<p>ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 พ.ค.</p>

<p>นอกจากนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.03% แตะที่ระดับ 101.037</p>

<p>กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เปิดเผยรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนพ.ค. โดยระบุว่า อุปสงค์น้ำมันโลกจะมีการขยายตัว 1.3 ล้านบาร์เรล/วันทั้งในปี 2568 และ 2569 โดยไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.</p>

<p>รายงานระบุว่า คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 105 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเดินทางทั้งทางรถยนต์และเครื่องบินที่แข็งแกร่ง รวมทั้งกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และการเกษตรในประเทศที่อยู่นอกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ขณะที่การเพิ่มกำลังการผลิตและอัตรากำไรของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในประเทศนอกกลุ่ม OECD ดังกล่าว ก็มีแนวโน้มที่จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันเช่นกัน</p>

<p>นอกจากนี้ โอเปกได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 สู่ระดับ 2.9% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 3.0% แต่ได้คงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ที่ระดับ 3.1%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310180237c3de70f1174df4623c9e0280053c111549.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวก นักลงทุนจับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีจีน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104490</link>
<guid isPermaLink="false">563d966dab2bfa6b75e166d03b070b7c</guid>
<pubDate>Wed, 14 May 2025 15:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (14 พ.ค.) นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนรอดูการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนในสัปดาห์นี้</h3>

<p>ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,438.11 จุด เพิ่มขึ้น 329.84 จุด หรือ +1.43%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,381.17 จุด เพิ่มขึ้น 6.30 จุด หรือ 0.19% และดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 37,874.59 จุด ลดลง 308.67 จุด หรือ -0.81%</p>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 1.32% ส่วนดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับลง 0.1%</p>

<p>หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดเอเชียได้รับปัจจัยหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นบริษัทผลิตชิปของสหรัฐฯ หลังจากบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) และแอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ (AMD) เปิดเผยว่า ทางบริษัทจะจัดส่งชิปให้กับบริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของซาอุดีอาระเบีย เพื่อใช้ในโครงการศูนย์ข้อมูลซึ่งมีมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์</p>

<p>เทนเซ็นต์ โฮลดิงส์ (Tencent Holdings) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดของจีน จะเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้ และบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิงส์ (Alibaba Group Holding) จะเปิดเผยผลประกอบการในวันพรุ่งนี้</p>

<p>ทั้งนี้ ผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนจะสามารถรับมือกับแนวโน้มด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนได้หรือไม่ และจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีนจะกลับมาซื้อขายอย่างคึกคักได้อีกหรือไม่</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250514b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f151436.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ราคาทอง พ.ค. แนวโน้มยังผันผวน ศูนย์วิจัยฯให้กรอบ 49,800 – 53,700 บาท (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104487</link>
<guid isPermaLink="false">af0982f3be5c35fccc1ddef942cf6b19</guid>
<pubDate>Wed, 14 May 2025 15:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน พ.ค.68 อยู่ที่ระดับ 76.75 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 1.50 จุด หรือ 1.99% จากเดือน เมย.68 ที่ระดับ 75.25 จุด โดยมีปัจจัยหนุนให้ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นจากความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย นโยบายทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ความตึงเครียดของสงครามการค้า และความกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอย</p>

<p>โดยคาดการณ์ความต้องการซื้อทองคำในช่วงเดือน พ.ค.68 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 344 ราย ในจำนวนนี้มี 152 ราย หรือ 44% คาดว่าจะซื้อทองคำ ส่วนจำนวน 104 ราย หรือ 30% ไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำในเดือนนี้หรือไม่ และจำนวน 88 ราย หรือ 26% คาดว่าจะไม่ซื้อทองคำ</p>

<p>ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 12 ราย ในจำนวนนี้มี 7 ราย หรือ 58% เชื่อว่าราคาทองคำในเดือน พ.ค.68 จะลดลง และจำนวน 3 ราย หรือ 25% คาดว่าจะใกล้เคียงกับราคาทองคำในเดือน เม.ย.68 ส่วนจำนวน 2 ราย หรือ 17% คาดว่าจะเพิ่มขึ้น</p>

<p>สำหรับการคาดการณ์กรอบราคาทองคำในเดือน พ.ค.68 ของผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่มีมุมมองดังนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 3,136-3,434 ดอลลาร์/ออนซ์ ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 49,800-53,700 บาท/ททองคำ และด้านค่าเงินบาท ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 32.29-34.01 บาท/ดอลลาร์</p>

<p>การลงทุนทองคำในเดือน พ.ค.68 ตลาดทองคำยังคงเผชิญความผัผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ สถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยในเดือนที่ผ่านมา แม้ราคาทองคำจะย่อตัวลง แต่ยังคงพบว่ามีแรงซื้อกลับเข้ามา ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนที่ยังเชื่อมั่นในบทบาทของทองคำ</p>

<p>กลยุทธ์การลงทุนในช่วงเดือนนี้ควรเน้นลงทุนในระยะสั้น โดยใช้ระดับแนวรับแนวต้านเป็นกรอบในการตัดสินใจลงทุน และที่สำคัญนักลงทุนควรวางแผนอย่างรอบคอบ มีการบริหารความเสี่ยง และพร้อมปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8082413.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.30/32 อ่อนค่าเล็กน้อยตามภูมิภาค คาดกรอบวันนี้ 33.20-33.50 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104486</link>
<guid isPermaLink="false">58a95aa9bb8704081d2bdcaaaf4b255e</guid>
<pubDate>Wed, 14 May 2025 15:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.30/32 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจาก ปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.21 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค</strong></h4>

<p>สำหรับวันนี้ สหรัฐฯ จะมีการรายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ส่วนดัชนี ราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.20-33.50 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 147.14/15 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 147.90 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1188/1190 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1112 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.311 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>&ldquo;เงินร้อนต่างชาติ&rdquo; ไหลออก &ldquo;ตลาดบอนด์และหุ้นไทย&rdquo; 2 วันต่อเนื่อง ทะลุ 2.8 หมื่นล้าน &ldquo;กรุงศรี&rdquo; เผยต่างชาติปรับ พอร์ต โยกเงินออกหลังท่าทีผู้ว่าฯ ธปท. ไม่รีบเร่งลดดอกเบี้ยเท่าโควิด-19 และสหรัฐกับจีนตกลงลดภาษีได้ชั่วคราว ด้าน &ldquo;ไทยบีเอ็ม เอ&rdquo; ย้ำต่างชาติพักเงินสั้น ชี้เป็นภาวะปกติไม่กระทบเสถียรภาพ ปัจจุบันยังต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 7 หมื่นล้าน</li>
	<li>ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีสหรัฐ-จีน บรรลุข้อตกลงลดภาษีนำเข้าระหว่างกันลงเป็นเวลา 90 วัน ว่า รัฐบาลไทยจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าเตรียมความพร้อมในการเจรจาและนำเสนอข้อมูลผลักดันโอกาสทางการค้าภายในเดือนนี้ โดยภาค เอกชนร่วมจัดทำข้อเสนอที่ดีของประเทศกับภาครัฐ ส่วนของสินค้าและบริการ เพื่อใช้ในการเจรจาเปิดตลาดและสร้างความได้เปรียบทาง เศรษฐกิจในเวทีการค้าระหว่างประเทศต่อไป</li>
	<li>นักเศรษฐศาสตร์ชี้ &ldquo;สหรัฐ-จีน&rdquo; หยุดรบชั่วคราว แต่ &ldquo;สงครามการค้า&rdquo; ยังไม่จบ &ldquo;ซีไอเอ็มบีไทย&rdquo; แนะจับตาพายุลูก ใหม่ เทรดวอร์ลาม &ldquo;เกียรตินาคินภัทร&rdquo; หวั่นไทย เสียเปรียบ หากภาษีสูงเทียบเพื่อนบ้าน &ldquo;กสิกร&rdquo; แนะไทยต้องเร่งปรับโครงสร้าง ลด อุปสรรคการค้าหาโอกาสท่ามกลางสงครามการค้าโลก</li>
	<li>&ldquo;ขุนคลัง&rdquo; สั่งตั้งทีมเฉพาะกิจลุยเตรียมข้อมูลแจงบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ &ldquo;S&amp;P-ฟิทซ์&rdquo; ฟุ้งดึงหน่วยงานด้านสิทธิมนุษย ชนเสริมทัพ</li>
	<li>ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบการทำไทยแลนด์ดิจิทัลโทเคน หรือ จี-โทเคน เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการระดมทุนแบบใหม่ ของรัฐบาล และการออมให้กับประชาชนรายย่อย โดยเบื้องต้นกำหนดวงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท สำหรับผลตอบแทนผู้ถือหน่วยลงทุน จะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนโดยการฝากเงินทั่วไป และถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สาธารณะ ไม่ได้เป็นการพิมพ์เงินใหม่ทั้งสิ้น และไม่ได้ เป็นประเภทคริปโตเคอร์เรนซี</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำ เดือนเม.ย.ในวันอังคาร (13 พ.ค.) ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.3% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.4% จากระดับ 2.4% ในเดือนมี.ค.</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (13 พ.ค.) หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (13 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำร่วง ลงอย่างหนักในวันจันทร์ นอกจากนี้ ตลาดยังไดัปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดของสหรัฐฯ</li>
	<li>นักลงทุนยังจับตาการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งรวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์ของ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันพฤหัสบดี ที่ 15 พ.ค.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $19.80 รับแรงช้อนซื้อ-เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104485</link>
<guid isPermaLink="false">3028dc49991da57280fda55943c84b94</guid>
<pubDate>Wed, 14 May 2025 15:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (13 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์ นอกจากนี้ ตลาดยังไดัปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดของสหรัฐฯ</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 19.80 ดอลลาร์ หรือ 0.61% ปิดที่ 3,247.80 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักวิเคราะห์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จากบริษัท TD Securities กล่าวว่า นักลงทุนช้อนซื้อหลังจากราคาทองคำร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ในวันจันทร์ เนื่องจากข่าวการบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และจีนทำให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ดี ภาษีศุลกากร 30% ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากจีนนั้น ถือว่ายังอยู่ในระดับสูงและเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจ</p>

<p>ทั้งนี้ สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเห็นพ้องให้ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิม 145% ขณะที่อัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิม 125%</p>

<p>ตลาดทองคำยังได้ปัจจัยหนุน หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.4% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>ส่วนเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% หลังจากที่ปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนมี.ค. ส่วนเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ค. เวลา 08.40 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 19.40 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310247e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca170234.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.72 รับดีลการค้า-เงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าคาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104484</link>
<guid isPermaLink="false">d44e0397eb235b4ef2fb4bf09f829d7d</guid>
<pubDate>Wed, 14 May 2025 15:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันอังคาร (13 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว และข้อมูลล่าสุดที่บ่งชี้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำกว่าการคาดการณ์</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.72 ดอลลาร์ หรือ 2.78% ปิดที่ 63.67 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.67 ดอลลาร์ หรือ 2.57% ปิดที่ 66.63 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>บรรยากาศการซื้อขายในตลาดน้ำมันยังคงได้รับแรงหนุนจากการที่สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเห็นพ้องให้ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิม 145% ขณะที่อัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิม 125%</p>

<p>ตลาดยังได้ปัจจัยบวก หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.4% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>ส่วนเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% หลังจากที่ปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>ตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดทำให้บริษัทในวอลล์สตรีท เช่นเจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) และบาร์เคลย์ส (Barclays) ต่างก็ปรับลดโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะถดถอยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้</p>

<p>สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.287 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 พ.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310310237c3de70f1174df4623c9e0280053c153813.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.46 อ่อนค่าจากดอลลาร์แข็งค่าหลังสหรัฐ-จีนเจรจาการค้าคืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104193</link>
<guid isPermaLink="false">ba3d0e7373a9b7b606733cbca9734281</guid>
<pubDate>Tue, 13 May 2025 11:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.46 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อน ค่าขึ้นมาจากปิดตลาดเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 33.01/02 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดโลกและเกาะกลุ่มไปกับ ค่าเงินในภูมิภาค เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก หลังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ จีนในช่วงวันหยุดมีความคืบหน้าไปมาก</strong>&nbsp;</h4>

<p>ขณะที่มีปัจจัยในประเทศที่อาจส่งผลให้บาทแข็งค่าจากการทำธุรกรรมค้าทอง หลังราคาทองในตลาดโลกเมื่อคืน ร่วงลงมากถึง 116 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>&ldquo;บาทอ่อนค่าขึ้นมามากจากเมื่อเย็นวันศุกร์ เนื่องจากช่วงวันหยุดการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในเบื้องต้น ออกมาดีเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้&rdquo;</p>

<p>นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 148.07 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 145.17/18 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1102 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1249/1250 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.104 บาท/ ดอลลาร์</li>
	<li>Moody&rsquo;s ปรับมุมมองไทยจาก Stable เป็น Negative และ IMF ลด GDP ไทยมาจาก 2 เหตุผลหลักคือผลลบจาก มาตรการภาษีตอบโต้ของอเมริกาที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการส่งออกไทย รวมถึงการเมืองไทยไร้เสถียรภาพกระทบ ความเชื่อมั่นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ-การเงินและการลงทุนจากต่างประเทศ นาทีนี้ภาครัฐต้องเร่งจับมือกับภาคธุรกิจ เอกชนในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องทางการเงิน การปรับ โครงสร้างการผลิต การพัฒนาคุณภาพ-รูปแบบสินค้า การหาตลาดใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจเอกชนเพื่อปรับตัวเข้าสู่การค้าโลก ยุคใหม่ที่การแข่งขันดุเดือดรุนแรง อีกทั้งต้องปรับสมดุลของเงินบาทให้มีความเหมาะสมต่อการส่งออกในระดับที่ไม่ กระทบกับเศรษฐกิจ ธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ล่าสุดมีส่วนช่วยได้มาก แต่ถ้า มาตรการภาษีตอบโต้ของอเมริกายังไม่ชัดเจน แบงก์ชาติควรลดดอกเบี้ยต่อ</li>
	<li>สหรัฐฯ และจีน บรรลุข้อตกลงลดภาษีศุลกากร 90 วัน หนุนตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่ง เงินดอลลาร์-หยวนแข็งค่ารับดีล ขณะที่ราคาทองคำดิ่งจาก แรงเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันจันทร์ (12 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็น สินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวัน จันทร์ (12 พ.ค.) หลังจากสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับ สงครามการค้าโลก ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมิน แนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</li>
	<li>ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ (12 พ.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า เขาอาจจะ สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในปลายสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า จีนจะเปิดตลาด สำหรับธุรกิจสหรัฐ และระงับอุปสรรคทางการค้า หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวในการปรับลด อัตราภาษีศุลกากรระหว่างกัน</li>
	<li>นักลงทุนพากันเลื่อนคาดการณ์ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้เป็น เดือนก.ย. จากเดิมที่คาดไว้ในเดือนก.ค. หลังสหรัฐฯ และจีนสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ทำให้ลดแนวโน้มการเกิด ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลให้เฟดไม่จำเป็นต้องรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐฯ นอกจากนี้ นัก ลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย. และต.ค.</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 2.4% เช่นกันในเดือนมี.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและ พลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 2.8% เช่นกันในเดือนมี.ค.</li>
	<li>นักลงทุนยังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ค. เวลา 08.40 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับ เวลา 19.40 น. ตามเวลาไทย</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดร่วง $116 นลท.เทขายหลังจีน-สหรัฐฯบรรลุดีลการค้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104191</link>
<guid isPermaLink="false">b5a28628557a412d1d6e4904194f9cc9</guid>
<pubDate>Tue, 13 May 2025 11:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันจันทร์ (12 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว</h2>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 116 ดอลลาร์ หรือ 3.47% ปิดที่ 3,228.00 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้พบปะเจรจาการค้ากับเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีน ลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิมที่ระดับ 145% และอัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิมที่ระดับ 125%</p>

<p>ตลาดทองคำยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้นกว่า 1% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเม.ย.ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 2.4% เช่นกันในเดือนมี.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 2.8% เช่นกันในเดือนมี.ค.</p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในการประชุม Thomas Laubach Research Conference ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ค. เวลา 08.40 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 19.40 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8082413.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 93 เซนต์ คลายกังวลการค้าจีน-สหรัฐฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104188</link>
<guid isPermaLink="false">5b02de58b2dba2a3ec058b13ca953fa9</guid>
<pubDate>Tue, 13 May 2025 11:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (12 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าสงครามการค้าระหว่างสองประเทศจะยุติลง</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 93 เซนต์ หรือ 1.52% ปิดที่ 61.95 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.05 ดอลลาร์ หรือ 1.64% ปิดที่ 64.96 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์หรือนับตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. หลังจากสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีน ลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิมที่ระดับ 145% และอัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิมที่ระดับ 125%</p>

<p>อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันถูกกดดันในระหว่างวัน หลังจากเอเดรียนา คุกเลอร์ หนึ่งในสมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า ข้อตกลงการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อาจทำให้เฟดมีความจำเป็นน้อยลงในการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</p>

<p>สำหรับการเจรจานิวเคลียร์รอบล่าสุดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.) ปิดฉากลงอย่างไม่ราบรื่นนัก และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะมีการเจรจาต่อไป</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันพุธ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $30.90 หลังสงครามการค้าส่งสัญญาณคลี่คลาย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103773</link>
<guid isPermaLink="false">e8946aedcdc56544a0e8c2d2d2678488</guid>
<pubDate>Thu, 08 May 2025 09:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (7 พ.ค.) หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ส่งสัญญาณคลี่คลายลงและทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกันนักลงทุนรอดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงมติการประชุม</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 30.90 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 3,391.90 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากมีรายงานว่าสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะพบปะกับเจ้าหน้าที่จีนในสัปดาห์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยรายงานดังกล่าวมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อรัฐบาลจีนยืนยันว่า เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีนจะพบปะเจรจากับเบสเซนต์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นภาษีศุลกากรและการค้า ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาระหว่างสองฝ่ายจะเริ่มขึ้นอย่างแน่นอน และทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าอาจจะมีการบรรลุข้อตกลงการค้า</p>

<p>ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่จีนยืนยันว่าจะมีการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ นับตั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็น 145% ซึ่งส่งผลให้จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เป็น 125%</p>

<p>หลังจากตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการไม่นาน คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25-4.50% ตามคาด แต่เตือนว่าความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงมากขึ้นที่อัตราว่างงานและเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น</p>

<p>เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวภายหลังการประชุมว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมกับกล่าวว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังคงมีเป็นไปได้หากมีข้อมูลเศรษฐกิจสนับสนุน แต่เฟดไม่สามารถตัดสินใจล่วงหน้าเกี่ยวกับนโยบายการเงิน จนกว่าแนวโน้มเศรษฐกิจจะมีความชัดเจนมากขึ้น</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231102975c62518acbdfde8d682027fe40311c154914.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.02 คาดเจรจานิวเคลียร์อิหร่านคืบหน้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103772</link>
<guid isPermaLink="false">1c5f822da738534cf9c4ec7b38d98b2e</guid>
<pubDate>Thu, 08 May 2025 09:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (7 พ.ค.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาด้านนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์เชื้อเพลิงที่อ่อนแอ</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.73% ปิดที่ 58.07 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 1.03 ดอลลาร์ หรือ 1.66% ปิดที่ 61.12 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการเจรจาด้านนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เป็นไปในทิศทางที่ดี และมีข้อตกลงที่จะทำให้อิหร่านกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก ในขณะเดียวกันข้อตกลงนี้ก็จะป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์</p>

<p>ทั้งนี้ หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ก็อาจปูทางไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ซึ่งจะทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลก และทำให้อุปทานน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยอิหร่านผลิตน้ำมันในปริมาณกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 3% ของผลผลิตน้ำมันทั่วโลก</p>

<p>ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 188,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน ก่อนที่จะถึงฤดูการขับขี่ยานยนต์ในหน้าร้อนของสหรัฐฯ</p>

<p>อย่างไรก็ดี EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 1.7 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2.7 ล้านบาร์เรล</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่าสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะพบปะกับเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่สวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นภาษีศุลกากรและการค้า</p>

<p>คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเมื่อวันพุธตามคาด แต่ได้เตือนถึงความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจ และความเสี่ยงของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยควบคู่กับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น (Stagflation)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202311080237c3de70f1174df4623c9e0280053c110304.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปเปิดไร้ทิศทาง นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103686</link>
<guid isPermaLink="false">4cbd308168c63d84a2fecbe1cc6fda25</guid>
<pubDate>Wed, 07 May 2025 15:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตลาดหุ้นยุโรปเปิดไร้ทิศทางในวันนี้ (7 พ.ค.) โดยการซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ รวมทั้งถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ก็จะมีการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีนี้ (8 พ.ค.) เช่นกัน</p>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 535.36 จุด ลดลง 0.99 จุด หรือ -0.18%</p>

<p>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ 7,668.18 จุด ลดลง 28.74 จุด หรือ -0.37% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ 23,252.95 จุด เพิ่มขึ้น 3.3 จุด หรือ +0.01%</p>

<p>นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมครั้งนี้ แม้ว่าปธน.ทรัมป์พยายามกดดันให้เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231106d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4163853.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[GCAP GOLD มองราคาทองปรับฐาน ก่อนเข้าสู่ขาขึ้น ลุ้นแตะ 54,000-55,500 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103685</link>
<guid isPermaLink="false">c5e54a67d7b9091b81a160b1342f5a97</guid>
<pubDate>Wed, 07 May 2025 15:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>น.ส.อารีรัตน์ มุราชัย นักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำสัปดาห์นี้ อยู่ในช่วงของการปรับฐาน หลังจากราคาทองพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ที่ระดับ 3,500 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอน แม้สัญญาณบางด้านจะผ่อนคลายลง โดยเฉพาะบรรยากาศการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะดีขึ้น แต่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น GDP สหรัฐฯ ที่หดตัวในไตรมาสแรก, เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษี ซึ่งปัจจัยดังกล่าว หนุนให้ทองคำยังคงอยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าลงทุนต่อเนื่อง</p>

<p>ส่วนนโยบายการเงิน มองว่า ตลาดเริ่มออกมาคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจลดดอกเบี้ยลงได้ถึง 1% ในปีนี้ และหากเป็นจริงตามที่ประเมิน จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะติดลบมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำ เนื่องจากจะเป็นการช่วยลดต้นทุนในการถือครองทองคำเมื่อเทียบกับตราสารหนี้</p>

<blockquote>
<p>&ldquo;ภาพรวมการลงทุนทองคำในไตรมาสแรก ชี้ให้เห็นว่าความต้องการทองคำทั่วโลก ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะฝั่งนักลงทุน ซึ่งมีการเข้าซื้อทองคำผ่าน ETF อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธนาคารกลางยังซื้อทองต่อเนื่อง แม้ความต้องการทองรูปพรรณจะลดลงบ้าง เพราะราคาสูง แต่ผู้บริโภคกลับไม่เร่งขายทอง รีไซเคิล ซึ่งสะท้อนว่าความคาดหวังต่อราคายังเป็นขาขึ้น&rdquo;<cite>&nbsp;น.ส.อารีรัตน์ ระบุ</cite></p>
</blockquote>

<p>ดังนั้น GCAP GOLD ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดทองคำในระยะกลาง โดยมองกรอบราคาที่ 3,000 &ndash; 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นระดับที่น่าจับตาสำหรับการเข้าซื้อ สำหรับราคาทองคำไทย แนะนำให้ทยอยเข้าเก็บตามระดับราคา 50,300 และ 49,000 บาท ตามลำดับ</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีมุมมองต่อกรณีเรื่องอัตราดอกเบี้ยต่ำ เงินเฟ้อสูง ว่าประเด็นดังกล่าวยังไม่จบง่าย ๆ ในปีนี้ โดยการปรับฐานในรอบนี้ อาจไม่ใช่สัญญาณจบรอบ แต่เป็นเพียงการพักฐาน ก่อนเริ่มต้นขาขึ้นรอบใหม่สู่ระดับเป้าหมาย 3,600 ดอลลาร์/ออนซ์ในระยะกลาง ซึ่งราคาทองคำไทยอาจจะอยู่ราว 54,000 บาท ยิ่งหากเงินบาทอ่อนค่ามาช่วย ก็อาจจะได้ลุ้นการเห็นทองคำกลับขึ้นไปแตะระดับ 55,500 บาท ได้อีกครั้ง</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.70 จับตาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยเฟดคืนนี้-คืบหน้าเทรดวอร์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103682</link>
<guid isPermaLink="false">fbfbe8e2731d067adcea384e477abc28</guid>
<pubDate>Wed, 07 May 2025 15:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าเล็ก น้อยจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 32.67 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินในภูมิภาคเคลื่อนไหวแบบผสม</strong></h4>

<p>โดยตลาดรอดูผลประชุมธนาคารกลาง สหรัฐฯ (เฟด) คืนนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย และดูท่าทีของประธานเฟดที่จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต รวมถึง ความคืบหน้าเกี่ยวกับสงครามการค้า โดยบาทมีทิศทางแข็งค่า หลังจากเมื่อวานมีเงินทุนระหว่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรราว 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งมี ปริมาณสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ราคาทองในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>&ldquo;วันนี้ต้องดูความต่อเนื่องของ Flow ในตลาดพันธบัตรและการค้าทอง&rdquo;</p>

<p>นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.50 &ndash; 32.80 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 143.17 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 143.32 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1332 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1306 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 32.837 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนของประเทศไทย ว่า ไทย มี สัญญาณการลงทุนที่ดีในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีข้างหน้านี้ จะมีปริมาณเงินลงทุนจริงมากกว่า 1 ล้านล้านบาท เห็นได้จาก การขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.68) มีจำนวน 822 โครงการ เพิ่มขึ้น 20% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี ก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 431,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์และเครื่อง ใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</li>
	<li>&ldquo;ท่องเที่ยวฯ&rdquo; เขย่าแผน ครึ่งปีหลังกระตุ้นทัวริสต์ทั้งตลาดไทย-ต่างชาติ จ่อชง &ldquo;ครม.&rdquo; ของบกลางฯ วงเงิน 3,500 ล้าน ฉีดยาแรงผ่าน 3 โครงการ เฉพาะ &ldquo;เที่ยวไทยคนละครึ่ง&rdquo; ปรับใหม่ ลดจำนวนสิทธิเหลือไม่ถึง 1 ล้านสิทธิ แบ่งงบบางส่วน บูสต์ &ldquo;ต่างชาติเที่ยวไทย&rdquo; รักษาโมเมนตัมปี 2568 ดันให้ถึง 35.5 ล้านคนเท่าปีก่อน เน้นพยุง &ldquo;ตลาดจีน&rdquo; สกัดผลกระทบไม่ให้เกิดกรณี เลวร้ายที่สุด เหลือยอดเดินทางเข้าไทยแค่ 4-5 ล้านคนในปีนี้</li>
	<li>กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 14% สู่ระดับ 1.405 แสนล้านดอลลาร์ใน เดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.376 แสนล้านดอลลาร์ จากระดับ 1.232 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ.</li>
	<li>รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ กับจีนจะหารือกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์เพื่อคลี่คลายความ ตึงเครียดด้านการค้า</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (6 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ และ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับช่วงเวลาในการทำข้อตกลงการค้ากับบรรดาประเทศคู่ค้า</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันอังคาร (6 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนจีนกลับเข้าซื้อ ทองคำหลังจากผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาว ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ (7 พ.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ รวมทั้งถ้อยแถลงของประธานเฟด</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) และ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย</li>
	<li>นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมครั้งนี้ แม้ว่าปธน.ทรัมป์พยายามกดดันให้เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม นักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยใน การประชุมเดือนพ.ค.และมิ.ย. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม กันยายน และตุลาคม</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดพุ่ง $100.50 รับแรงซื้อจากจีน-จับตาประชุมเฟด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103677</link>
<guid isPermaLink="false">ebf6b1729cfd2f8d6809baad9a13c07e</guid>
<pubDate>Wed, 07 May 2025 15:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันอังคาร (6 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนจีนกลับเข้าซื้อทองคำหลังจากผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาว ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ (7 พ.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ รวมทั้งถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 100.50 ดอลลาร์ หรือ 3.03% ปิดที่ 3,422.80 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท BullionVault กล่าวว่า นักลงทุนจีนเข้าซื้อทองคำอย่างคึกคัก หลังกลับจากช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันแรงงานระหว่างวันที่ 1-5 พ.ค. นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ เข้าซื้อทองคำเพื่อลดความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์สหรัฐฯ โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์</p>

<p>ขณะเดียวกันความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวในวันจันทร์ (5 พ.ค.) ว่า เขามีแผนที่จะประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4 พ.ค.) ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากร 100% สำหรับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตในต่างประเทศและนำเข้ามาฉายในสหรัฐฯ</p>

<p>นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมครั้งนี้ แม้ว่าปธน.ทรัมป์พยายามกดดันให้เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698333719859.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023102621defa1eed339f33c0163e916a71b9c2102252.jpg' type='image/jpg' length='290877' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.96 รับสัญญาณดีมานด์จีนฟื้นตัว (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103673</link>
<guid isPermaLink="false">81058b19a39f873d51b818ad0581325c</guid>
<pubDate>Wed, 07 May 2025 15:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันอังคาร (6 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอุปสงค์ในจีนฟื้นตัวขึ้น การผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับตัวลง และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหลังจากราคาดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.96 ดอลลาร์ หรือ 3.43% ปิดที่ 59.09 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.92 ดอลลาร์ หรือ 3.19% ปิดที่ 62.15 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ว่า ผู้บริโภคชาวจีนมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดเนื่องในวันแรงงานระหว่างวันที่ 1-5 พ.ค. ขณะเดียวกันนักลงทุนจากจีนได้กลับเข้าสู่ตลาดแล้วในเวลานี้ หลังจากผ่านพ้นช่วงวันหยุดดังกล่าว</p>

<p>ตลาดได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า บริษัทพลังงานหลายแห่งของสหรัฐฯ รวมถึงบริษัท Diamondback Energy และบริษัท Coterra Energy ได้ประกาศว่าจะลดจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันหลังจากเผชิญภาวะราคาน้ำมันที่ซบเซาลง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้การผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับตัวลง และจะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.59% แตะที่ระดับ 99.237 และเป็นปัจจัยหนุนตลาดน้ำมัน เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากกองทัพอิสราเอลใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน และจังหวัดอัมรานทางตอนเหนือของประเทศ เพื่อตอบโต้ต่อการที่กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีสนามบินเบนกูเรียนของอิสราเอลและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย</p>

<p>นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ (7 พ.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ รวมทั้งจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้เช่นกัน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $14.50 เหตุดอลล์แข็งสกัดแรงซื้อ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102994</link>
<guid isPermaLink="false">548aaffa5f436fa14661890e82878fe2</guid>
<pubDate>Thu, 01 May 2025 15:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (30 เม.ย.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงลบ เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังมีรายงานว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด</h3>

<p>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 14.50 ดอลลาร์ หรือ 0.43% ปิดที่ 3,319.10 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.23% แตะที่ระดับ 99.468 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดทองคำ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงลบ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยการประมาณการครั้งที่ 1 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 โดยระบุว่า GDP หดตัวลง 0.3% ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากที่มีการขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567</p>

<p>ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ โดยจะปรับลดในการประชุมเดือนมิถุนายน กรกฎาคม กันยายน และธันวาคม หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัวลงในไตรมาส 1/2568</p>

<p>นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 129,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนเม.ย.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310247e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca170234.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับ GDP ยูโรโซนโตเกินคาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102992</link>
<guid isPermaLink="false">2984d43e5549249b6884e16326065b8a</guid>
<pubDate>Thu, 01 May 2025 15:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ในวันพุธ (30 เม.ย.) ขานรับข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวได้ดีเกินคาดในไตรมาส 1/2568</h2>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 527.48 จุด เพิ่มขึ้น 2.39 จุด หรือ +0.46%</p>

<p>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,593.87 จุด เพิ่มขึ้น 38.00 จุด หรือ +0.50% , ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 22,496.98 จุด เพิ่มขึ้น 71.15 จุด หรือ +0.32% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 8,494.85 จุด เพิ่มขึ้น 31.39 จุด หรือ +0.37%</p>

<p>สำนักงานสถิติของยุโรป (Eurostat) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซนขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.2% และแข็งแกร่งกว่าในไตรมาส 4/2567 ที่มีการขยายตัว 0.2%</p>

<p>รายงานของ Eurostat ยังระบุว่า GDP ของสหภาพยุโรป (EU) ขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 0.2% หลังจากที่มีการขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 4/2567</p>

<p>ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายปี ตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของยูโรโซนขยายตัว 1.2% และ GDP ของ EU ขยายตัว 1.4%</p>

<p>สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นระบุว่า GDP ขยายตัว 0.1% ในไตรมาส 1/2568 หลังจากที่หดตัวลง 0.1% ในไตรมาส 4/2567 สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้</p>

<p>หุ้นโซซิเอเต้ เจเนราล (Societe Generale) ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 3.7% ขานรับรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาส 1/2568</p>

<p>อย่างไรก็ดี หุ้นเมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) และหุ้นโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ซึ่งเป็นสองผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของเยอรมนี ต่างก็ร่วงลงกว่า 2% หลังจากทั้งสองบริษัทปรับลดคาดการณ์แนวโน้มรายได้ในปีงบการเงิน 2568 เนื่องจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231106d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4163853.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองดิ่งต่อ!! เปิดเช้านี้ร่วงจากวานนี้ 400 บาท (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102991</link>
<guid isPermaLink="false">df8e2cf06097cf1b2f6f0ce0b4883aba</guid>
<pubDate>Thu, 01 May 2025 15:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ราคาทองวันนี้เปิดตลาดวันหยุดวันแรงงงานร่วงต่อเนื่องจากวานนี้บาททองคำละ 400 ตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลก</h2>

<p>เมื่อเวลา 09.07 น. สมาคมค้าทองคำรายงาน ราคาทอง ครั้งที่ 1</p>

<p>&ndash; ทองคำแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 51,400 บาท ขายออกบาททองคำละ 51,500 บาท</p>

<p>&ndash; ทองรูปพรรณรับซื้อบาททองคำละ 50,467.64 บาท ขายออกบาททองคำละ 52,300 บาท</p>

<p>บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ระบุว่า วานนี้ ราคาดีดกลับแต่ไม่ผ่าน 3,353-3,330 เหรียญ/ออนซ์ ทำ ให้เกิดการปรับตัวลงของราคาอีกครั้ง ก่อนที่เช้าวันนี้ราคาจะหลุด 3,270-3261 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งเป็นการยืนยันการปรับตัวลงต่อของราคาเพื่อปรับฐานในระยะกลาง โดยมีแนวรับที่ 3,235-3,215 เหรียญ/ออนซ์ ระหว่างวันดีดตัวไม่ผ่าน 3,320 เหรียญ/ออนซ์ จะยังคงอยู่ในแนวโน้มการปรับตัวขึ้นต่อไป ผ่าน 3,320 เหรียญ/ออนซ์ แสดงว่าการปรับฐานอาจจบแล้ว</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8093055.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $14.50 เหตุดอลล์แข็งสกัดแรงซื้อ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102990</link>
<guid isPermaLink="false">a053df2d2ff5a15e0f3200ade8b450bb</guid>
<pubDate>Thu, 01 May 2025 15:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (30 เม.ย.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงลบ เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังมีรายงานว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด</h3>

<p>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 14.50 ดอลลาร์ หรือ 0.43% ปิดที่ 3,319.10 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.23% แตะที่ระดับ 99.468 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดทองคำ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงลบ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยการประมาณการครั้งที่ 1 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 โดยระบุว่า GDP หดตัวลง 0.3% ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากที่มีการขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567</p>

<p>ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ โดยจะปรับลดในการประชุมเดือนมิถุนายน กรกฎาคม กันยายน และธันวาคม หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัวลงในไตรมาส 1/2568</p>

<p>นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 129,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนเม.ย.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698333719859.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023102621defa1eed339f33c0163e916a71b9c2102252.jpg' type='image/jpg' length='290877' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.21 หลังซาอุฯส่งสัญญาณเพิ่มผลิตน้ำมัน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102989</link>
<guid isPermaLink="false">7f72931acb91a3fe5d1d7cbd252ede31</guid>
<pubDate>Thu, 01 May 2025 15:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันพุธ (30 เม.ย.) หลังจากซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณเพิ่มการผลิตน้ำมัน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ และผลกระทบของสงครามการค้าทั่วโลกที่อาจทำให้อุปสงค์น้ำมันชะลอตัวลง</h3>

<p>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 2.21 ดอลลาร์ หรือ 3.66% ปิดที่ 58.21 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.13 ดอลลาร์ หรือ 1.76% ปิดที่ 63.12 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>ตลอดเดือนเม.ย. ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงทั้งสิ้น 18% และราคาน้ำมันเบรนท์ลดลงทั้งสิ้น 15% ซึ่งต่างก็เป็นการปรับตัวลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่งหรือนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2564</p>

<p>ราคาน้ำมันร่วงลงหลังจากเจ้าหน้าที่ของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียไม่เต็มใจที่จะพยุงตลาดน้ำมันด้วยการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม และยืนยันว่าซาอุดีอาระเบียสามารถรับมือกับภาวะราคาน้ำมันต่ำเป็นเวลานานได้ นับเป็นการส่งสัญญาณว่าซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกอาจจะเปลี่ยนจุดยืนไปเป็นการผลิตน้ำมันเพิ่ม เพื่อที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา</p>

<p>นักลงทุนยังวิตกกังวลว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส จะเพิ่มการผลิตน้ำมันในเดือนมิ.ย. ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากมีรายงานว่า สมาชิกหลายประเทศของโอเปกพลัสต้องการให้เพิ่มการผลิตน้ำมันในเดือนมิ.ย. ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการผลิตเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน</p>

<p>ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมของสมาชิก 8 ประเทศของกลุ่มโอเปกพลัสในวันที่ 5 พ.ค. โดยที่ประชุมจะตัดสินใจเกี่ยวกับการกำหนดกำลังการผลิตในเดือนมิ.ย.</p>

<p>นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดน้ำมัน หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยการประมาณการครั้งที่ 1 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 โดยระบุว่า GDP หดตัวลง 0.3% ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากที่มีการขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567</p>

<p>สำหรับข้อมูลสต็อกน้ำมันที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 2.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 390,000 บาร์เรล</p>

<p>ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 4.0 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 937,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310310237c3de70f1174df4623c9e0280053c153813.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวก ขานรับเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102036</link>
<guid isPermaLink="false">7456804fed35a9e7951eacb02835836e</guid>
<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 15:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (25 เม.ย.) หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</p>

<p>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 35,527.39 จุด เพิ่มขึ้น 488.24 จุด หรือ +1.39% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 22,206.82 จุด เพิ่มขึ้น 297.06 จุด หรือ +1.36% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 3,302.19 จุด เพิ่มขึ้น 4.90 หรือ +0.15%</p>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 1.15% ส่วนตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดทำการวันนี้เนื่องในวันทหารผ่านศึก</p>

<p>คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า บริษัทเอกชนอาจเริ่มปลดพนักงานมากขึ้นหากรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาใช้มาตรการภาษีศุลกากรเชิงรุกอีกครั้ง และเขาจะสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากพบว่าอัตราว่างงานพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับหลายประเทศเมื่อวันที่ 2 เม.ย. แต่หลังจากนั้นได้ระงับแผนดังกล่าวไว้เป็นเวลา 90 วันเพื่อให้มีการเจรจาต่อรอง</p>

<p>ทางด้านเบท แฮมแมก ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. แต่กล่าวว่าการปรับลดดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนมิ.ย. หากมีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางของเศรษฐกิจ</p>

<p>ทั้งนี้ แฮมแมกกล่าวว่า เฟดจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างระมัดระวัง โดยที่ผ่านมานั้น กรรมการเฟดต่างพิจารณามุมมองต่าง ๆ อย่างเปิดกว้าง ทั้งในแง่ที่ว่าเฟดควรจะใช้แนวทางอดทนรอคอย หรือควรจะดำเนินการในทันที โดยหากเฟดมีข้อมูลที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือภายในเดือนมิ.ย. ก็คาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลาดังกล่าว</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250418b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f161621.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองไทยเปิดเช้าปรับขึ้น 200 บาท อานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนราคาตลาดโลก (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102034</link>
<guid isPermaLink="false">8fbea08ed8886d8119fb6e50bd80509f</guid>
<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 15:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเปิดเช้านี้กลับมาฟื้นตัวปรับเพิ่มขึ้นจากวานนี้บาททองคำละ 200</strong></h3>

<p>เมื่อเวลา 09.03 น. สมาคมค้าทองคำ รายงานความเคลื่อนไหวราคา ครั้งที่ 1</p>

<p><strong>&ndash; ทองแท่ง</strong>&nbsp;รับซื้อบาททองคำละ 52,900 ขายออกบาททองคำละ 53,000</p>

<p><strong>&ndash; ทองรูปพรรณ</strong>&nbsp;รับซื้อบาททองคำละ 51,953.32 ขายออกบาททองคำละ 53,800</p>

<p>บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทอง Spot ฟื้นตัวขึ้นแรง 60 ดอลลาร์/ออนซ์ ปิดที่ 3,347 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังปรับลดลงแรงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าลง การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่คาดยืดเยื้อ ซึ่งนายเหอ หย่าตง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน กล่าวปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยระบุว่าข่าวดังกล่าวไม่มีความจริงแต่อย่างใด</p>

<p>ก่อนหน้านี้นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า มีโอกาสที่สหรัฐและจีนจะบรรลุข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่ และทรัมป์ส่งสัญญาณปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยสหรัฐจะลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนลงอย่างมาก แต่ไม่ถึงระดับ 0% ส่วนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 222,000 ราย เท่ากับตลาด ทางด้านกองทุน SPDR ขายทอง 0.58 ตัน</p>

<p>ขณะที่ทองคำในประเทศเผชิญแรงขาย หลังทองโลกขึ้นทดสอบ 3,500 ดอลลาร์ แต่ประเมินว่าอาจเหลือ Downside อีกพอสมควร จึงแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าซื้อสะสมที่ระดับ 50,500-51,000 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698333719859.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023102621defa1eed339f33c0163e916a71b9c2102252.jpg' type='image/jpg' length='290877' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.43 แกว่งแคบจากวานนี้ ตลาดจับตาความคืบหน้าสงครามการค้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102032</link>
<guid isPermaLink="false">9c4b8c1d0f61669a0e75cae8cd1c4b82</guid>
<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 15:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.45 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดโลก หลังดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดกลับมากังวลเรื่องผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้า หลังจีนออกมาปฏิเสธข่าวการเจรจากับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น</strong></h3>

<p>นอกจากนี้บาทยังได้รับปัจจัยหนุนให้แข็งค่าจากการทำธุรกรรมค้าทอง หลังราคาทองในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น และต้องรอดูทิศทางเงินทุนระหว่างประเทศ (Flow) ในตลาดพันธบัตร</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.30 &ndash; 33.60 บาท/ดอลลาร์ ตลาดจับตาดูความคืบหน้าเรื่องสงครามการค้า</p>

<p><strong>*ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 143.08 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 142.61 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1355 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1376 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.533 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>&ldquo;เผ่าภูมิ&rdquo; ถก JP Morgan &ndash; Moody&rsquo;s &ndash; S&amp;P มั่นใจคงเรตติ้งไทยในระดับมีเสถียรภาพ ชี้พื้นฐานไทยยังแกร่ง ฐานะการเงินที่มั่นคง มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 2.47 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นกันชนสำคัญรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ แถมรักษาความสามารถชำระหนี้ได้ดี</li>
	<li>&ldquo;แบงก์ชาติ&rdquo; เปิดผลประเมิน เสถียรภาพระบบการเงินไทยปี 67 พบระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ ช่วยหนุนเศรษฐกิจโดยรวม แนะจับตา &ldquo;4 ปัจจัยเสี่ยง&rdquo; ที่อาจกระทบต่อ &ldquo;เสถียรภาพระบบการเงิน&rdquo; ห่วงความเชื่อมั่นนักลงทุนเปราะบางลง จากราคาสินทรัพย์ดิ่ง ดันต้นทุนออกหุ้นกู้พุ่ง หวั่นการเข้าถึงสินเชื่อต่ำ ชี้รายใหญ่ก่อหนี้สูง หวั่นนำไปสู่ความเปราะบางลง ขณะที่ภาคอสังหาชะลอตัวฟื้นตัวช้า</li>
	<li>&ldquo;ต่างชาติ&rdquo; แห่โยกเงิน ซื้อ &ldquo;บอนด์ไทย&rdquo; พุ่ง หลัง 3 เดือนแรก ซื้อสุทธิ 7 หมื่นล้าน เทียบกับเงินไหลออกปีก่อน กว่า 6.8 หมื่นล้าน หลังนักลงทุนหนี &ldquo;สินทรัพย์เสี่ยง&rdquo; มีความผันผวนสูง หันซบสินทรัพย์ปลอดภัย เหตุกังวลกำแพงภาษีทรัมป์</li>
	<li>สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เผยยอดส่งออกในช่วงครึ่งแรกพุ่งขึ้นจากการเร่งส่งออกเพื่อเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้ภาวะการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังเสี่ยงลดต่ำลง</li>
	<li>&ldquo;ธนพล&rdquo; นายกใหม่สมาคมไทยธุรกิจ การท่องเที่ยว ประเมินวิกฤติหนัก &ldquo;จีนเที่ยวไทย&rdquo; เสมือนอยู่ห้องไอซียู แนวโน้มคนจีนเที่ยวต่างประเทศปี 2568 ฟื้นแตะ 155 ล้านคน เท่าปี 2562 ก่อนโควิด แต่เลือก &ldquo;ไม่มาไทย&rdquo; อันดับร่วงหลุดโผ 5 เดสติเนชัน ที่คน จีนอยากไปมากสุด เหตุกังวลด้านความปลอดภัย หวั่นยอดหายเท่าตัวจาก 10 เหลือ 4-5 ล้านคน ของบ 320 ล้าน กระตุ้นชาร์เตอร์ไฟลต์จาก 20 เมืองรองในจีน ดึงเอเยนต์ทัวร์-สื่อจีน สำรวจสินค้าท่องเที่ยว &ldquo;ททท.&rdquo; ปรับกลยุทธ์เร่งโกย 24 ตลาดระยะใกล้ -ไกลกลุ่มเติบโตสูง ชดเชยตลาดจีน</li>
	<li>ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ขอพลิกวิกฤติเป็นโอกาสด้วยการปรับกลยุทธ์เร่งผลักดันเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง และนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อมาชดเชยนักท่องเที่ยวตลาดจีนที่มีแนวโน้มหดตัวลงในปีนี้</li>
	<li>ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมิ.ย.ปีนี้ ไม่ใช่เดือนพ.ค. ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวได้สร้างความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 222,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์</li>
	<li>นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะคลี่คลายข้อพิพาทการค้าระหว่างสองประเทศ ด้านโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกมายืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อีกทั้งปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่าข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีทั้งหมดที่เรียกเก็บจากสินค้าจีน</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (24 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ หลังจากจากคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันในเรื่องดังกล่าว</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี (24 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหลังจากราคาทองคำร่วงลงกว่า 3% ในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังจากคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันในเรื่องดังกล่าว</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310258cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49132911.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดพุ่ง $54.50 รับแรงช้อนซื้อ-ดอลล์อ่อนหนุนตลาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102031</link>
<guid isPermaLink="false">535c4836fd8903549980c83201000360</guid>
<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 15:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี (24 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหลังจากราคาทองคำร่วงลงกว่า 3% ในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังจากคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันในเรื่องดังกล่าว</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 54.50 ดอลลาร์ หรือ 1.65% ปิดที่ 3,348.60 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.47% แตะที่ระดับ 99.375 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะคลี่คลายข้อพิพาทการค้าระหว่างสองประเทศด้วยการกล่าวว่าเขาอาจจะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนลงจากระดับ 145% อย่างไรก็ดี สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ไม่มีแผนที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนในการลดภาษีศุลกากร พร้อมกับกล่าวว่า สหรัฐฯ และจีนยังไม่ได้เริ่มต้นการเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการร่วมกัน</p>

<p>ล่าสุด เหอ หย่าตง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกมายืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อีกทั้งปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่าข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง นอกจากนี้ นายเหอยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีทั้งหมดที่เรียกเก็บจากสินค้าจีน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 52 เซนต์ รับแรงหนุนดอลล์อ่อนค่า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102028</link>
<guid isPermaLink="false">a5856be89b79bfaed4c23c3e50f5ff51</guid>
<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 15:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (24 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ที่กลุ่มโอเปกพลัสจะเพิ่มการผลิตน้ำมัน และการส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยกดดันตลาดในระหว่างวัน</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 52 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 62.79 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 0.65% ปิดที่ 66.55 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.47% แตะที่ระดับ 99.375 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดน้ำมัน เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่า สมาชิกหลายประเทศของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ต้องการให้เพิ่มการผลิตน้ำมันในเดือนมิ.ย. ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการผลิตเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน</p>

<p>ทั้งนี้ สมาชิก 8 ประเทศของกลุ่มโอเปกพลัสจะประชุมกันในวันที่ 5 พ.ค.เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการกำหนดกำลังการผลิตในเดือนมิ.ย.</p>

<p>นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ หลังจากคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณในเรื่องดังกล่าวที่ขัดแย้งกัน โดยแม้ว่าปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขาอาจจะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนลงจากระดับ 145% แต่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ไม่มีแผนที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนในการลดภาษีศุลกากร พร้อมกับกล่าวว่า สหรัฐฯ และจีนยังไม่ได้เริ่มต้นการเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการร่วมกัน</p>

<p>นักลงทุนจับตาสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ โดยล่าสุดปธน.ทรัมป์ได้ตำหนิปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย หลังจากรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตีกรุงเคียฟของยูเครน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก</p>

<p>ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวของ Politico ที่ว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมพลังงานของรัสเซีย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน โดยรูบิโอกล่าวว่ารายงานดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก คลายกังวลสงครามการค้า-ขานรับทรัมป์ไม่มีแผนปลดพาวเวล (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101530</link>
<guid isPermaLink="false">e89234a1daa89ceb444c1ed1c9587c48</guid>
<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 16:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (23 เม.ย.) ตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันอังคาร (22 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะคลี่คลายลง</strong></h3>

<ul>
	<li>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 34,787.93 จุด เพิ่มขึ้น 567.33 จุด หรือ +1.66%</li>
	<li>ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,308.15 จุด เพิ่มขึ้น 8.39 จุด หรือ +0.25% และ</li>
	<li>ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 22,080.19 จุด เพิ่มขึ้น 517.87 จุด หรือ +2.40%</li>
	<li>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.86% และดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.55%</li>
</ul>

<p>นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้า หลังจากที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาคาดว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า</p>

<p>ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าภาษีศุลกากรขั้นสุดท้ายที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากสินค้าจีนนั้น &ldquo;จะไม่สูงถึง 145%&rdquo; แต่ในขณะเดียวกันเขากล่าวว่า อัตราภาษีที่เรียกเก็บจากจีน &ldquo;จะไม่เป็น 0%&rdquo;</p>

<p>นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่มีเป้าหมายที่จะปลดเจอโรม พาวเวล ออกจากตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก่อนที่พาวเวลจะครบวาระ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด และยังเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 500 จุดในช่วงเช้าวันนี้</p>

<p>แม้ว่าปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่มีเป้าหมายที่จะปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งประธานเฟดก่อนที่พาวเวลจะครบวาระในเดือนพ.ค. 2569 แต่เขายังคงกดดันให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวว่า ทุกอย่างกำลังชะลอตัวลง แต่มีสิ่งเดียวที่ไม่เคยชะลอตัวลง นั่นคืออัตราดอกเบี้ย โดยเขาย้ำว่า &ldquo;นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการปรับลด&rdquo; อัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมกับกล่าวว่า &ldquo;เราอยากเห็นประธานเฟดของเราตัดสินใจอย่างรวดเร็วหรือทันเวลา แทนที่จะช้าเกินไป&rdquo;</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250418b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f161621.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งขึ้นตามตลาดตปท.ตอบรับสัญญาณสงครามการค้าคลี่คลาย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101527</link>
<guid isPermaLink="false">9d34f689d946e0f8d15e58044f56f525</guid>
<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 16:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐหลังเมื่อคืนนี้ปรับตัวขึ้นแรง และตลาดหุ้นเอเชียเปิดมาเช้านี้ก็ปรับตัวขึ้นตามกัน จากการที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ ได้ออกมาส่งสัญญาณการเจรจาการค้ากีบจีนจะมีความคลี่คลาย และนายโดนัลล์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาส่งสัญญาณการขึ้นภาษีกับจีนสูงเกินไป และจะปรับลดภาษีนำเข้าลง ประกอบกับการเจรจาการค้ากับอินเดียและสหรัฐมีทิศทางที่ดีออกมา ทำให้นักลงทุนคลายกังวลกับปัจจัยสงครามการค้าลงมาบ้างและเม็ดเงินไหลกลับเข้ามาที่สินทรัพย์เสี่ยง</strong></p>

<p>ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังไม่มีปัจจัยใหม่ โดยที่ยังคงรอการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในสัปดาห์หน้า และติดตามการทยอยประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยออกมา หลังจากกลุ่มแบงก์รายงานงบฯไตรมาสแรกไปแล้ว</p>

<p>โดยให้แนวต้าน 1,160-1,170 จุด แนวรับ 1,130 จุด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (22 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 39,186.98 จุด เพิ่มขึ้น 1,016.57 จุด หรือ +2.66%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,287.76 จุด เพิ่มขึ้น 129.56 จุด หรือ +2.51% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,300.42 จุด เพิ่มขึ้น 429.52 จุด หรือ +2.71%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 34,787.93 จุด เพิ่มขึ้น 567.33 จุด หรือ +1.66% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 22,080.19 จุด เพิ่มขึ้น 517.87 จุด หรือ +2.40% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,308.15 จุด เพิ่มขึ้น 8.39 จุด หรือ +0.25%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (22 เม.ย.) 1,144.05 จุด เพิ่มขึ้น 9.34 จุด (+0.82%) มูลค่าซื้อขายราว 35,739.07 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (22 เม.ย.) 142.27 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค.(22 เม.ย.) เพิ่มขึ้น 1.23 ดอลลาร์ หรือ 1.95% ปิดที่ 64.31 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (22 เม.ย.) 3.26 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 33.35/65 อ่อนค่าจากวานนี้ ตลาดคลายกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน</p>

<p>&ndash; &ldquo;แพทองธาร&rdquo; รับเลื่อนเจรจาลดภาษีสหรัฐฯ มีสาระสำคัญต้องทบทวน ก่อนนัดหารือใหม่ ยันต้องวินวินทั้งคู่ เผยชั่งน้ำหนัก 2 มหาอำนาจ เน้นสมดุล &ldquo;จีน-สหรัฐฯ&rdquo; &ldquo;พิชัย&rdquo; แจงเหตุเลื่อน ขอดูผลประเทศอื่นเจออะไรบ้าง บอกรีบเกินไปไม่ดี ช้าก็ไม่ดี ยันมีเวลาอีก 70 วัน ระบุระดับปฏิบัติการยังไม่หยุด เกาะติด ทำแผนเจรจา ก่อนเสนอระดับนโยบายไปคุย เล็งหารือสภาพัฒน์-ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลือ ฟื้นฟู &ldquo;พาณิชย์&rdquo; ยันการเจรจาไม่ล่ม กำลังรอนัดหมาย และมีโจทย์ใหม่ให้คิด บอกไทยไม่เลือกข้าง บาลานซ์ได้ทั้งจีน-สหรัฐฯ ล่าสุดสั่งคุมเข้มป้องกันสวมสิทธิสินค้าไทย 65 รายการไปสหรัฐฯ</p>

<p>&ndash; นักเศรษฐศาสตร์ส่งสัญญาณ สงครามการค้าสู่สงครามค่าเงิน &ldquo;พิชัย ชุณหวชิร&rdquo; ขุนคลัง เผยสหรัฐเตือนทุกประเทศไม่ให้แทรกแซงค่าเงิน หลังดอลลาร์อ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปี &ldquo;ดร.พิพัฒน์-KKP&rdquo; ชี้นักลงทุนเริ่มไม่เชื่อมั่น &ldquo;ดอลลาร์&rdquo; หันตุน &ldquo;ยูโร-ทองคำ&rdquo; เข้าทุนสำรองแทน หวั่นทุกประเทศเล่นเกมค่าเงินอ่อน ระบุหากไทยเดินเกมช้าจะกระทบหนัก หนุน กนง.หั่นดอกเบี้ย 30 เม.ย.นี้ สอดคล้อง &ldquo;ดร.อมรเทพ-CIMBT&rdquo; มองสงครามค่าเงินรอบนี้รุนแรงผันผวนมากกว่ายุคทรัมป์ 1.0 เตือนบาทเสี่ยงแข็งโป๊ก จี้คลัง-ธปท.มีมาตรการดูแล หวั่นลามกระทบภาคการผลิต-บริโภค ฉุดความสามารถการแข่งขัน เผยเดือน เม.ย.บาทแข็งค่าขึ้น 5.6% แข็งแซงค่าเงินในภูมิภาค</p>

<p>&ndash; มู้ดบริโภคภายในประเทศร่วงหนัก ! ธุรกิจค้าปลีก 4 ล้านล้านเติบโตติดลบ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยชี้ คนไทยชะลอการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย ภาษีทรัมป์ทำเศรษฐกิจป่วยซ้ำอีกระลอก ร้านอาหาร แบรนด์ใหญ่ไม่ยอมเจ็บตัวนาน ไม่ทำเงินปิดสาขาในห้างดัง LINE MAN Wongnai ชี้ธุรกิจ ร้านอาหารอายุสั้น &ldquo;เปิดแสน-ปิดแสน&rdquo; ปิดตัวปีแรกมากกว่า 50% ด้านภาคท่องเที่ยวเร่งปรับกลยุทธ์ เจาะตลาดใช้จ่ายสูง หลังตัวเลข มี.ค.-เม.ย.ร่วงหนัก เหลือวันละไม่ถึง 1 แสนคน</p>

<p>&ndash; &ldquo;องค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐ&rdquo; ประกาศยกระดับมาตรฐานการบินของไทยจาก CAT2 สู่ CAT1 บินตรงเข้าสหรัฐฯ ได้ในรอบ 10 ปี &ldquo;สุริยะ&rdquo; มองหนุนธุรกิจการบิน เสริมภาพลักษณ์ต่อการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นกลับมาไทยมากขึ้น วันนี้บอร์ด AOT เคาะ &ldquo;ปวีณา&rdquo; รักษาการซีอีโอ AOT คนใหม่ แทน &ldquo;กีรติ&rdquo; หลังยื่นหนังสือลาออกแล้ว &ldquo;นายกฯ อิ๊ง&rdquo; ยอมรับสหรัฐฯ ขอเลื่อนวันเจรจาการค้า แต่เชื่อว่าไม่ช้ากว่าประเทศอื่น</p>

<p>&ndash; ครม.ไฟเขียว &ldquo;สมชัย สัจจพงษ์&rdquo; อดีตปลัดคลัง นั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ มีผลทันทีหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ</p>

<p>&ndash; ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค. อยู่ที่ 91.8 ลดลงจาก 93.4 ในเดือน ก.พ.68 เนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อก กระทบต่อความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวและส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งมีเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% ที่ส่งออกไปสหรัฐ ทำให้อุตสาหกรรมกลุ่มนี้ชะลอตัวลง ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มชะลอตัวรวมถึงยอดส่งออกรถยนต์ลดลง จากการชะลอคำสั่งซื้อของคู่ค้าเพื่อรอความชัดเจนนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐส่งผลต่อการใช้จ่ายในภูมิภาค</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>หุ่นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&ndash; GFPT (ลิเบอเรเตอร์) ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 11.80 บาท คาดกำไรไตรมาส 1/68 ที่ 579 ล้านบาท ขยายตัว +24%y-y และ +51%q-q แรงหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบลดลง และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น ส่วนช่วงที่เหลือของปีคาดว่ายังดีต่อเนื่องตามต้นทุนที่ลดลง หนุนตลาดมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น ขณะที่ Valuation ปัจจุบันซื้อขายเพียง PE 6.6 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มเนื้อสัตว์ เป็นโอกาสดีในการทยอยสะสม</p>

<p>&ndash; GPSC (คิงส์ฟอร์ด) &ldquo;ซื้อเก็งกำไร&rdquo; ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 38.50 บาท คาดผลประกอบการปี 68 ปัจจัยหนุนจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีกลับมาเดินเครื่องปกติจากปีก่อนที่มีหยุดไปในช่วง high season ประกอบกับคาดว่าปีนี้จะมีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนมากกว่าปีก่อนตลอดทั้งปี นอกจากนี้โครงการพลังงานลม CFXD จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มปีและส่งผ่านส่วนแบ่งกำไรมาให้เทียบปีก่อนที่ขาดทุน ส่วนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ Avaada ที่อินเดียถือเป็นอีกตัวขับเคลื่อนหลักในอนาคตจากโครงการที่ COD ไปแล้วและที่อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนา โดย GPSC อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทาง spin off Avaada เป็นอีกทางเลือกในการจัดหาเงินลงทุนรองรับการพัฒนาโครงการที่เหลือ สำหรับประเด็นค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค.68 ที่ ครม.ให้ไปปรับลดค่าไฟฟ้าให้ไม่เกิน 3.99 บาท/หน่วย ลดลงจากงวด ม.ค.-เม.ย.68 คาดว่าตลาด price in ไปแล้ว ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 68-69 อยู่ที่ 4.63 พันล้านบาท +14%YoY และ 4.94 พันล้านบาท +7%YoY</p>

<p>&ndash; AOT (กสิกรไทย)ราคาพื้นฐาน 63.98 บาท เราแนะนำเก็งกำไร AOT จากการที่ไทยได้กลับสู่ FAA Category 1 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ระยะยาวต่ออุตสาหกรรมการบินไทย โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางบินไปสหรัฐฯ คาดส่งผลให้การบินไทยมีมาตรฐานได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับสากล ราคามีโอกาสฟื้นตัวหลังจากรับข่าวร้ายไปพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับการเติบโตของเที่ยวบินต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 5.5% YoY และจำนวนผู้โดยสารต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น2.3% ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E 21.x เท่า และ ROE ปี 2568อยู่ที่ 18.5%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.35/65 อ่อนค่าจากวานนี้ ตลาดคลายกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101525</link>
<guid isPermaLink="false">e04ef46ad04ec683a6440af6451a1bca</guid>
<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 16:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.35/65 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่า จากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.18 บาท/ดอลลาร์</strong></h4>

<p>เช้านี้เงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคเคลื่อนไหวอ่อนค่า หลังดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า จากปัจจัยที่วานนี้รมว.คลังสหรัฐฯ ออก มาระบุว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้าจึงสร้างความผ่อนคลายให้กับตลาด</p>

<p>สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามวันนี้ คือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของสหรัฐฯ และยุโรป</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.40 &ndash; 33.60 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 142.00 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 140.46 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1370 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1487 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.175 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>รัฐบาลแจงเลื่อนนัดเจรจาภาษีตอบโต้สหรัฐฯ &ldquo;แค่เลื่อน ไม่ได้ล่ม&rdquo; เหตุเพื่อทบทวนแผนให้ชัดเจนที่สุด &ldquo;พิชัย&rdquo; ยันเหลือ อีก 70 วัน รู้ทุกคนร้อนใจ แต่หากไปต้องพร้อมทุกด้าน ชี้จนถึงตอนนี้ผ่านมาเกิน 10 วันมีประเทศเดียวที่ได้เจรจา ขณะที่ รมว.พาณิชย์ ไม่ กังวลจีนบีบไทยกลับ ยันเราเป็นมิตรกับทุกประเทศ</li>
	<li>ธนาคารกสิกรไทย ชี้ ผลกระทบนโยบายภาษีของทรัมป์ สั่นสะเทือนทั่วโลก ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน-ความเสี่ยงพุ่ง ด้าน &ldquo;แบงก์&rdquo; ปรับกลยุทธ์เข้าสู่โหมด &ldquo;ชะลอการปล่อยสินเชื่อ&rdquo; เพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน รับกระทบภาพรวม &ldquo;การปล่อยสินเชื่อ&rdquo; ปีนี้อาจ ไม่เป็นตามเป้าเดิมยาก ภายใต้ &ldquo;จีดีพีดิ่ง&rdquo;</li>
	<li>นายกฯ อิ๊งค์ ดับลือยันยังไม่ปรับ ครม. ปลอบ รมต.ทำใจให้นิ่งไว้ แต่บอกใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง พร้อมรับฟังผลโพ ล &lsquo;ภูมิธรรม-อนุทิน&rsquo;จับมือโชว์ พท.-ภท. ยังปึ้ก พปชร.ชี้เฟคนิวส์ดึงให้กลับร่วม รบ.</li>
	<li>ประธานที่ปรึกษาสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ตลาดนักท่อง เที่ยวจีน โดยเมื่อวันที่ 16 เม.ย.2568 ตลาดจีนยังคงดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง โดยทำสถิติต่ำสุดที่ 5,833 รายต่อวัน จากค่าเฉลี่ยที่เคยมีนัก ท่องเที่ยวจีนเข้าไทยวันละ 15,000-20,000 ราย ถือว่ารุนแรงมากที่สุด โดยเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ภาวะตกต่ำครั้งใหญ่คือในปี 2561 ที่ เหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต โดยสถานการณ์ตอนนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบอื่นๆ ซ้ำเติม ทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาษีตอบโต้ของ สหรัฐฯ และนโยบายของรัฐบาลจีนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และแม้ว่าประเทศไทยจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนขั้นต่ำ กลับมาที่ 10,000-15,000 คนต่อวัน ได้อีกครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมก็ทำได้เพียง 4.2-5.5 ล้านคน ซึ่ง ต่ำกว่าเป้าหมาย 7 ล้านคน และต่ำกว่า 6.7 ล้านคนที่ได้รับในปี 2567 เสียอีก</li>
	<li>กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า โดยในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจ โลก (WEO) ที่มีการเผยแพร่ล่าสุดเมื่อวานนี้ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.8% และ 3.0% ในปี 2568 และ 2569 ตาม ลำดับ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.3% สำหรับปี 2568 และ 2569 โดยคาดว่าเศรษฐกิจะได้รับผลกระทบจากมาตรการเรียกเก็บภาษี ศุลกากรของสหรัฐฯ</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่มีเป้าหมายที่จะปลดเจอโรม พาวเวล ออกจากตำแหน่งประธาน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก่อนที่พาวเวลจะครบวาระในปีหน้า อย่างไรก็ดี เขายังคงกดดันให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ</li>
	<li>นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้า หลังจากที่รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ คาดว่าความขัดแย้งด้านการค้า ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า &ndash; สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (22 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังจากรัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ได้แสดงความ เชื่อมั่นว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (22 เม.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และ จากการที่รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า</li>
	<li>เจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่า ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่าราคาจะพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,000 ดอลลาร์/ ออนซ์ในปีหน้า เนื่องจากนักลงทุนจะเข้าซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มถดถอย และจากผลกระทบของมาตรการ ภาษีศุลกากร</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญที่จะเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้น เดือนเม.ย.จาก S&amp;P Global, ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค., สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงเช้าวันที่ 24 เม.ย.ตามเวลา ประเทศไทย</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7100929.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $5.9 หลังการค้าจีน-สหรัฐฯส่งสัญญาณคลี่คลาย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101523</link>
<guid isPermaLink="false">6a9a77db46545f504cbe772ee38201a5</guid>
<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 16:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (22 เม.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 5.9 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ 3,419.40 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท RJO Futures กล่าวว่า การแสดงความเห็นของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เป็นการส่งสัญญาณว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มคลี่คลายลง และทำให้นักลงทุนชะลอการซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย</p>

<p>สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวในการประชุมนักลงทุนซึ่งธนาคารเจพีมอร์แกนจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันเมื่อวานนี้ว่า เขาคาดว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า พร้อมกับกล่าวว่า แม้การเจรจากับจีนมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อ แต่ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็ไม่คิดว่าจะปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.56% แตะที่ระดับ 98.918 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดทองคำ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>อย่างไรก็ดี เจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่า ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่าราคาจะพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ในปีหน้า เนื่องจากนักลงทุนจะเข้าซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มถดถอย และจากผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร</p>

<p>กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า โดยในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) ที่มีการเผยแพร่ล่าสุดเมื่อวานนี้ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.8% และ 3.0% ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.3% สำหรับปี 2568 และ 2569 โดยคาดว่าเศรษฐกิจะได้รับผลกระทบจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก $1.23 รับข่าวสหรัฐฯคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101520</link>
<guid isPermaLink="false">8fc6a2a52c3c0770616c00aaf2caf0ee</guid>
<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 16:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (22 เม.ย.) หลังจากสหรัฐฯ ประกาศคว่ำอิหร่านรอบใหม่ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นยังเป็นปัจจัยหนุนนบรรกาศการซื้อขายในตลาดน้ำมันให้คึกคักขึ้นด้วย</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.23 ดอลลาร์ หรือ 1.95% ปิดที่ 64.31 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.18 ดอลลาร์ หรือ 1.78% ปิดที่ 67.44 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่เมื่อวานนี้ โดยมุ่งเป้าไปที่เซเอ็ด อาซาดุลลาห์ เอมามจอเมห์ เศรษฐีผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ชาวอิหร่าน และเครือข่ายบริษัทของเขา</p>

<p>สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เครือข่ายบริษัทของนายเซเอ็ดได้ขนส่งก๊าซ LPG และน้ำมันดิบของอิหร่านที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้เป็นแหล่งรายได้หลักที่ช่วยสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเป็นทุนสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มฮูติในเยเมน และกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กรุงมัสกัตของโอมานในวันเสาร์นี้ (26 เม.ย.) โดยหากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ก็อาจปูทางไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ซึ่งจะทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลก</p>

<p>บรรยากาศการซื้อขายในตลาดน้ำมันยังได้ปัจจัยหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 1,000 จุด หลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า</p>

<p>สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 4.565 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 เม.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310180237c3de70f1174df4623c9e0280053c111549.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าพักตัวตามตลาดหุ้นสหรัฐกังวล “ทรัมป์” แทรกแซงเฟด-ไทยถูกเลื่อนเจรจาการค้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101277</link>
<guid isPermaLink="false">2d63c346381e610daae5d8dd0511b9e2</guid>
<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 16:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดแกว่งพักตัว ได้รับแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมตลาดหุ้นสหรัฐปรับฐานลงมาเฉลี่ย 2.5% จากความกังวลความอิสระในการทำหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กดดันเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ให้ลดดอกเบี้ย</strong></h4>

<p>นอกจากนี้ การเจรจาการค้าของแต่ประเทศที่เข้าเจรจากับสหรัฐก่อนหน้านี้ อาทิ ญี่ปุ่น ยังไม่เห็นความคืบหน้าชัดเจน ขณะเดียวกันการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐที่เคยระบุว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 เม.ย.ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เป็น Sentiment ลบในระยะสั้น แต่อย่างน้อยก็ยังไม่มีการยกเลิกการเจรจา ขณะที่ทิศทาง Fund Flow ยังไม่เห็นสัญญาณไหลเข้าตลาดหุ้น</p>

<p>กลยุทธ์การลงทุนแนะเก็งกำไรระยะสั้นหุ้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิ CPF ประกาศลงทุน CPP ซึ่งมองว่าดีลนี้จะเป็นบวกต่อกำไรปีนี้ นอกจากนี้ภาพหุ้นที่ปรับลงจากภาษีตอบโต้จากก่อนหน้าลงแรง การย่อลงมาเป็นจุดสะสมได้ อาทิ WHA เป็นต้น</p>

<p>โดยให้กรอบแนวรับ 1,125 และแนวต้าน 1,140 จุด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (21 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,170.41 จุด ลดลง 971.82 จุด หรือ -2.48%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,158.20 จุด ลดลง 124.50 จุด หรือ -2.36% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,870.90 จุด ลดลง 415.55 จุด หรือ -2.55%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 34,111.14 จุด ลดลง 168.78 จุด หรือ -0.49% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 21,303.51 จุด ลดลง 91.63 จุด หรือ -0.43% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,289.17 จุด ลดลง 2.26 จุด หรือ -0.07%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (21 เม.ย.) 1,134.71 จุด ลดลง 16.24 จุด (-1.41%) มูลค่าการซื้อขาย 32,467.36 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (21 เม.ย.) 2,263.24 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค.(21 เม.ย.) ลดลง 1.60 ดอลลาร์ หรือ 2.47% ปิดที่ 63.08 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (21 เม.ย.) 3.04 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 33.27 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค จับตาคืบหน้าเจรจาสหรัฐ-&ldquo;ทรัมป์&rdquo; ขู่ปลดปธ.เฟด</p>

<p>&ndash; เลื่อนเจรจาการค้าไทยสหรัฐ 23 เม.ย.นี้ &lsquo;พิชัย&rsquo; ยกเลิกใบลา ครม. ยังไม่เดินทางไปสหรัฐ หลังนายกฯ บอกได้คิวแล้วคาดรอสหรัฐคอนเฟิร์มวันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ด้านกระทรวงพาณิชย์ &lsquo;จีน&rsquo; ออกแถลงการณ์เตือน &ldquo;จีนจะตอบโต้ ทุกประเทศที่ร่วมมือกับสหรัฐ ในลักษณะที่กระทบต่อผลประโยชน์ของจีน&rdquo;</p>

<p>&ndash; สมาคมผู้ค้าปลีกไทย หวั่นปัจจัยลบสงครามการค้า สินค้าจีนโอเวอร์ซัพพลายทะลักเข้าไทยกระทบเอสเอ็มอี ฉุดเศรษฐกิจไทย ค้าปลีกปี 2568 ชะลอตัว โต 3.4% แนะรัฐเร่งฟื้น ท่องเที่ยว เสนอโปรเจกต์ &ldquo;Instant tax refund&rdquo; ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ให้นักท่องเที่ยวช้อป 3,000 บาทขึ้นไป หนุนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เขตปลอดภาษีสินค้าไลฟ์สไตล์ หวังเม็ดเงินสะพัดระดับแสนล้าน ดันไทยชอปปิงพาราไดซ์</p>

<p>&ndash; รัฐบาลจัดทัพผู้บริหาร 10 รัฐวิสาหกิจ หลังทยอยครบวาระและลาออก &ldquo;รฟม.-บขส.-บวท.-เอ็กซิมแบงก์-กฟผ.กนอ.-กยท.&rdquo; เข้าสู่กระบวนการสรรหา ทยอยแสดงวิสัยทัศน์ เผยสังกัดคมนาคมรื้อใหญ่ หลัง &ldquo;กีรติ&rdquo; ยื่นใบลาออกเอ็มดี ทอท.เปิดทาง รัฐบาลหาผู้ตอบโจทย์ จับตาเปลี่ยนผู้อำนวยการ การท่าเรือฯ &ldquo;เบญจรงค์-สิทธิกร&rdquo; ชิง เอ็กซิมแบงก์ &ldquo;2 รองผู้ว่า&rdquo; ชิงเก้าอี้ กฟผ.</p>

<p>&ndash; &ldquo;เอกนัฏ&rdquo; เดินหน้ายกเลิกการรับรองมาตรฐานเหล็ก IF เหตุเป็นเตาแบบระบบเปิดสร้างมลภาวะฝุ่น-ก๊าซพิษ เล็งยกเลิก มอก. หวั่นคุณภาพต่ำกระทบอุตสาหกรรมเหล็กไทย ชูเทคโนโลยีที่ผลิตเหล็กด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า</p>

<p>&ndash; ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือบอร์ด ททท. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับแผนการท่องเที่ยวครึ่งหลังของปี 68 ใหม่หลังหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้วพบว่านักท่องเที่ยวเอเชีย เช่น จีน ฮ่องกง ใต้หวัน เวียดนาม เกาหลีใต้ เดินทางเที่ยวไทยลดลงเฉลี่ย 17% ทำให้กระทรวงท่องเที่ยวฯต้องหันมาทำตลาดที่เน้นมูลค่ารายได้จากการใช้จ่ายมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว พร้อมปรับรายได้รวมจากการท่องเที่ยวลดลงเหลือ 3 ล้านล้านบาท มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวไทย 1 ล้านล้านบาท</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&ndash; BDMS (ลิเบอเรเตอร์) ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 30.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 1/68 ยังเติบโตได้ทั้ง q-q และ y-y จากการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติและชาวไทย รวมทั้งผลกระทบจากเดือนรอมฎอนที่ไม่มากนัก ส่วนภาพรวมปีนี้คาดกำไรเติบโตราว +10%y-y ส่วนภาพระยะยาวมีแนวโน้มเชิงบวกจากแผนการเพิ่มจำนวนเตียงที่มากขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายเทียบเคียงใกล้ระดับ -2.0SD ถือว่าเป็นระดับที่น่าทยอยสะสม</p>

<p>&ndash; OR (คิงสฟอร์ด) &ldquo;ซื้อเก็งกำไร&rdquo; ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 14.80 บาท แผนกลยุทธ์แย่งชิง market share กลับคืนมาด้วยการเปิด 100 ปั๊มใหม่เน้นพื้นที่ศักยภาพ ปรับปรุงปั๊มเก่าและจัดแคมเปญการตลาดดึงดูดลูกค้า โดยธุรกิจ Mobility คาดปริมาณขายเพิ่มขึ้นขณะที่อัตรากำไรต่อหน่วยฟื้นจากแรงกดดันของรัฐลดลงหลังสถานะกองทุนน้ำมันดีขึ้น ส่วนธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้นตามยอดขายกาแฟและไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากปิด Texas Chicken 442 ล้านบาท ปี 68 ตั้งงบลงทุน 1.89 หมื่นล้านบาทรองรับแผนกลยุทธ์ข้างต้นรวม M&amp;A และ innovation&amp;new business อ้างอิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ที่ 9.7 พันล้านบาท +27%YoY และ 1.09 หมื่นล้านบาท +12%YoY</p>

<p>&ndash; AURA (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 20.10 บาท คงมุมมองเชิงบวกจากแผน 3 ปีปรับเป้าสินเชื่อธุรกิจ &ldquo;ทองมาเงินไป&rdquo; เพิ่มขึ้นจาก 6,500 ล้านบาทเป็น 7,500 ล้านบาท ตั้งเป้ายาวปี 70 พอร์ตสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาทจากขยายสาขาต่อเนื่องเป็น 1,000 สาขาสำหรับธุรกิจ gold finance และการจัดหาเงินทุนเพิ่มทั้ง syndicate loan ครึ่งปีแรก และการออกหุ้นกู้ครึ่งปีหลัง แหล่งเงินทุนเพิ่มขึ้นและหลากหลายหนุนโต อีกทั้งมีโอกาสได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจากความแข็งแกร่งเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กอาจหายไปจากการขาดเงินทุน มองธุรกิจ gold trading ได้ประโยชน์ขึ้นค่ากำเหน็จ 300 บาทเห็นผลบวกในไตรมาส 3/68</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองไทยติดจรวด!! เช้านี้ทยอยขึ้น 4 ครั้ง รวม 1,150 บาท รูปพรรณทะลุ 55,000 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101276</link>
<guid isPermaLink="false">f560839d6ca271dba6056b71a47676ed</guid>
<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 16:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเช้านี้ทยอยขึ้นต่อเนื่อง 1,150 บาท หลังจากเปิดตลาดครั้งแรกพุ่งทะยาน 950 บาท ดันราคารูปพรรณขายออก ทะลุ 55,000 เรียบร้อย</p>

<p>โดยเปิดตลาดครั้งแรก เมื่อเวลา 09.06 น. สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 54,050 ขายออกบาททองคำละ 54,150 ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 53,075.16 ขายออกบาททองคำละ 54,950</p>

<figure><img alt="" data-lazyloaded="1" data-ll-status="loaded" data-src="https://www.infoquest.co.th/wp-content/uploads/2025/04/A7E27D2107D819DECC4C11BAA2AEA9C6.jpg" decoding="async" src="https://www.infoquest.co.th/wp-content/uploads/2025/04/A7E27D2107D819DECC4C11BAA2AEA9C6.jpg" /></figure>

<p>และเมื่อเวลา 09.35 น. (ครั้งที่ 4) ทองแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 54,250 ขายออกบาททองคำละ 54,350 ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 53,272.24 ขายออกบาททองคำละ 55,150</p>

<p>บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองปรับขึ้นทะลุแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 3,400 ดอลลาร์/ออนซ์ และทำจุดสูงสุดแตะ 3,430 ดอลลาร์/ออนซ์ จากความกังวลว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะเข้าแทรกแซงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และผลกระทบของสงครามการค้าโลก ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ว่า &ldquo;เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง ยกเว้นพาวเวลจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงทันที หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์ขู่ว่าจะปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งประธานเฟดหากไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ย&rdquo;</p>

<p>ส่วนความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ หลังจีนประกาศเตือนประเทศต่าง ๆ ไม่ให้ทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของจีน และหากประเทศใดเลือกแนวทางดังกล่าว จีนก็จะดำเนินมาตรการตอบโต้ ทางด้าน Citi ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้าเป็น 3,500 จากเดิม 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>ส่วนราคาทองคำแท่ง 96.5% เร่งตัวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมราคาทองโลก ขณะที่ค่าเงินบาทกลับมาช่วยหนุนด้วยในเช้าวันนี้ แต่ด้วยราคาที่ซื้อขายกันในระดับสูงแล้ว จึงไม่แนะนำไล่ราคา และใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าซื้อสะสมจากบริเวณแนวรับที่ 52,500-53,000 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231102975c62518acbdfde8d682027fe40311c154914.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.27 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค จับตาคืบหน้าเจรจาสหรัฐ-“ทรัมป์” ขู่ปลดปธ.เฟด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101274</link>
<guid isPermaLink="false">730f06d3b6dd8b8bb68c8eb245f7a5ea</guid>
<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 16:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.27 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อน ค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.09 บาท/ดอลลาร์</strong></h4>

<p>เช้านี้เงินบาทเคลื่อนไหวสวนทางตลาดโลก ถึงแม้ดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก และราคาทองในตลาดโลก ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยอาจเป็นผลมาจากมีข่าวสหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตจากประเทศในฝั่งเอเซีย</p>

<p>ปัจจัยที่ตลาดจับตา ยังคงเป็นเรื่องการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อตัวเอง และความคืบหน้าในการ ปลดประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกจากตำแหน่ง</p>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศรอดูความต่อเนื่องของเงินทุนระหว่างประเทศ (Flow) ที่เข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตร &ldquo;เปิดตลาดเช้านี้ บาทอ่อนค่าขึ้นมามากจากเย็นวานนี้ และอ่อนค่าสุดในภูมิภาค ทั้งที่ดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองปรับขึ้น อาจเป็นผลจากที่มีข่าวสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีแผงโซล่าเซลล์&rdquo; นักบริหารเงิน กล่าว</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.10 &ndash; 33.45 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 141.12 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 140.67 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1487 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1550 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.156 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>เลื่อนเจรจาการค้าไทยสหรัฐ 23 เม.ย.นี้ &ldquo;พิชัย&rdquo; ยกเลิกใบลา ครม. ยังไม่เดินทางไปสหรัฐ หลังนายกฯ บอกได้คิว แล้ว คาดรอสหรัฐฯ คอนเฟิร์มวัน อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ด้านกระทรวงพาณิชย์ &lsquo;จีน&rsquo; ออกแถลงการณ์เตือน &ldquo;จีนจะตอบโต้ ทุกประเทศ ที่ร่วมมือกับสหรัฐ ในลักษณะที่กระทบต่อผลประโยชน์ของจีน&rdquo;</li>
	<li>&ldquo;เพื่อไทย&rdquo; จ่อติวเข้ม สส.รับมือถกงบฯ 69 มั่นใจเสียงโหวต &ldquo;พรรคร่วมฯ&rdquo; แน่นปึ้ก ด้าน &ldquo;ภูมิธรรม&rdquo; ยันไร้สัญญาณ ปรับ ครม.ข้ามห้วยนั่ง &ldquo;มท.1&rdquo; เหน็บทำงานแค่ 6 เดือนอย่าเพิ่งไล่กัน ส่วน &ldquo;อนุทิน&rdquo; งงสัญญาณปรับ ครม.ยัน &ldquo;หน.พรรคร่วมฯ- นายกฯ&rdquo; ไม่เคยพูด</li>
	<li>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาสแรก ของปี 68 ของหุ้นในกลุ่มธนาคาร พาณิชย์ 10 แห่ง ได้แก่ ไทยพาณิชย์, เกียรตินาคินภัทร, กสิกรไทย, กรุงไทย, กรุงเทพ, กรุงศรีอยุธยา, ทหารไทยธนชาต, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, ทิสโก้ และซีไอเอ็มบีไทย พบว่ามีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 67,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 402 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียว กันของปี 67 ที่มีกำไรสุทธิ 63,890 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยส่วนใหญ่ที่เริ่มลดลง</li>
	<li>ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือบอร์ด ททท. เปิด เผยว่า ได้สั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับแผนการท่องเที่ยวครึ่งหลังของปี 68 ใหม่หลังหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว พบว่านักท่องเที่ยวเอเชีย เช่น จีน ฮ่องกง ใต้หวัน เวียดนาม เกาหลีใต้ เดินทางเที่ยวไทยลดลงเฉลี่ย 17% ทำให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ ต้องหันมาทำตลาดที่เน้นมูลค่ารายได้จากการใช้จ่ายมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว พร้อมปรับรายได้รวมจากการท่องเที่ยวลดลงเหลือ 3 ล้าน ล้านบาท มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวไทย 1 ล้านล้านบาท</li>
	<li>สหรัฐฯ ได้กำหนดอากรใหม่สำหรับการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จาก 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาค ที่จัดหาแผงโซลาร์ส่วนใหญ่ให้กับสหรัฐฯ ได้แก่ กัมพูชา 125.37%, เวียดนาม 271.28%, ไทย 111.45% และมาเลเซีย 8.59%</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ (21 เม.ย.) ให้เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลาง สหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย</li>
	<li>ประธานเฟดสาขาชิคาโก แสดงความเห็นว่า ประเทศที่ธนาคารกลางไม่มีอิสรภาพนั้น อัตราเงินเฟ้อมักจะปรับตัวสูงขึ้น เศรษฐกิจเติบโตช้าลง และตลาดแรงงานอ่อนแอลง ซึ่งเขาคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะไม่ผลักตัวเองเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่ความเป็นอิสระในการ ดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางถูกตั้งคำถาม เพราะนั่นจะเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของเฟด</li>
	<li>รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส เตือนว่า ความน่าเชื่อถือของสกุลเงินดอลลาร์จะตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพ หากปธน.ทรัมป์ปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งประธานเฟด</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (21 เม.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟด</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 3,400 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (21 เม.ย.) และทำสถิติสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลาง ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯ</li>
	<li>ซิตี้ รีเสิร์ช (Citi Research) ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้าขึ้นสู่ระดับ 3,500 ดอลลาร์/ ออนซ์ จากเป้าหมายเดิมที่ระดับ 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยท่าม กลางความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากร นอกจากนี้ คาดว่าราคาทองจะได้ปัจจัยบวกจากการที่บริษัทประกันของจีนเข้าซื้อทองคำ</li>
	<li>นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและ ภาคบริการขั้นต้นเดือนเม.ย.จาก S&amp;P Global, ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค., ยอดขายบ้านมือสองเดือนมี.ค., รายงานสรุปภาวะ เศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เดือนมี.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดพุ่ง $96.90 ยืนเหนือ $3,400 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101273</link>
<guid isPermaLink="false">7a889694591d11d9fd09e76a6cdff233</guid>
<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 16:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 3,400 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (21 เม.ย.) และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 96.90 ดอลลาร์ หรือ 2.91% ปิดที่ 3,425.30 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมาก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟด โดยปธน.ทรัมป์พยายามกดดันให้พาวเวลเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย และขู่ว่าจะปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งหากไม่ยอมทำตามคำเรียกร้อง</p>

<p>เอริก ลอมบาร์ด รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสเตือนว่า ความน่าเชื่อถือของสกุลเงินดอลลาร์จะตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพ หากปธน.ทรัมป์ปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งประธานเฟด</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 1.1% แตะที่ระดับ 98.278 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยล่าสุด จีนประกาศเตือนประเทศต่าง ๆ ไม่ให้ทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของจีน และหากประเทศใดเลือกแนวทางดังกล่าว จีนก็จะดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างเด็ดขาด</p>

<p>ซิตี้ รีเสิร์ช (Citi Research) ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้าขึ้นสู่ระดับ 3,500 ดอลลาร์/ออนซ์ จากเป้าหมายเดิมที่ระดับ 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยท่ามกลางความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากร นอกจากนี้ คาดว่าราคาทองจะได้ปัจจัยบวกจากการที่บริษัทประกันของจีนเข้าซื้อทองคำ</p>

<p>ซิตี้คาดการณ์ว่า นโยบายล่าสุดของรัฐบาลจีนที่อนุญาตให้บริษัทประกันภัย 10 แห่งสามารถจัดสรรสินทรัพย์ของบริษัทในสัดส่วนสูงถึง 1% เพื่อนำไปลงทุนในทองคำนั้น จะทำให้อุปสงค์ทองคำปรับตัวสูงขึ้น</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8082413.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.60 หลังสหรัฐฯ-อิหร่านคืบหน้าเจรจานิวเคลียร์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101269</link>
<guid isPermaLink="false">22fcda7cb623c85c51bf49f2c4d22995</guid>
<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 16:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันจันทร์ (21 เม.ย.) หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้า นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่นักลงทุนวิตกกังวลว่าสงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.60 ดอลลาร์ หรือ 2.47% ปิดที่ 63.08 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.70 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 66.26 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังจากมีรายงานว่าคณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงกันที่จะร่างกรอบข้อตกลงนิวเคลียร์ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า การเจรจามีความคืบหน้าอย่างมาก</p>

<p>ทางด้านประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่านยืนยันว่า อิหร่านพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐ หากมีการรับประกันผลประโยชน์แห่งชาติของอิหร่าน โดยคำยืนยันของปธน.อิหร่านมีขึ้นหลังการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ทางอ้อมรอบที่ 2 ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่กรุงโรมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (19 เม.ย.) ก่อนการเจรจารอบที่ 3 จะเริ่มขึ้นที่กรุงมัสกัตของโอมานในวันเสาร์ที่ 26 เม.ย.นี้</p>

<p>ทั้งนี้ หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ก็อาจปูทางไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ซึ่งจะทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลก</p>

<p>นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความกังวลว่าสงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน โดยล่าสุดจีนประกาศเตือนประเทศต่าง ๆ ไม่ให้ทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของจีน และหากประเทศใดเลือกแนวทางดังกล่าว จีนก็จะดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างเด็ดขาด</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าลบ 3.79 จุดวอลุ่มบาง แรงขายกลุ่มแบงก์กดดันผิดหวังงบ Q1/68 ไร้ปัจจัยใหม่หนุน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100919</link>
<guid isPermaLink="false">df44c4c9452820b396cdec7591c605a6</guid>
<pubDate>Mon, 21 Apr 2025 13:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<ul>
	<li>
	<p>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,147.16 จุด ลดลง 3.79 จุด (-0.33%) มูลค่าซื้อขายราว 15,410 ล้านบาท</p>
	</li>
	<li>
	<p>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีแกว่งกรอบแคบในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ทำระดับต่ำสุด 1,144.27 จุด และสูงสุด 1,153.83 จุด</p>
	</li>
</ul>

<p>นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าแกว่งลงมาเล็กน้อย รับแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ที่รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ส่วนใหญ่ออกมาชะลอตัวลง และต่ำกว่ากว่าคาด ทำให้มีแรงขายออกมากดดันดัชนี</p>

<p>ขณะที่วันนี้ตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ปิดทำการวัน Easter ทำให้ภาพรวมการซี้อขายไม่ค่อยคึกคัก และยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน โดยปัจจัยในประเทศยังรอติดตามผลการเจรจาการค้ากับสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยทีมไทยจะเดินทางไปเจรจาในวันที่ 23 เม.ย.นี้</p>

<p>แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายคาดแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ พร้อมให้แนวต้าน 1,160 จุด แนวรับ 1,130 จุด</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<ul>
	<li>
	<p><strong>KBANK</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 1,742.04 ล้านบาท ปิดที่ 149.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท</p>
	</li>
	<li>
	<p><strong>CPALL</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 974.44 ล้านบาท ปิดที่ 50.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท</p>
	</li>
	<li>
	<p><strong>SCB</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 812.69 ล้านบาท ปิดที่ 113.00 บาท ลดลง 2.00 บาท</p>
	</li>
	<li>
	<p><strong>BBL</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 793.12 ล้านบาท ปิดที่ 144.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง</p>
	</li>
	<li>
	<p><strong>TTB</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 650.78 ล้านบาท ปิดที่ 1.85 บาท ลดลง 0.04 บาท</p>
	</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ นักลงทุนกังวลสงครามการค้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100859</link>
<guid isPermaLink="false">5414cecd5ff0684670e4e55e8cf2fccf</guid>
<pubDate>Mon, 21 Apr 2025 10:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (21 เม.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายในตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า ซึ่งรวมถึงจีน</strong></p>

<p>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 34,556.23 จุด ลดลง 174.05 จุด หรือ -0.50% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,273.14 จุด ลดลง 3.59 จุด หรือ -0.11%</p>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.1% ส่วนตลาดหุ้นออสเตรเลียและตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในเทศกาลอีสเตอร์</p>

<p>ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี เอาไว้ที่ระดับ 3.1% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ที่ระดับ 3.6% ในวันนี้</p>

<p>การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะรักษาเสถียรภาพเงินหยวน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตราสูงถึง 145% ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 125%</p>

<p>ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น ส่วนอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250418b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f161621.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.27 แข็งค่าต่อเนื่อง สัปดาห์นี้จับตาตัวเลขส่งออกไทย-ทิศทางหยวน-ราคาทอง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100858</link>
<guid isPermaLink="false">ba2abd31d2e06b57d3173c7da9fc4ce1</guid>
<pubDate>Mon, 21 Apr 2025 10:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.27 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 33.44 บาท/ดอลลาร์</strong></h4>

<p>โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นสู่ระดับแข็งค่าสุดในรอบเกินครึ่งปี ตามการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ของราคาทองคำ และแรงซื้อบอนด์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ</p>

<p>ในสัปดาห์นี้ ควรจับตารายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก พร้อมรอ ลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน</p>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดจะรอลุ้นรายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports &amp; Imports) เดือนมีนาคม เพื่อ ประเมินว่า ยอดการส่งออกของไทย เริ่มเผชิญผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด รวมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน</p>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทประเมินว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทอาจชะลอลง โดยเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่ง อ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ แต่ยังต้องจับตาทิศทางเงินหยวนจีนและราคาทองคำอย่างใกล้ชิด ส่วน ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติยังมีความผันผวนอยู่ ซึ่งจะขึ้นกับบรรยากาศในตลาดการเงิน โดยต้องรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดา บริษัทจดทะเบียนไทยด้วยเช่นกัน</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ระดับ 33.15-33.35 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทตลอดสัปดาห์นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ ระดับ 33.00-33.65 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 141.05 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 142.38/41 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1470 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1368/1371 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.388 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>ภาษีทรัมป์กระทบเศรษฐกิจไทย &ldquo;คลัง&rdquo; หั่นจีดีพี 28 เม.ย.นี้ คาดลดลง 1% รัฐบาล เตรียมปรับใหญ่แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ครึ่งปีหลัง สกัดเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค ดันเงินลงทุนรัฐ จัดมาตรการช่วยเฉพาะกลุ่ม วางกรอบงบปี 69 รับมือ &lsquo;ทรัมป์&rsquo; ต่อเนื่อง ด้านนักเศรษฐศาสตร์ชี้ไทยเผชิญสารพัดวิกฤติทั้งในและนอกประเทศโดยเฉพาะ &lsquo;ทรัมป์ เอฟเฟกต์&rsquo; ขณะที่ในประเทศเศรษฐกิจ อ่อนแอ หนัก เปิด 3 ปัจจัยฉุดไทยเผชิญวิกฤติถดถอย</li>
	<li>เอ็กซิมแบงก์ออก 5 มาตรการ ช่วยผู้ประกอบการ-เอสเอ็มอี รับมือผลกระทบจากนโยบายขึ้นภาษีมะกัน คาดส่งออก 3.7 พันรายไปตลาดสหรัฐ อ่วมกว่า 7.6 พันล้านดอลลาร์</li>
	<li>รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศติดตามสถานการณ์การค้าของไทยในปี 2567 พบ ว่าการส่งออกขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะประเทศที่ไทย มีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วย ซึ่ง การค้ารวมของไทยกับกลุ่มประเทศคู่ FTA มีมูลค่า 360,340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2566 และการส่งออกไปกลุ่มประเทศคู่ FTA มีมูลค่า 172,046 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% สำหรับตลาดคู่ FTA ที่ขยายตัวได้ดี อาทิ เปรู เพิ่ม 33% อินเดีย เพิ่ม 16% นิวซีแลนด์ เพิ่ม 13% จีน เพิ่ม 3% ชิลี เพิ่ม 3% และอาเซียน เพิ่ม 5% โดยรายประเทศอาเซียน อาทิ กัมพูชา เพิ่ม 43% สปป.ลาว เพิ่ม 6% เวียดนาม เพิ่ม 5% มาเลเซีย เพิ่ม 3% และสิงคโปร์ เพิ่ม 1%</li>
	<li>รายงานข่าวจากสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่าปีนี้ราคาทองคำปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพียงระยะ 3 เดือนครึ่ง ขึ้นมาแล้ว ถึง 10,050 บาท โดย ณ วันที่ 18 เม.ย.68 ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 52,350 บาท ขายออกบาทละ 52,450 บาท และทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 51,407.56 บาท ขายออกบาทละ 53,250 บาท จากสงครามการค้า สหรัฐขึ้นกำแพงภาษีหลายประเทศทั่วโลกเป็นหลัก</li>
	<li>เป้ารายได้รวม &ldquo;การท่องเที่ยว&rdquo; 3.5 ล้านล้านบาทปี 68 สะดุด &ldquo;แพทองธาร&rdquo; ยอมปรับลดเป้ารายได้ &ldquo;ต่างชาติเที่ยว ไทย&rdquo; เหลือ 2 ล้านล้านบาทเท่าปี 62 ก่อนวิกฤติโควิด สั่งการภาครัฐผนึกเอกชนเร่งเวิร์กช็อประดม สมองหลังเทศกาลสงกรานต์หาแนว ทาง กู้รายได้ &ldquo;สรวงศ์&rdquo; หั่นยอด &ldquo;จีนเที่ยวไทย&rdquo; ขอ 6.7 ล้านคนเท่าปี 67 หลังสถิติสะสมถึง 13 เม.ย. 1.3 ล้านคน เฉพาะ 3 เดือนแรก จมแดนลบ ร่วง 24% &ldquo;ททท.&rdquo; ลุยกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เบ่งยอดตลาดศักยภาพชดเชยจีน</li>
	<li>ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี เอาไว้ที่ระดับ 3.1% และคง อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ที่ระดับ 3.6% ในวันนี้</li>
	<li>รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาเตรียมจัดการเจรจาเรื่องภาษีศุลกากร ณ กรุงวอชิงตันในสัปดาห์ นี้ โดยสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเสนอให้จัดการเจรจา ซึ่งทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกันเรื่องรายละเอียดของกำหนดการและวาระการประชุม</li>
	<li>ตลาดเงินนิวยอร์กและตลาดทองคำนิวยอร์ก ปิดทำการวันศุกร์ที่ 18 เม.ย. เนื่องในวัน Good Friday</li>
	<li>ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะทำงาน ยังคงทำการศึกษาเกี่ยวกับ การปลดนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกจากตำแหน่ง</li>
	<li>ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาชิคาโกได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเป็นองค์กรอิสระของเฟด หลัง จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด และขู่ว่าจะปลดพาวเวลออกจากตำแหน่ง</li>
	<li>ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโกกล่าวเมื่อวันศุกร์ (18 เม.ย.) ว่า ถึงแม้เธอจะยังคงเห็น ด้วยกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปีนี้ แต่ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่า เฟดอาจต้องปรับลดดอกเบี้ยน้อยลง โดยเฉพาะ เมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่กระทบการเติบโตของเศรษฐกิจ สหรัฐฯ</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมี.ค.จาก Conference Board, ดัชนีผู้ จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้น และภาคบริการขั้นต้นเดือนเม.ย., ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค., รายงานสรุปภาวะ เศรษฐกิจ (Beige Book) จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมี. ค., ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนมี.ค. และ ยอดขายบ้านมือสองเดือนมี.ค.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองฟิวเจอร์พุ่งกว่า 1% เช้านี้ ยืนเหนือ $3,360 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100857</link>
<guid isPermaLink="false">221d3efe45ad1129e44bf48aab5930e8</guid>
<pubDate>Mon, 21 Apr 2025 10:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 1% ในช่วงเช้าวันนี้ (21 เม.ย.) และยืนอยู่เหนือระดับ 3,360 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และบรรดาประเทศคู่ค้า</h3>

<p>ณ เวลา 06.29 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 34.10 ดอลลาร์ หรือ 1.02% แตะที่ระดับ 3,362.50 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>ซิตี้ รีเสิร์ช (Citi Research) ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้าขึ้นสู่ระดับ 3,500 ดอลลาร์/ออนซ์ จากเป้าหมายเดิมที่ระดับ 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยท่ามกลางความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากร นอกจากนี้ คาดว่าราคาทองจะได้ปัจจัยบวกจากการที่บริษัทประกันของจีนเข้าซื้อทองคำ</p>

<p>ซิตี้คาดการณ์ว่า นโยบายล่าสุดของรัฐบาลจีนที่อนุญาตให้บริษัทประกันภัย 10 แห่งสามารถจัดสรรสินทรัพย์ของบริษัทในสัดส่วนสูงถึง 1% เพื่อนำไปลงทุนในทองคำนั้น อาจทำให้อุปสงค์ทองคำรายปีมีปริมาณมากถึง 255 ตัน ซึ่งเท่ากับประมาณ 1 ใน 4 ของการซื้อทองคำทั้งหมดของธนาคารกลางทั่วโลก</p>

<p>การคาดการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกยังคงมีแนวโน้มที่สดใส โดยส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสงครามการค้าที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับบรรดาประเทศคู่ค้าซึ่งรวมถึงจีน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผันผวน นักลงทุนจับตาสหรัฐฯเจรจาประเทศคู่ค้า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100789</link>
<guid isPermaLink="false">cfa9ea5231b8865e7c2f11d2ec8bf353</guid>
<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 16:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผันผวนในวันนี้ (18 เม.ย.) โดยตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชียปิดทำการวันนี้เนื่องในวัน Good Friday ขณะที่นักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า</strong></h3>

<ul>
	<li>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 34,353.88 จุด ลดลง 23.72 จุด หรือ -0.07% และ</li>
	<li>ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,270.35 จุด ลดลง 9.99 จุด หรือ -0.30%</li>
	<li>ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 0.1%</li>
	<li>ส่วนตลาดหุ้นออสเตรเลีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ปิดทำการในวันนี้ เนื่องในวัน Good Friday</li>
</ul>

<p>นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าเขาได้พบปะกับคณะผู้แทนญี่ปุ่นที่กรุงวอชิงตันเพื่อเจรจาเกี่ยวกับภาษีศุลกากร พร้อมระบุว่าการพบปะหารือครั้งนี้ถือเป็น &ldquo;ความคืบหน้าครั้งใหญ่&rdquo;</p>

<p>นอกจากนี้ มีรายงานว่าปธน.ทรัมป์ และจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้พบปะกันที่กรุงวอชิงตัน โดยทั้งสองฝ่ายได้แสดงมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขความตึงเครียดด้านการค้าที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20250418b4fccf4329927d7fbce1d249b95b497f161621.png' type='image/png' length='709291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดบวก 3.88 จุดตามตลาดเอเชียเก็งญี่ปุ่นเจรจาการค้าสหรัฐสำเร็จลุ้นไทย 23 เม.ย. (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100787</link>
<guid isPermaLink="false">fc4afe07993aaecdcfdb2a50353c0936</guid>
<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 16:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>SET ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,145.16 จุด เพิ่มขึ้น 3.88 จุด (+0.34%) มูลค่าซื้อขาย 13,789 ล้านบาท นักวิเคราะห์ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งในกรอบแคบทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งตลาดหุ้นญี่ปุ่นนำ จากคาดการณ์เจรจาการค้าสหรัฐสำเร็จเป็นชาติแรก ขณะที่ไทยมีคิวนัด 23 เม.ย.นี้ ต้องติดตามกันต่อในสัปดาห์หน้า ส่วนแนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดยังแกว่งในกรอบ ให้แนวต้าน 1,145 จุด แนวรับ 1,135 จุด</p>

<p>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,145.16 จุด เพิ่มขึ้น 3.88 จุด (+0.34%) มูลค่าซื้อขาย 13,789 ล้านบาท</p>

<p>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีแกว่งแคบในแดนบวก ทำระดับสูงสุด 1,148.23 จุด และต่ำสุด 1,141.32 จุด</p>

<p>นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งในกรอบแคบๆ บวก 0.4% สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ฃบวกประมาณ 0.5% โดยญี่ปุ่นนำ เพราะน่าจะมีโอกาสเจรจาภาษีกับสหรัฐได้สำเร็จรายแรก หลังเสนอทั้งการเข้าลงทุนในสหรัฐ การลดภาษีนำเข้า เป็นต้น ส่วนไทยมีคิวนัดเจรจาวันที่ 23 เม.ย.นี้ ก็ต้องติดตามว่าไทยจะมีข้อเสนออะไร โดยมองว่าหุ้น Global Play น่าสนใจเล่นช่วงสั้น ได้แก่ BANPU , SCGP, DELTA</p>

<p>แนวโน้มในช่วงบ่ายคาดว่าตลาดน่าจะยังแกว่งในกรอบ ให้แนวต้าน 1,145 จุด แนวรับ 1,135 จุด</p>

<p>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</p>

<p>BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,129.86 ล้านบาท ปิดที่ 143.50 บาท ลดลง 3.00 บาท</p>

<p>KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,048.34 ล้านบาท ปิดที่ 148.50 บาท ลดลง 2.50 บาท</p>

<p>PTT มูลค่าการซื้อขาย 835.44 ล้านบาท ปิดที่ 31.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท</p>

<p>AOT มูลค่าการซื้อขาย 596.39 ล้านบาท ปิดที่ 37.50 บาท ลดลง 0.25 บาท</p>

<p>PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 593.92 ล้านบาท ปิดที่ 104.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231110416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e132725.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.32/36 อ่อนค่าหลังราคาทองย่อตัว คาดกรอบวันนี้ 33.25-33.45 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100785</link>
<guid isPermaLink="false">af414bdf48c389e9d29fd5b08746b802</guid>
<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 16:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ อยู่ที่ 33.32/36 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.26 บาท/ดอลลาร์</strong></h3>

<p>เช้านี้เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย ปัจจัยจากราคาทองคำในตลาดโลกย่อลง จากการคลายกังวลจากสงครามการค้า นโยบายภาษีสหรัฐฯ จึงมีการเทขายสกุลเงินปลอดภัย และทองคำ ประกอบกับวานนี้ (17 เม.ย.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการประเมินผลกระทบเศรษฐกิจไทยจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงการตอบโต้ของประเทศเศรษฐกิจหลัก พร้อมระบุว่าจะมีการปรับลดประมาณการ GDP ของไทยในปี 68 โดยเชื่อว่าอยู่จะต่ำกว่า 2.5% แน่นอน</p>

<p>เงินบาทยังเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาค จากดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่า หลังเมื่อคืนนี้สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งออกมาลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ตลาดค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากเป็นวันหยุดของฝั่งยุโรปบางประเทศ และสหรัฐฯ ปิดทำการในวันที่ 18 เม.ย. เนื่องในวัน Good Friday</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ไว้ที่ 33.25 &ndash; 33.45 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>*ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 142.36/40 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 142.77 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1369/1375 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1376 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.217 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ 5 ด้าน ตลาดเงินผันผวน ขณะที่การค้า การลงทุน การส่งออกลด พร้อมรับการบ้านรัฐบาล ดูแลตลาดการเงินให้ปกติ จับตาภาคที่ได้รับผลกระทบเพื่อช่วยกันหามาตรการรับมือ มองปีนี้จีดีพีโตต่ำกว่า 2.5% แต่ส่งออกยังไม่ติดลบ จ่อนำการชะลอตัวเศรษฐกิจเข้าหารือใน กนง. วันที่ 30 เม.ย.นี้</li>
	<li>เอกชน ชี้สหรัฐชะลอขึ้นภาษี 90 วัน มีเวลาให้ตั้งรับ ชี้ไทยยังมีแต้มต่อเวียดนาม-จีน ลุ้นผลเจรจา พร้อมหารือภาครัฐด้านการเงิน-ไฟแนนซ์ ตั้งวงเงินช่วยผู้ประกอบการในการส่งออก</li>
	<li>ตลาดเงินนิวยอร์กจะปิดทำการในวันนี้ (18 เม.ย.) เนื่องในวัน Good Friday</li>
	<li>สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (17 เม.ย.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (17 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ ข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ลังเลที่จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมากขึ้น เพราะอาจทำให้การค้าระหว่างสองประเทศชะงักลง และยืนยันว่าทางการจีนได้ติดต่อมายังสหรัฐฯ หลายครั้งเพื่อพยายามเจรจาทำข้อตกลง</li>
	<li>ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวานนี้ ตามการคาดการณ์ของตลาด และเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 7 นับตั้งแต่ ECB เริ่มวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. 67</li>
	<li>ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัว -2.2% ในไตรมาส 1/68</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 225,000 ราย</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310168cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49161438.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ 18 ดอลลาร์ จากแรงขายทำกำไร (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100783</link>
<guid isPermaLink="false">550314b1516390285be4e4c553795b3d</guid>
<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 16:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (17 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ ข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 18 ดอลลาร์ หรือ 0.54% ปิดที่ 3,328.4 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุระดับ 3,300 ดอลลาร์ในวันพุธ และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์</p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้พบปะกับคณะผู้แทนญี่ปุ่นที่กรุงวอชิงตันเพื่อเจรจาเกี่ยวกับภาษีศุลกากร โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่าการพบปะหารือครั้งนี้ถือเป็น &ldquo;ความคืบหน้าครั้งใหญ่&rdquo;</p>

<p>ทั้งนี้ แม้ว่าการเจรจายังไม่ได้ข้อสรุปว่าญี่ปุ่นจะได้รับการยกเว้นภาษีหรือไม่ แต่หัวหน้าคณะเจรจาของญี่ปุ่นกล่าวว่าทั้งสองประเทศจะพบปะหารือกันอีกในเร็ว ๆ นี้ โดยทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายที่จะบรรลุข้อตกลงภายในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ ผ่อนผันการเรียกเก็บภาษี 90 วัน</p>

<p>ตลาดทองคำนิวยอร์กจะปิดทำการในวันนี้ (18 เม.ย.) เนื่องในวัน Good Friday</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231025975c62518acbdfde8d682027fe40311c132726.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $2.21 รับความหวังสหรัฐฯบรรลุดีลการค้า EU (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100781</link>
<guid isPermaLink="false">d6072992b6419d62d96dbd2e789a5dec</guid>
<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 16:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพฤหัสบดี (17 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) จะบรรลุข้อตกลงการค้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หลังจากสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 2.21 ดอลลาร์ หรือ 3.54% ปิดที่ 64.68 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 2.11 ดอลลาร์ หรือ 3.20% ปิดที่ 67.96 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>นักลทุนมีความหวังว่าสหรัฐฯ และ EU จะบรรลุข้อตกลงการค้า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้พบปะกันที่กรุงวอชิงตัน โดยทั้งสองฝ่ายได้แสดงมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขความตึงเครียดด้านการค้าที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป</p>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท Mizuho กล่าวว่า หากสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้ากับ EU ก็จะเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์น้ำมันให้ฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่อุปสงค์อ่อนแอลงในช่วงที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลการกรของปธน.ทรัมป์</p>

<p>ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันจะเผชิญภาวะตึงตัว หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งการคว่ำบาตรครั้งนี้รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็ก (Teapot) ในจีนด้วย โดยจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดจากอิหร่าน และโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กของจีนเหล่านี้เป็นผู้ซื้อน้ำมันหลักจากอิหร่าน</p>

<p>นอกจากนี้ ราคาน้ำมันได้ปัจจัยบวกจากการที่อิรัก คาซัคสถาน และประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มเติม เพื่อชดเชยการผลิตเกินโควตาตามที่ได้ตกลงกันไว้</p>

<p>ตลาดน้ำมันนิวยอร์กจะปิดทำการในวันนี้ (18 เม.ย.) เนื่องในวัน Good Friday ส่วนการซื้อขายตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็พุ่งขึ้นประมาณ 5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310180237c3de70f1174df4623c9e0280053c111549.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าลบ 1.09 จุด แกว่งกรอบแคบรับแรงขายหุ้นใหญ่กดดันสลับเก็งกำไรหุ้นกลาง-เล็ก (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100482</link>
<guid isPermaLink="false">256e92070d9243f39854214c1fd265f0</guid>
<pubDate>Thu, 17 Apr 2025 13:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>SET ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,137.81 จุด ลดลง 1.09 จุด (-0.10%) มูลค่าซื้อขาย 15,468.51 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ ระบุตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าแกว่งไซด์เวย์กรอบแคบ เกาะติดการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีน หลังแสดงท่าทีพร้อมเปิดเจรจาด้วย และไทยเตรียมส่งทีมไปสหรัฐ แต่ยังมีแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มแบงก์ทยอยขึ้น XD โยกเข้าซื้อเก็งกำไรหุ้นกลาง-เล็ก แนวโน้มช่วงบ่ายคาดแกว่งคล้ายภาคเช้า ให้แนวต้าน 1,150 จุด แนวรับ 1,130 จุด</strong></h3>

<ul>
	<li><strong>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,137.81 จุด ลดลง 1.09 จุด (-0.10%) มูลค่าซื้อขาย 15,468.51 ล้านบาท</strong></li>
	<li><strong>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีแกว่งแคบทั้งแดนบวกและแดนลบ ทำระดับสูงสุด 1,142.42 จุด และต่ำสุด 1,133.90 จุด</strong></li>
</ul>

<p>นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าแกว่งไซด์เวย์กรอบแคบๆ ยังรอติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีนแสดงท่าทีพร้อมเปิดเจรจาด้วย รวมถึงไทยวานนี้กระทรวงการคลังหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมความพร้อมเดินทางไปเจรจา แต่ยังไม่ชัดเจนถึงเงื่อนไข</p>

<p>ขณะที่ตลาดหุ้นบ้านเราเผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มแบงก์เริ่มทยอยขึ้น XD ทำให้มีแรงขายออกมา รวมถึงแรงขายหุ้นใหญ่สลับการเข้าเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ทำให้ดัชนีแกว่งในกรอบแคบ ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียช่วงเช้าเคลื่อนไหวแดนบวกเป็นส่วนใหญ่</p>

<p>แนวโน้มช่วงบ่ายคาดแกว่งตัวคล้ายช่วงเช้า ติดตามการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ของกลุ่มแบงก์ นำโดย TISCO ที่จะออกมาเป็นรายแรก</p>

<p>ให้แนวต้าน 1,150 จุด แนวรับ 1,130 จุด</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<ul>
	<li>KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,614.71 ล้านบาท ปิดที่ 149.50 บาท ลดลง 5.00 บาท</li>
	<li>BBL มูลค่าการซื้อขาย 943.67 ล้านบาท ปิดที่ 146.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท</li>
	<li>SCB มูลค่าการซื้อขาย 796.45 ล้านบาท ปิดที่ 115.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท</li>
	<li>KTB มูลค่าการซื้อขาย 758.51 ล้านบาท ปิดที่ 21.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท</li>
	<li>GULF มูลค่าการซื้อขาย 666.27 ล้านบาท ปิดที่ 46.25 บาท ลดลง 1.00 บาท</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ราคาทองคำในประเทศทะยานต่อ! เช้านี้ปรับขึ้นอีก 500 บาท (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100481</link>
<guid isPermaLink="false">c48934debfb018d72f3480c3cb74694e</guid>
<pubDate>Thu, 17 Apr 2025 13:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ร<strong>าคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลก</strong></p>

<p>โดยเมื่อเวลา 09.13 น. สมาคมค้าทองคำ รายงานว่า ราคาทองปรับเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน (16 เม.ย.) บาททองคำละ 500 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อ บาททองคำละ 52,350 บาท ขายออก บาททองคำละ 52,450 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อ บาททองคำละ 51,407.56 บาท ขายออก บาททองคำละ 53,250 บาท</p>

<p>บทวิเคราะห์ของบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ระบุว่า เมื่อวานนี้ (16 เม.ย.) ราคาทองคำปรับตัวทะยานขึ้น 112.54 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำ New All Time High ต่อเนื่องที่ระดับ 3,357.58 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ สั่งการให้มีการสอบสวนกรณีการจัดเก็บภาษีนำเข้าแร่ธาตุสำคัญของสหรัฐฯ ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นความพยายามกดดันจีนเพิ่มเติม ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยต่อเนื่อง</p>

<p>นอกจากนี้ ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในงานของสมาคมเศรษฐกิจแห่งชิคาโก (Economic Club of Chicago) ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ดูเหมือนจะชะลอตัวลง ด้าน SPDR ยังคงเดินหน้าถือครองทองคำ เพิ่มอีก 4.02 ตัน สะท้อนกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำต่อเนื่อง</p>

<p>วันนี้มองว่าถ้ายืน 3,334 ดอลลาร์ ยังขึ้นต่อ แต่ราคาอยู่ในภาวะ Overbought ใน Timeframe ใหญ่ จึงต้องระวังแรงขายที่อาจสลับเข้ามาเป็นระยะ ถ้าหลุด 3,334 ดอลลาร์ จะเริ่มเสียโมเมนตัม และเป็นสัญญาณการพักตัว</p>

<p>สำหรับกลยุทธ์ ไม่ซื้อแบ่งขายทองคำทำกำไร หากราคาไม่ผ่าน 3,363-3,374 ดอลลาร์ ผ่านได้ถือต่อ และขยับ Trailing Stop เพื่อ lock กำไร เสี่ยงซื้อหากราคาย่อไม่หลุด 3,298 ดอลลาร์ แต่ถ้าหลุด 3,298 ดอลลาร์รอเข้าซื้อ หากไม่หลุด 3,266-3,200 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,200 ดอลลาร์</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.12 แข็งค่าสุดในรอบ 6 เดือน ทองพุ่ง-กังวลศก.สหรัฐฯถดถอย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100480</link>
<guid isPermaLink="false">acd7c119c98a7fff8c7fea0593b14a3d</guid>
<pubDate>Thu, 17 Apr 2025 13:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ อยู่ที่ 33.12 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าต่อเนื่องจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.24 บาท/ดอลลาร์</strong></p>

<p>โดยเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาคและตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก หลังตลาดเกิดความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบกลับมาหาตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกมาเตือนถึงผลกระทบที่ฉุดเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้ถดถอย และทำให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ บาทยังมีแรงหนุนให้แข็งค่าจากการทำธุรกรรมค้าทอง หลังสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกเมื่อคืนปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>&ldquo;บาทแข็งค่าลงมาจากเย็นวานนี้มาก โดยเช้านี้บาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค และทำนิวโลว์ในรอบ 6 เดือนนับจากตุลาคมปีที่แล้ว&rdquo; นักบริหารเงินฯ กล่าว</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.95 &ndash; 33.20 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 142.30 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 142.82 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1381 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1360 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.332 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (16 เม.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ได้สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 3,300 ดอลลาร์ และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนแห่ซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 106 ดอลลาร์ หรือ 3.27% ปิดที่ 3,346.40 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
	<li>ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจทำให้เฟดตกที่นั่งลำบาก ระหว่างการใช้นโยบายควบคุมเงินเฟ้อ และการกระตุ้นเศรษฐกิจ</li>
	<li>ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐฯ ลดลง 0.3% ในเดือนมี.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนก.พ.</li>
	<li>เฟดสาขาแอตแลนตา เผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัว -2.2% ในไตรมาส 1/2568 จากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ก.พ. GDPNow คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัว +2.3% ในไตรมาส 1/2568</li>
	<li>กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.2% หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนก.พ.เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือนมี.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนก.พ.</li>
	<li>ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.75% ในการประชุมวันนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาเสถียรภาพของสกุลเงินวอน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยคณะกรรมการ BOK ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศอ่อนแอลงก็ตาม</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะเปิดเผยวันนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนมี.ค. และดัชนีการผลิตเดือนเม.ย. จากเฟดฟิลาเดลเฟีย</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดพุ่ง $106 ทำนิวไฮ รับดอลล์อ่อน-แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100478</link>
<guid isPermaLink="false">924a6d9fa3f32725cef67500fa0dddaf</guid>
<pubDate>Thu, 17 Apr 2025 13:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 3,300 ดอลลาร์ในวันพุธ (16 เม.ย.) และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนแห่ซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 106 ดอลลาร์ หรือ 3.27% ปิดที่ 3,346.40 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท FXTM กล่าวว่า ราคาทองคำได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ รวมทั้งความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะเผชิญภาวะถดถอยอันเนื่องมาจากสงครามการค้า และการที่ราคาทองคำสามารถพุ่งขึ้นทะลุระดับทางจิตวิทยาที่ 3,300 ดอลลาร์ได้นั้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าราคาอาจจะทะยานขึ้นไปจนถึงระดับ 3,400 &ndash; 3,500 ดอลลาร์</p>

<p>สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยจีนประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เป็น 125% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 เม.ย.) เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนสู่ระดับ 145%</p>

<p>เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวในงานเสวนาว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจัดโดยสมาคมเศรษฐกิจแห่งชิคาโก (Economic Club of Chicago) เมื่อวานนี้ว่า การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงเกินคาดนั้น อาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง พร้อมระบุว่ามาตรการดังกล่าวของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลกระทบต่อภารกิจ Dual Mandate ของเฟด โดยภารกิจดังกล่าวคือการทำให้การจ้างงานขยายตัวอย่างเต็มศักยภาพและอัตราเงินเฟ้อเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.83% สู่ระดับ 99.385 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก $1.14 รับข่าวสหรัฐฯคว่ำบาตรส่งออกน้ำมันอิหร่าน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100470</link>
<guid isPermaLink="false">82c5c24c48e23b3cf60f6f16be85d4fe</guid>
<pubDate>Thu, 17 Apr 2025 13:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (16 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หลังจากสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.14 ดอลลาร์ หรือ 1.86% ปิดที่ 62.47 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.18 ดอลลาร์ หรือ 1.82% ปิดที่ 65.85 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่โดยมุ่งเป้าไปที่การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งการคว่ำบาตรครั้งนี้รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็ก (Teapot) ในจีน ทั้งนี้ จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุด และโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กของจีนเหล่านี้เป็นผู้ซื้อน้ำมันหลักจากอิหร่าน</p>

<p>การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลสหรัฐฯ มีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พยายามเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน และผลักดันให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลงเหลือศูนย์ นอกจากนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มกลับมาเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ในเดือนนี้</p>

<p>ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้รับทราบถึงแผนปรับปรุงใหม่จากอิรัก คาซัคสถาน และประเทศอื่น ๆ เพื่อลดการผลิตน้ำมันเพิ่มเติม เพื่อชดเชยการผลิตเกินโควต้าตามที่ได้ตกลงกันไว้</p>

<p>สำหรับความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 515,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 507,000 บาร์เรล</p>

<p>ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310180237c3de70f1174df4623c9e0280053c111549.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองฟิวเจอร์พุ่ง $36.60 ยืนเหนือ $3,000 หลังสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99770</link>
<guid isPermaLink="false">1a475472acae08cf428b53293a097431</guid>
<pubDate>Wed, 09 Apr 2025 15:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัวเหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ (9 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้</h2>

<p>ณ เวลา 11.58 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 36.60 ดอลลาร์ หรือ 1.22% แตะที่ระดับ 3,026.80 ดอลลาร์/ออนซ์</p>

<p>มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของปธน.ทรัมป์เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วในวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าที่นำเข้าจาก 86 ประเทศถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 11% ไปจนถึง 84%</p>

<p>สำหรับจีนนั้น จะถูกเรียกเก็บภาษีรวม 104% โดยก่อนหน้านี้ จีนถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 20% ก่อนที่จะถูกเรียกเก็บเพิ่มอีก 34% และล่าสุดปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีจากจีนเพิ่มอีก 50% ในนาทีสุดท้ายก่อนที่มาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ขณะนี้จีนถูกเรียกเก็บภาษีโดยรวมสูงถึง 104%</p>

<p>ทั้งนี้ มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ โดยขึ้นอยู่กับการตั้งกำแพงภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีของประเทศต่าง ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ส่วนภาษีศุลกากรพื้นฐาน 10% ที่เรียกเก็บกับสินค้าจากทุกประเทศที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ นั้น มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231102975c62518acbdfde8d682027fe40311c154914.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ร่วงกว่า 4% หลุดระดับ $57 หลังมาตรการภาษีทรัมป์มีผลบังคับใช้ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99767</link>
<guid isPermaLink="false">70c15c2645849c6d1aa10c3dccc76d54</guid>
<pubDate>Wed, 09 Apr 2025 15:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 4% ในช่วงเช้าวันนี้ (9 เม.ย.) หลังจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลก</strong></h3>

<p>ณ เวลา 11.54 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ค. ร่วงลง 2.60 ดอลลาร์ หรือ 4.36% แตะที่ระดับ 56.98 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>การบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้จะส่งผลให้สินค้าที่นำเข้าจาก 86 ประเทศถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 11% ไปจนถึง 84%</p>

<p>สำหรับจีนนั้น จะถูกเรียกเก็บภาษีรวม 104% โดยก่อนหน้านี้ จีนถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 20% ก่อนที่จะถูกเรียกเก็บเพิ่มอีก 34% และล่าสุดปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีจากจีนเพิ่มอีก 50% ในนาทีสุดท้ายก่อนที่มาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ขณะนี้จีนถูกเรียกเก็บภาษีโดยรวมสูงถึง 104%</p>

<p>ทั้งนี้ มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ โดยขึ้นอยู่กับการตั้งกำแพงภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีของประเทศต่าง ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ส่วนภาษีศุลกากรพื้นฐาน 10% ที่เรียกเก็บกับสินค้าจากทุกประเทศที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ นั้น มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310180237c3de70f1174df4623c9e0280053c111549.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 34.91 อ่อนค่าต่อเนื่อง มีลุ้นแตะ 35 บาท ท่ามกลางความกังวลนโยบายสหรัฐ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99766</link>
<guid isPermaLink="false">e65db0cf02be9bb26a36f3efb321c30f</guid>
<pubDate>Wed, 09 Apr 2025 15:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.91 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดวันก่อนที่ระดับ 34.82 บาท/ดอลลาร์</strong></h4>

<p>ตั้งแต่คืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าลงบ้าง โดยเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการ ดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ล่าสุดเตรียมขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าจีนอีก 50% ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนจะสูงถึง 104% ภาพดังกล่าวกดดันให้เงินหยวนจีน Offshore (CNH) อ่อนค่าลงต่อเนื่องชัดเจน อีกทั้งเงินบาทยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากการลดลงต่อ เนื่องของราคาทองคำ</p>

<p>สำหรับค่าเงินบาทมีแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลง จนกว่าตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของ สหรัฐฯ โดยเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 35.00 บาท/ดอลลาร์ได้ไม่ยาก หลังบรรยากาศในตลาดการเงินยังคงอยู่ใน ภาวะปิดรับความเสี่ยง กดดันให้บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะหุ้นไทยเพิ่มเติม</p>

<p>&ldquo;ควรจับตาทิศทางราคาทองคำ และเงินหยวนจีน ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทเกิน 70% โดยหากราคา ทองคำทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง ก็อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้&rdquo; นายพูน ระบุ</p>

<p>นอกจากนี้ ฝั่งผู้ส่งออกอาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 35.00 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งโฟลว์ ธุรกรรมดังกล่าวอาจช่วยจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาทได้ในระยะสั้น</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 34.70-35.00 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 145.47 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 147.24/25 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1039 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.0924/0926 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 34.655 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>&ldquo;แพทองธาร&rdquo; รับมือผลกระทบภาษีสหรัฐ &ldquo;ยูเอสทีอาร์&rdquo; รับนัดเจรจาการค้า &ldquo;พิชัย&rdquo; คาดใช้เวลา 10 ปี ปรับสมดุลการ ค้าสหรัฐ หลังไทยได้ดุลการค้ามากกว่า 15 ปี ดัน 5 แผน เพิ่มนำเข้าสินค้าเกษตร ลดภาษีนำเข้าพุ่งเป้า 100 รายการ ที่อัตราต่ำ สกัด จีนสวมสินค้าไทยส่งออกสหรัฐ เตรียมรับผลกระทบเศรษฐกิจ &ldquo;จีน&rdquo; สู้จนถึงที่สุดหลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีอีก 50% สหรัฐนัด 50 ประเทศ เข้า เจรจา</li>
	<li>&ldquo;กอบศักดิ์&rdquo; แนะรัฐเร่งออกมาตรการรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจ เยียวยาผู้ประกอบการ หนุนการท่องเที่ยว-ใช้จ่าย กีดกัน สินค้าจีนราคาถูกระหว่างการไปเจรจาลดภาษีกับสหรัฐฯ หวั่นเศรษฐกิจไทยฟุบจากผลกระทบทรัมป์ 2.0 มองตลาดสินทรัพย์ผันผวน แนะคน ไม่ไหวออกจากตลาดถือเงินสด รอจังหวะฝุ่นหายตลบ</li>
	<li>มรสุมปัจจัยลบกระหน่ำ &ldquo;ท่องเที่ยวไทย&rdquo; ไตรมาสแรก ฉุดยอดต่างชาติโตต่ำ 2% แต่รายได้ยังบวกเกิน 10% &ldquo;ททท.&rdquo; จ่อ หารือ กระทรวงท่องเที่ยวฯ ปรับเป้าหมายรายตลาด แต่ยังคงเป้าใหญ่ดึงต่างชาติเข้าไทย 39-40 ล้านคน รุกตลาดอื่นชดเชย &ldquo;นักท่อง เที่ยวจีน&rdquo; พร้อมแก้เกม ดึงดาราจีนเยือนไทย ไฮไลต์อีเวนต์ใหญ่ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ไทย-จีน ก.ค. หลังความเชื่อมั่น ด้านปลอดภัยทุบ ยอดไตรมาสแรกหด 24% เดินทางเข้าไทยสะสมแค่ 1.33 ล้านคน</li>
	<li>โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์จะบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรตามกำหนด ซึ่งถือเป็นการดับความหวังของนักลง ทุนที่ต่างก็คาดหวังว่าปธน.ทรัมป์อาจจะเลื่อนหรือผ่อนปรนการเรียกเก็บภาษี ก่อนที่มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จะมีผลบังคับใช้ในช่วงเที่ยงคืนของวันพุธที่ 9 เม.ย.ตามเวลาสหรัฐฯ</li>
	<li>รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ที่ปธน.ทรัมป์ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 2 เม. ย. รัฐบาลของเกือบ 70 ประเทศก็ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ก็เปิดกว้างสำหรับการเจรจากับประเทศ ต่าง ๆ</li>
	<li>เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากร 104% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวันพุธที่ 9 เม.ย. เวลา 00.01 น.ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 11.01 น.ตามเวลาไทย</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (8 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงมีความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะส่งผลให้เกิด สงครามการค้าและทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (8 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และ จากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็น สองประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญที่จะเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.พ., สต็อก น้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)</li>
	<li>นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันพุธ (9 เม.ย.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตรา ดอกเบี้ย รวมทั้งจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมี.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $16.60 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99764</link>
<guid isPermaLink="false">75a1122eee7d43643c0d3daa4a78aea5</guid>
<pubDate>Wed, 09 Apr 2025 15:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (8 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 16.60 ดอลลาร์ หรือ 0.55% ปิดที่ 2,990.20 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสงครามการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนและสหรัฐฯ</p>

<p>เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 104% ในวันพุธที่ 9 เม.ย. เวลา 00.01 น.ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 11.01 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>ทั้งนี้ จีนประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 34% โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. เพื่อตอบโต้ปธน.ทรัมป์ที่เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 34% ซึ่งเมื่อรวมกับมาตรการเรียกเก็บภาษีที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับจีนที่ระดับ 20% จะทำให้จีนต้องเผชิญกับอัตราภาษีรวมจากสหรัฐฯ สูงถึง 54%</p>

<p>ต่อมาปธน.ทรัมป์ให้เวลารัฐบาลจีนจนถึงวันอังคารที่ 8 เม.ย.ในการยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากร 34% กับสหรัฐฯ มิฉะนั้นจีนจะถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 50% ซึ่งจะทำให้จีนถูกเรียกเก็บภาษีรวมจากสหรัฐฯ สูงถึง 104%</p>

<p>อย่างไรก็ดี ล่าสุดจีนยืนยันว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุด และจีนจะไม่ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 34%</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.3% แตะระดับ 102.955 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันพุธ (9 เม.ย.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมี.ค., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมี.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.12 วิตกสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯฉุดศก.ถดถอย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99763</link>
<guid isPermaLink="false">7a417a77636609961690b257291428b5</guid>
<pubDate>Wed, 09 Apr 2025 15:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีในวันอังคาร (8 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน จะส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยและทำให้ความต้องการใช้พลังงานอ่อนแอลง</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.12 ดอลลาร์ หรือ 1.85% ปิดที่ 59.58 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.39 ดอลลาร์ หรือ 2.16% ปิดที่ 62.82 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 104% ในวันพุธที่ 9 เม.ย. เวลา 00.01 น.ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 11.01 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>ทั้งนี้ จีนประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 34% โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. เพื่อตอบโต้ปธน.ทรัมป์ที่เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 34% ซึ่งเมื่อรวมกับมาตรการเรียกเก็บภาษีที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับจีนที่ระดับ 20% จะทำให้จีนต้องเผชิญกับอัตราภาษีรวมจากสหรัฐฯ สูงถึง 54%</p>

<p>ต่อมาปธน.ทรัมป์ให้เวลารัฐบาลจีนจนถึงวันอังคารที่ 8 เม.ย.ในการยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากร 34% กับสหรัฐฯ มิฉะนั้นจีนจะถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 50% ซึ่งจะทำให้จีนถูกเรียกเก็บภาษีรวมจากสหรัฐฯ สูงถึง 104%</p>

<p>อย่างไรก็ดี ล่าสุดจีนยืนยันว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุด และจีนจะไม่ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 34%</p>

<p>ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2568 ลงจากเดิม 1 ล้านบาร์เรล/วัน เหลือ 0.9 ล้านบาร์เรล/วัน โดยอ้างอิงถึงผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร และการที่กลุ่มโอเปกพลัสตัดสินใจเร่งแผนเพิ่มกำลังการผลิต โดยเตรียมเพิ่มการผลิตในเดือนพ.ค.เป็น 411,000 บาร์เรล/วัน จากแผนเดิมที่ 135,000 บาร์เรล/วัน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310180237c3de70f1174df4623c9e0280053c111549.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 34.41 อ่อนค่ารอบกว่า 2 เดือนหลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษีไทยสูงกว่าคาดมาก (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98923</link>
<guid isPermaLink="false">9eed8e764feb7fb9242ce1a162b6776a</guid>
<pubDate>Thu, 03 Apr 2025 16:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 34.41 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าขึ้น มากจากปิดตลาดช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 34.16 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาคและตลาดโลก หลังประธานาธิบดี ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ โดยไทยถูกปรับขึ้นภาษี 36% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย.68 และตลาดรอ ดูว่าจะมีความคืบหน้าในการเจรจาต่อรองอย่างไร</strong></h4>

<p>ส่วนทิศทางของเงินทุนระหว่างประเทศ (Flow) ในตลาดทุนและตลาดหุ้นวันนี้คาดว่าจะไหลออก ขณะที่มีการทำธุรกรรมจาก การค้าทองหลังราคาในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น</p>

<p>&ldquo;บาทอ่อนค่าขึ้นมามากจากเย็นวานนี้อ่อนค่าตามภูมิภาค หลังถูกสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสูงถึง 36% โดยบาทอ่อนค่า สุดในรอบ 10 สัปดาห์&rdquo; นักบริหารเงิน กล่าว</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 34.40 &ndash; 34.55 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยนอยู่ที่ 148.16 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 149.47/49 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโรอยู่ที่ 1.0890 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0806/0808 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 34.172 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>ปลัดพาณิชย์นั่งหัวโต๊ะจัดทำแผนเจรจาเชิงรุกรับมือภาษีทรัมป์ คาดไทยสูญ 8 พันล้านเหรียญ กกร.ประเมินกระทบจีดีพี 0.2-0.6%</li>
	<li>&ldquo;รัฐ-เอกชน&rdquo; ร่วมแผนรับมือนโยบายขึ้นภาษีสหรัฐ &ldquo;ปลัดพาณิชย์&rdquo; ประเมินสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าไทยเสียหาย 7-8 พันล้าน ดอลลาร์ ส่งแผนเจรจาให้นายกฯ อนุมัติ เปิดทางลดภาษี พร้อมนำเข้าเพิ่ม สถานทูตไทยล็อบบี้ภาครัฐ-เอกชนสหรัฐ เร่งนัดยูเอสทีอาร์ ปู ทางเปิดเจรจา &ldquo;หอการค้า-ส.อ.ท.&rdquo; ห่วงสินค้าจีนทุ่มตลาดไทย หนุนเพิ่มนำเข้าสินค้าเกษตร-พลังงาน ดันบริษัทไทยเพิ่มลงทุนสหรัฐ</li>
	<li>นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า จากการสำรวจสถานการณ์ของโรงแรมหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดิน ไหว ณ วันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีการยกเลิกห้องพักประมาณ 897 ห้อง จากจำนวนโรงแรมกว่า 85 แห่ง อัตราการเข้าพักปรับลด ลงมาอยู่ที่ 63.2% เทียบจากระดับเดิมที่ 65.9%</li>
	<li>ททท. ลั่นพร้อมลุยบิ๊กอีเวนต์ &ldquo;มหาสงกรานต์ เวิลด์ วอเตอร์ เฟสติวัล 2025&rdquo; ท้องสนามหลวง หวังนักท่องเที่ยวทะลัก 8 แสนคน พร้อมผนึกเอกชนปูพรมงานทั่วประเทศย้ำภาพความสนุก สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ดันไทย 1ใน10 ประเทศเฟสติวัล ระดับโลก คาดเงินสะพัดสงกรานต์ 5 วัน ตั้งแต่ 12-16 เม.ย. ปั๊มรายได้สะพัด 2.65 หมื่นล้าน เติบโต 8%</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariffs) ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูก เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าสู่สหรัฐฯ ทั้งจากภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ และภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับคู่ค้าบางประเทศ ไทยโดน 36%</li>
	<li>หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) กล่าวว่า อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น เป็น 22% จากเพียง 2.5% ในปี 2567 ภายใต้มาตรการภาษีใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้ ซึ่งอัตราภาษีใหม่ดังกล่าวนั้น เคยถูกกำหนดครั้งหลังสุดเมื่อราวปี 2453</li>
	<li>นักลงทุนคาดธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้ และอาจจะมีการปรับลด ครั้งที่ 4 ภายในสิ้นปีนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้</li>
	<li>ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 155,000 ตำแหน่ง ในเดือนมี.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 120,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 84,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ.</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (2 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธาน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษี ศุลกากรตอบโต้ โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 20.20 ดอลลาร์ หรือ 0.64% ปิด ที่ 3,166.20 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
	<li>นักลงทุนรอดูการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมี.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 139,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. และ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนมี.ค.</li>
	<li>นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันศุกร์เช่นกัน โดยพาวเวลจะ กล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202311018cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49142021.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ราคาทองในประเทศเช้านี้พุ่งแรงบาททองคำละ 650 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98927</link>
<guid isPermaLink="false">5a9c8aed84ead6e07bd84794f65b7364</guid>
<pubDate>Thu, 03 Apr 2025 16:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ราคาทองในประเทศเช้านี้เปิดมาปรับขึ้น 650 บาท แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ล่าสุดเช้านี้ เวลา 09.12 น. สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทอง ดังนี้</h2>

<ul>
	<li>ทองแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 51,150 ขายออกบาททองคำละ 51,250</li>
	<li>ทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 50,225.08 ขายออกบาททองคำละ 52,050.00</li>
</ul>

<p>บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า เช้าวันนี้ราคาทอง Spot ปรับขึ้นทำ All-time high ติดต่อกัน 5 วัน และเป็นครั้งที่ 21 ของปีนี้ แตะ 3,167 ดอลลาร์ หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจะเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้อย่างน้อย 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด และเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ 185 ประเทศ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย. นี้</p>

<p>ประเทศคู่ค้าสำคัญที่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้า ได้แก่ จีน 34% สหภาพยุโรป 20% เวียดนาม 46% ไต้หวัน 32% ญี่ปุ่น 24% อินเดีย 26% เกาหลีใต้ 25% ไทย 36% สงครามการค้าโลกที่รุนแรงทำให้ยังมีเงินไหลเข้าลงทุนทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย กองทุน SPDR ซื้อทอง 0.57 ตัน</p>

<p>ทั้งนี้ หลัง &ldquo;ทรัมป์&rdquo; ปรับขึ้นภาษีในช่วงคืนวาน ราคาทองตอบรับเชิงบวก และทองในประเทศได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทด้วย แต่แนะนำรอดูสถานการณ์รวมถึงการตอบโต้ของประเทศต่าง ๆ ก่อน เนื่องจากวันนี้เป็นช่วงแรก ๆ ที่ปัจจัยสำคัญเข้ากระทบ ตลาดจึงอาจมีความผันผวนค่อนข้างแรง</p>

<p>ส่วนราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ ยังได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่กลับขึ้นมาอ่อนค่า แต่กลับมาแนะนำ Wait and See เพื่อรอดูท่าทีของประเทศต่าง ๆ หลังได้รับผลกระทบทางภาษีก่อน แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นอาจเสี่ยงไล่ซื้อ โดยมีเป้าทำกำไรที่ระดับ 51,500-52,000 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698333719859.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110221defa1eed339f33c0163e916a71b9c2154723.jpg' type='image/jpg' length='290877' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ร่วงกว่า 3% เช้านี้ วิตกภาษีทรัมป์ฉุดเศรษฐกิจ-ดีมานด์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98921</link>
<guid isPermaLink="false">298d76ac7f28720ab3f3752a704b4a73</guid>
<pubDate>Thu, 03 Apr 2025 16:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้าวันนี้ (3 เม.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากร ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน</h3>

<p>ณ เวลา 07.06 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ค. ร่วงลง 2.34 ดอลลาร์ หรือ 3.26% แตะระดับ 69.37 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในวันพุธ (2 เม.ย.) เพื่อประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tarrifs) โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ประกาศว่า จะมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ ในขณะที่จะเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับคู่ค้าของสหรัฐฯ บางประเทศ ซึ่งรวมถึงจีนที่ถูกเรียกเก็บ 34%, อินเดีย 26%, เกาหลีใต้ 25%, ญี่ปุ่น 24% และสหภาพยุโรป (EU) 20%</p>

<p>ส่วนประเทศในอาเซียนถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ถ้วนหน้าเช่นกัน นำโดยกัมพูชา 49%, ลาว 48% เวียดนาม 46%, เมียนมา 44%, ไทย 36%, อินโดนีเซีย 32%, บรูไน 24%, มาเลเซีย 24% ฟิลิปปินส์ 17% และสิงคโปร์ 10%</p>

<p>เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวระบุว่า ภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ขณะที่ภาษีศุลกากรตอบโต้ซึ่งมุ่งเป้าไปที่คู่ค้าของสหรัฐฯ ประมาณ 60 ประเทศนั้น จะมีผลบังคับใช้ในวันพุธที่ 9 เม.ย.</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศมาตรการภาษีดังกล่าวในงานอีเวนต์ที่ชื่อว่า &ldquo;Make America Wealthy Again&rdquo; ซึ่งจัดขึ้นที่ลานโรส การ์เดนในทำเนียบขาว โดยปธน.ทรัมป์ได้ตั้งชื่อวันที่มีการประกาศภาษีว่าเป็น &ldquo;วันแห่งการปลดปล่อย&rdquo; สำหรับสหรัฐอเมริกา</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $20.20 นลท.ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยก่อนทรัมป์ประกาศภาษี (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98919</link>
<guid isPermaLink="false">3dc5846bf98fcbece861cd8d2c00c199</guid>
<pubDate>Thu, 03 Apr 2025 16:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (2 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)</h2>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 20.20 ดอลลาร์ หรือ 0.64% ปิดที่ 3,166.20 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักลงทุนจับตาการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ โดยปธน.ทรัมป์มีกำหนดแถลงมาตรการดังกล่าวในเวลา 16.00 น.ของวันพุธ ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย)</p>

<p>นักวิเคราะห์ด้านโลหะจากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า การที่ราคาทองคำสามารถพุ่งขึ้นทะลุแนวต้านที่ระดับ 3,147.41- 3,149.84 ดอลลาร์ไปได้แล้วนั้น ทำให้ราคาทองมีโอกาสที่จะทะยานขึ้นแตะระดับ 3,300 &ndash; 3,500 ดอลลาร์ พร้อมกับคาดการณ์ว่านักลงทุนจะเดินหน้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ</p>

<p>โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะถดถอยเป็น 35% จากเดิม 20% และคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะปรับลด 2 ครั้ง โดยระบุว่ามาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมี.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (4 เม.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 139,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนมี.ค.</p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันศุกร์เช่นกัน โดยพาวเวลจะกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ในเวลา 11.25 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 22.25 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8082413.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 51 เซนต์ เหตุดอลล์อ่อนหนุนแรงซื้อ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98917</link>
<guid isPermaLink="false">0e145f42be2652412f29e226664bde29</guid>
<pubDate>Thu, 03 Apr 2025 16:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (2 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ</h2>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 51 เซนต์ หรือ 0.72% ปิดที่ 71.71 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 46 เซนต์ หรือ 0.62% ปิดที่ 74.95 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.33% แตะที่ระดับ 103.805 และเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>ราคาน้ำมันไม่ได้รับผลกระทบจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 6.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล</p>

<p>ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1 ล้านบาร์เรล</p>

<p>นักลงทุนจับตาการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยปธน.ทรัมป์มีกำหนดแถลงมาตรการดังกล่าวในเวลา 16.00 น.ของวันพุธ ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย)</p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการร่วมด้านการตรวจสอบระดับรัฐมนตรี (JMMC) ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า JMMC จะมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจำนวน 135,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ค. หลังจากที่มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตในจำนวนดังกล่าวสำหรับเดือนเม.ย.</p>

<p>อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า JMMC อาจจะเลื่อนการประชุมดังกล่าวเป็นวันที่ 3 เม.ย.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์หลังลงลึก ราคาน้ำมันพุ่งหนุน จับจ้องนโยบายทรัมป์ 2 เม.ย. (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98288</link>
<guid isPermaLink="false">4b8dcdc94028c307a08ab880f35e7d7f</guid>
<pubDate>Tue, 01 Apr 2025 09:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><em><strong>นักวิเคราะห์ ฯ ระบุแนวโน้มตลาดหุ้นไทยคาดดัชนีอาจมีจังหวะรีบาวด์ โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนโจมตีอิหร่าน และตัดสินใจเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศที่ซื้อน้ำมันของรัสเซีย ขณะที่มาตรการตอบโต้ภาษีสหรัฐ หลายฝ่ายจับตาดูวันที่ 2 เม.ย. สำหรับปัจจัยในประเทศประเด็นแผ่นดินไหว เชื่อว่าเริ่มคลายลง แรง Panic Sell เริ่มลดลง หลังเมื่อวานนี้ดัชนีติดลบ 1.5% ใกล้เคียงในอดีตที่เกิดสึนามิ ติดลบ 1-2% โดยให้กรอบแนวรับ 1,150 จุด และแนวต้าน 1,170 จุด</strong></em></p>

<p>นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีเริ่มยืนได้ อาจมีจังหวะรีบาวด์ โดยมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นมา หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่เรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศที่ซื้อน้ำมันของรัสเซีย หากไม่ยุติสงคราม และเตือนว่าสหรัฐ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน และใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ หนุนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ปรับขึ้นประมาณ 1.5% เป็น Sentiment บวกให้กับกลุ่มพลังงาน ขณะที่ประเด็นมาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐ หลายฝ่ายจับตาดูวันที่ 2 เม.ย. นี้</p>

<p>สำหรับปัจจัยในประเทศ สถานการณ์แผ่นดินไหวเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวเริ่มคลายลง แรง Panic Sell เริ่มลดลง หลังเมื่อวานนี้ตลาดติดลบ 1.5% ใกล้เคียงในอดีตที่เกิดสึนามิที่ติดลบ 1-2% ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวที่ลดลง ทำให้คาดว่าตลาดเริ่มยืนได้ อาจมีจังหวะสลับรีบาวด์ โดยกลุ่มพลังงานประคองตลาด</p>

<p>ให้กรอบแนวรับ 1,150 จุด และแนวต้าน 1,170 จุด</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดพุ่ง $36 ทำนิวไฮ รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98285</link>
<guid isPermaLink="false">8e87cd5e5b31ea157b64307cb4d006e8</guid>
<pubDate>Tue, 01 Apr 2025 09:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (31 มี.ค.) และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ</strong></h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 36 ดอลลาร์ หรือ 1.16% ปิดที่ 3,150.30 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ตลาดทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะทำให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% รวมทั้งเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ต่อทุกประเทศทั่วโลก ในวันที่ 2 เม.ย. นอกจากนี้ เขากล่าวว่าจะเรียกเก็บภาษี 25-50% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หากเขามองว่ารัสเซียกำลังขัดขวางความพยายามในการยุติสงครามในยูเครน</p>

<p>เมื่อพิจารณาทางเทคนิค ขณะนี้ค่าดัชนี Relative Strength Index (RSI) ของทองคำพุ่งขึ้นเหนือระดับ 77 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะที่มีแรงซื้อมากเกินไป แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า ขณะนี้ราคาทองยังคงมีแรงขับเคลื่อนในการปรับตัวขึ้นต่อไป และถือเป็นการท้าทายหลักเหตุผลเรื่องราคาที่เหมาะสม</p>

<p>ธนาคารรายใหญ่หลายแห่งในวอลล์สตรีทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำ โดยระบุถึงสถานการณ์ตึงเครียดของสงครามการค้าและการที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ เดินหน้าซื้อทองคำ โดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า ราคาทองคำมีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ภายใน 12 เดือนข้างหน้า พร้อมกับคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ เพื่อรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ</p>

<p>นักลงทุนจับตาเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย วันศุกร์ที่ 4 เม.ย. เวลา 11.25 น.ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 22.25 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310247e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca170234.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $2.12 รับคาดการณ์อุปทานน้ำมันโลกตึงตัว (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98282</link>
<guid isPermaLink="false">f26b3e21a84953ab6eaa8b2205d4b5e4</guid>
<pubDate>Tue, 01 Apr 2025 09:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันจันทร์ (31 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัวหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน และตัดสินใจเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศที่ซื้อน้ำมันของรัสเซีย</strong></h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 3.06% ปิดที่ 71.48 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 74.74 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น หลังจากปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับสำนักข่าวเอ็นบีซี (NBC) ว่า เขาจะเรียกเก็บภาษี 25-50% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หากเขามองว่ารัสเซียกำลังขัดขวางความพยายามในการยุติสงครามในยูเครน</p>

<p>ทั้งนี้ รัสเซียเป็น 1 ใน 3 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหากปธน.ทรัมป์ลงโทษประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซียก็อาจจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดียและจีนซึ่งขณะนี้เป็นผู้ซื้อน้ำมันรายสำคัญของรัสเซียนับตั้งแต่ที่รัสเซียเปิดฉากทำสงครามกับยูเครน</p>

<p>นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เตือนว่า สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน และใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ โดยปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่า นโยบายของอิหร่านคือไม่เข้าร่วมการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ แม้อิหร่านจะเผชิญแรงกดดันและการข่มขู่ทางทหารก็ตาม ขณะที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ จะเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรงหากทรัมป์ทำตามคำขู่ดังกล่าว</p>

<p>ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของจีน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.5 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 50.2 ในเดือนก.พ.</p>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี PMI เดือนมี.ค.ของจีนขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 1 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จีนมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันพุธ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 เม.ย. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดพุ่ง $38.50 วิตกภาษีทรัมป์หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97858</link>
<guid isPermaLink="false">276e4dfcf15104b6022e82ede8f29767</guid>
<pubDate>Fri, 28 Mar 2025 14:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1.2% ในวันพฤหัสบดี (27 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงและตลาดหุ้นที่ร่วงลงอย่างหนัก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 38.50 ดอลลาร์ หรือ 1.27% ปิดที่ 3,061.00 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพุธที่ 26 มี.ค. เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กในอัตรา 25% จากเดิมที่ระดับ 2.5% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. ส่วนการเรียกเก็บภาษีชิ้นส่วนรถยนต์จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 เม.ย.</p>

<p>นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เตรียมใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ในวันที่ 2 เม.ย. โดยรัฐบาลสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีดังกล่าวต่อกลุ่มประเทศ &ldquo;Dirty 15&rdquo; หรือ 15 ประเทศที่มียอดเกินดุลการค้าสูงสุดกับสหรัฐฯ</p>

<p>รายงานระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแคนาดาและฝรั่งเศส ได้ประกาศว่าจะใช้มาตรการตอบโต้หลังจากปธน.ทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25%</p>

<p>ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างหนัก และยังทำให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยราคาทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 3,071.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ในระหว่างวัน</p>

<p>โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำขึ้นสู่ระดับ 3,300 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในสิ้นปี 2568 จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 3,100 ดอลลาร์ โดยระบุว่าความต้องการทองคำของธนาคารกลางในประเทศต่าง ๆ มีความแข็งแกร่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 27 เซนต์ รับคาดการณ์อุปทานน้ำมันตึงตัว (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97857</link>
<guid isPermaLink="false">92ae6632838eed4ac7f5a8379e671f06</guid>
<pubDate>Fri, 28 Mar 2025 13:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (27 มี.ค.) โดยราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่ 2 เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาด และแนวโน้มอุปทานน้ำมันตึงตัว ขณะเดียวกันนักลงทุนประเมินผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่จะมีต่อเศรษฐกิจทั่วโลก</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 27 เซนต์ หรือ 0.39% ปิดที่ 69.92 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 24 เซนต์ หรือ 0.33% ปิดที่ 74.03 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 3.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 956,000 บาร์เรล</p>

<p>ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 25% สำหรับสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากเวเนซุเอลา โดยล่าสุดมีรายงานว่า รีไลแอนซ์ อินดัสทรีส์ (Reliance Industries) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติอินเดีย จะระงับการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา หลังจากรัฐบาลทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากร</p>

<p>นักลงทุนประเมินผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ที่จะมีต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพุธที่ 26 มี.ค. เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กในอัตรา 25% จากเดิมที่ระดับ 2.5% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. ส่วนการเรียกเก็บภาษีชิ้นส่วนรถยนต์จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 เม.ย.</p>

<p>นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เตรียมใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ในวันที่ 2 เม.ย. ขณะที่สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีดังกล่าวต่อกลุ่มประเทศ &ldquo;Dirty 15&rdquo; หรือ 15 ประเทศที่มียอดเกินดุลการค้าสูงสุดกับสหรัฐฯ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ ลุ้นครม.วันนี้ส่งมาตรการกระตุ้นศก.แต่นโยบายภาษีสหรัฐกดดัน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97598</link>
<guid isPermaLink="false">864246d8dec3b04a0e397b41a576d441</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดแกว่งไซด์เวย์ หรือไซด์เวย์อัพ โดยที่ยังต้องลุ้นปัจจัยในประเทศเกี่นวกับการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ทั้งการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต เฟส 3, มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และเรื่องการลงทุนโครงการเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุน Sentiment ให้กับตลาดหุ้นไทยได้</strong></h4>

<p>อย่างไรก็ตามปัจจัยต่างประเทศยังคงมีความกังวลเรื่องสงครามการค้าหลังจากที่สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% และทางจีนก็มีมาตรการตอบโต้ในการแบนชิปของ NVDIA ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับแรงกดดันเมื่อคืนนี้ และยังเป็นปัจจัยที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้น โดยตลาดหุ้นเอเชียที่เปิดมาเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลง</p>

<p>โดยให้แนวต้าน 1,200 จุด แนวรับ 1,180 จุด</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (26 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,454.79 จุด ลดลง 132.71 จุด หรือ -0.31%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,712.20 จุด ลดลง 64.45 จุด หรือ -1.12% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,899.02 จุด ลดลง 372.84 จุด หรือ -2.04%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,750.66 จุด ลดลง 276.63 จุด หรือ -0.73% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 23,543.86 จุด เพิ่มขึ้น 60.54 จุด หรือ +0.26% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,362.71 จุด ลดลง 5.99 จุด หรือ -0.17%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (26 มี.ค.) 1,190.36 จุด เพิ่มขึ้น 5.43 จุด (+0.46%) มูลค่าซื้อขาย 26,606.65 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (26 มี.ค.) 172.83 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค. (26 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 65 เซนต์ หรือ 0.94% ปิดที่ 69.65 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (26 มี.ค.) อยู่ที่ 3.68 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 34.01 แกว่งกรอบแคบ ตลาดรอติดตามผลกระทบนโยบายภาษี &ldquo;ทรัมป์&rdquo;</p>

<p>&ndash; รัฐบาลกางแผนแก้หนี้ครัวเรือน 13.6 ล้านล้าน 90.6% ของจีดีพี ลุยแก้หนี้เสีย 8 แสนล้าน &ldquo;หนี้บ้าน&rdquo; ยืดเวลาผ่อนนานขึ้น ส่วนสินเชื่อบุคคล-บัตรเครดิต รัฐบาลเจรจา ซื้อหนี้มาบริหาร ชี้สถานการณ์ไม่น่าห่วงใช้กลไก ผสมผสานแก้หนี้ให้เศรษฐกิจฟื้น &ldquo;คลัง&rdquo; มุ่งให้ พ้นเครดิตบูโร &ldquo;นักเศรษฐศาสตร์&rdquo; ชี้หนี้ครัวเรือน ฉุดเศรษฐกิจ ห่วงยานยนต์-อสังหาฯ</p>

<p>&ndash; &ldquo;สรวงศ์&rdquo; ลั่นแผนแข่งขันรถฟอร์มูลาวันชิงแชมป์โลกในประเทศไทย ดีเดย์ปี 71 หลังเซ็นเอ็มโอยูกับ F1 เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นเล็งโซน &ldquo;จตุจักร&rdquo; นายกฯ อิ๊ง มองเป็นเมกะโปรเจกต์ดึงดูดทั้งการท่องเที่ยว สร้างรายได้ใหม่เข้าประเทศกว่า 12,000 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; สงคราม &lsquo;เอไอ&rsquo; จีน-สหรัฐ ร้อนระอุ แม้ถูกจำกัดการเข้าถึงชิปขั้นสูง แต่สตาร์ตอัปจีนอย่าง &lsquo;ดีปซีก&rsquo; กลับสวนกระแสลุยพัฒนาเอไอประสิทธิภาพสูงต้นทุนต่ำ เปิดใช้งานฟรี พร้อมส่งสัญญาณชัด &ldquo;ไม่ยอมแพ้&rdquo; ต่อแรงกดดันจากสหรัฐภายใต้สารพัดข้อจำกัด ลุยพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ทยอยเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ จับตาปรากฏการณ์ทางเทคโนโลยีที่กำลังท้าทายสงครามการค้าอย่างดุเดือด</p>

<p>&ndash; &ldquo;ภูมิธรรม-ทวี&rdquo; ลุ้นระทึก ศาลรธน.สั่งรับวินิจฉัยคดีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จ่อหลุด รมต. เหตุใช้อำนาจหน้าที่ แทรกแซง กกต. ปม DSI รับคดีฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษ แต่ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่</p>

<p>&ndash; มติ กกพ. เห็นชอบตรึงค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 68 คงเดิมที่ 36.72 สตางค์ต่อหน่วย สอดคล้องกับที่ กฟผ. เสนอหลังรวมค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลค่าไฟฟ้า พ.ค.-ส.ค. 68 อยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย</p>

<p>&ndash; &ldquo;นักเศรษฐศาสตร์&rdquo; ประสานเสียงปัจจุบัน &ldquo;ไทย&rdquo; เผชิญโจทย์ท้าทายทั้งปัญหาเดิม และปัญหาใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้น 2 เม.ย. นี้ จากนโยบาย &ldquo;ทรัมป์ 2.0&rdquo; ด้าน &ldquo;ดร.ศุภวุฒิ&rdquo; ชี้ไทย &ldquo;เสี่ยง&rdquo; ถูกขึ้นกำแพงภาษี กระทบลากยาว งปีหน้า &ldquo;ดร.พิพัฒน์&rdquo; มอง &ldquo;จีดีพี&rdquo; กลับไปโต 3-5% ยาก &ldquo;ดร.สันติธาร&rdquo; ปัญหาภูมิศาสตร์คือ ความไม่แน่นอน &ldquo;ดร.อาร์ม&rdquo; อาจเห็นทุนจีนและสินค้าจีนไหลบ่า</p>

<p>&ndash; &ldquo;สคฝ.&rdquo; ชี้มาตรการอัดฉีดเงินช่วยเหลือจากรัฐหนุนอัตราเงินฝากเดือน ก.ย.67 ทะยาน 6.83% กางยอดเงินฝากพุ่ง 16.32 ล้านล้านบาท โต 1.40% พร้อมประเมินแนวโน้มเงินฝากปี 68 วิ่งต่อแตะ 16.65 ล้านล้านบาท</p>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&ndash; GPSC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 41.50 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ GPSC ภายหลังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศตรึงค่าไฟฟ้าที่ 4.15 บาท/หน่วย (ค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาท และ Ft 0.37 บาท) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมปี 2568 ซึ่งสอดคล้องกับอัตราที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอมา ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย เท่ากับค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากค่าไฟฟ้าออกมาสูงกว่าที่เรามองไว้ที่ 4.00 บาท/หน่วย เบื้องต้นมองว่ามี upside ต่อประมาณการกำไรปี 2568 ประมาณ 5% สำหรับ GPSC ที่มีสัดส่วนรายได้จาก SPP ที่เป็น FT link ราว39% ในปี 2568 นี้</p>

<p>&ndash; JMT (กรุงไทย เอ็กซ์สปริง) มูลค่าเหมาะสม 22.80 บาท บริษัทอยู่ระหว่างรอรายละเอียดเกี่ยวกับโมเดลการรับซื้อหนี้เสีย (NPL) ออกจากระบบธนาคารที่ชัดเจนจากทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากเปิดทางให้เอกชนเข้าไปบริหาร NPL ดังกล่าว เบื้องต้นคาดเป็นโอกาสของธุรกิจในอนาคต ขณะที่บริษัทกาหนดงบลงทุนปี 2568 ประมาณ 2 พันล้านบาท ขณะที่ KTX ยังคงประมาณการกาไรปี 2568-2569 เติบโตเฉลี่ย 16% ด้วยแรงหนุนจากค่าใช้จ่ายสารอง (ECL) ที่ลดลง หลังจากเพิ่มมาตรการทางกฎหมายในการติดตามหนี้</p>

<p>&ndash; MINT (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 36.00 บาท เราคาด MINT มีกำไรเติบโตเฉลี่ย (CAGR) +10% ใน 3 ปีข้างหน้า หนุนจาก ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง(-9% CAGR) และ RevPAR ของไทยและยุโรปยังคงอยู่ในระดับสูง ณ ราคาปัจจุบัน ถูกซื้อขายที่ PE68 ที่ 19 เท่า (-1SD ของ 5 ปีเฉลี่ยย้อนหลัง) โดย MINT ประกาศจ่ายปันผล 0.35 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราเงินปันผลที่ 1.3%) ขึ้น XD วันที่ 7 พ.ค. 68 โดยไตรมาส 1 เป็น low season ของยุโรป ส่งผลให้เราคาด MINT รายงานกำไรงวด 1Q68 ที่ 268 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 352 ล้านบาท และปรับตัวลงเทียบกับไตรมาสก่อนที่ 2.9 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสที่ 2-3 เข้าสู่ช่วง high season ของยุโรป (59% ของจำนวนห้องอยู่ที่ยุโรป) หนุนผลประกอบการในไตรมาสถัดไป</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ หลังทรัมป์ประกาศรีดภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97597</link>
<guid isPermaLink="false">edeed90d3c369a19f0a91483413a9ccc</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (27 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.</strong></h3>

<ul>
	<li>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,750.66 จุด ลดลง 276.63 จุด หรือ -0.73%</li>
	<li>ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 23,543.86 จุด เพิ่มขึ้น 60.54 จุด หรือ +0.26% และ</li>
	<li>ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,362.71 จุด ลดลง 5.99 จุด หรือ -0.17%</li>
	<li>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.65% ส่วนดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.54%</li>
</ul>

<p>ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในวันพุธ (26 มี.ค.) เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. และจะเริ่มดำเนินการเรียกเก็บภาษีในวันที่ 3 เม.ย.</p>

<p>ทั้งนี้ ภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ปธน.ทรัมป์เรียกเก็บครั้งล่าสุดนี้ เพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 2.5% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการฟื้นฟูการผลิตภายในประเทศและดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติมเข้ามาในสหรัฐอเมริกา</p>

<p>หุ้นบริษัทผลิตรถยนต์ในเอเชียร่วงลงเช้านี้ ซึ่งรวมถึงหุ้นโตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) และหุ้นฮุนได มอเตอร์ (Hyundai Motor) ส่วนหุ้นฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor) ดิ่งลง 4.7% และหุ้นเจอเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors) ซึ่งเป็นสองผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วงลง 4.7% และ 6.1% ตามลำดับ ในการซื้อขายนอกเวลาทำการที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กช่วงเช้านี้</p>

<p>ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2025030745d791f601352f757b8f8a954368021f102554.png' type='image/png' length='551434' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 34.01 แกว่งกรอบแคบ ตลาดรอติดตามผลกระทบนโยบายภาษี “ทรัมป์” (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97595</link>
<guid isPermaLink="false">f2f3cfa9728b419cd12212a55ff4a7dd</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 34.01 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากปิดตลาดช่วงเย็นเมื่อวานนี้ที่ระดับ 33.98 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาคและตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก หลังได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเกินคาด และตลาดมีความกังวลเรื่องผลกระทบจากภาวะการค้าโลก หลังประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์เพิ่มเป็น 25%</strong></p>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีอะไร ตลาดรอดูทิศทางของเงินทุนต่างประเทศ (Flow) ในตลาดพันธบัตรและธุรกรรมจากการค้าทองคำระหว่างวัน</p>

<p>&ldquo;บาทอ่อนค่าจากเย็นวานนี้ตามภูมิภาคและตลาดโลก ช่วงนี้ตลาดดูเรื่องนโยบายทรัมป์เป็นสำคัญ&rdquo; นักบริหารเงิน กล่าว</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.90 &ndash; 34.10 บาท/ดอลลาร์</p>

<h3>ปัจจัยสำคัญ</h3>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 150.52 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 150.09 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0747 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0796 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 33.950 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>&ldquo;แพทองธาร&rdquo; ยันไม่ปรับครม. หลังจบศึกซักฟอก รับแจง &ldquo;ทักษิณ&rdquo; แล้ว เหตุยังรู้สึกว่าการทำงานกำลังต่อเนื่องได้ดี และคิดว่าทุกคนก็ต้องมีเวลาในการปรับตัว ลั่นไม่ต้องการพึ่งงูเห่า ปัดตกรางวัล ลั่นจริงไม่เคยดีล</li>
	<li>นักวิชาการมองเศรษฐกิจไทยโตช้า หวังโต 3-5% ยากมาก แนะ &lsquo;NEXT MOVE Thailand&rsquo; รับมือภาษีทรัมป์ 2.0 กระทบแน่</li>
	<li>บริษัท วายแอลจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำยังคงทรงตัวระดับสูงในระยะกลางและยาวราคายังเป็นขาขึ้น แต่เนื่องจากปีนี้ราคาปรับขึ้นสูงแล้ว จึงเห็นการแกว่งตัวของราคาเป็นการพักฐานเพื่อสะสมกำลัง โดยวายแอลจีมองว่าราคาทองคำปีนี้อยู่ที่ระดับ 3,100-3,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้มองหาจังหวะเข้าซื้อ ซึ่งช่วงนี้กลยุทธ์การลงทุนให้ซื้อสะสมและรอขายเป้าหมาย 3,057-3,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในวันพุธ (26 มี.ค.) เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.</li>
	<li>นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า มาตรการภาษีศุลกากรจะส่งผลให้ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่กำลังเผชิญกับราคาสินค้าที่สูงอยู่แล้ว</li>
	<li>ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัว -1.8% ในไตรมาส 1/2568</li>
	<li>สำนักงบประมาณสภาคองเกรส (CBO) เตือนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะขาดแคลนงบประมาณในการชำระหนี้อย่างเร็วที่สุดในเดือนส.ค.หรือก.ย.นี้ หากสมาชิกสภาคองเกรสไม่อนุมัติการขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (26 มี.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (26 มี.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นปัจจัยกดดันตลาด อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวที่เหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2567 และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนก.พ.</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7100929.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $3.40 เหตุดอลล์แข็ง-บอนด์ยีลด์พุ่งสกัดแรงซื้อ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97592</link>
<guid isPermaLink="false">10e90b7d04d70d5ecacd5738f01c2320</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (26 มี.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นปัจจัยกดดันตลาด อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวที่เหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 3.40 ดอลลาร์ หรือ 0.11% ปิดที่ 3,022.50 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.35% แตะที่ระดับ 104.547 ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.342% ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย</p>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าราคาทองคำมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นแตะระดับ 3,150 ดอลลาร์</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8082413.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 65 เซนต์ ขานรับสต็อกน้ำมันดิบลดลง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97590</link>
<guid isPermaLink="false">092138398bda9341a68fd4fc2e9837b0</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (26 มี.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัวหลังจากสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากเวเนซุเอลา</h3>

<p>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 65 เซนต์ หรือ 0.94% ปิดที่ 69.65 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 77 เซนต์ หรือ 1.05% ปิดที่ 73.79 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 3.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 956,000 บาร์เรล</p>

<p>ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 420,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล</p>

<p>ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 25% สำหรับสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากเวเนซุเอลา โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งทรัมป์อ้างเหตุผลว่าเวเนซุเอลาตั้งใจส่งตัวเหล่าอาชญากรเข้าสู่สหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงสมาชิกแก๊ง Tren de Aragua ที่รัฐบาลทรัมป์ขึ้นบัญชีว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ</p>

<p>สหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้ โดยมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็ก (Teapot) ของจีน และเรือที่จัดส่งน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นน้ำมันดังกล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุด และโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กของจีนเหล่านี้เป็นผู้ซื้อน้ำมันหลักจากอิหร่าน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกตามวอลล์สตรีท นลท.หวังทรัมป์ยืดหยุ่นมาตรการภาษี (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97209</link>
<guid isPermaLink="false">c3ccf950f2c72c2e56f2919fb37a02a9</guid>
<pubDate>Wed, 26 Mar 2025 10:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (26 มี.ค.) โดยปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์ก ท่ามกลางความหวังที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะใช้ความยืดหยุ่นในการใช้มาตรการภาษีศุลกากร</strong></p>

<p>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 38,106.66 จุด เพิ่มขึ้น 326.12 จุด หรือ +0.86%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,460.31 จุด เพิ่มขึ้น 116.06 จุด หรือ +0.50% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,365.67 จุด ลดลง 4.31 จุด หรือ -0.13%</p>

<p>ดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย เปิดบวก 0.71% และดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวขึ้น 0.38%</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ (24 มี.ค.) ว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ส่งสัญญาณว่า ไม่ใช่ภาษีทั้งหมดจะถูกบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (28 มี.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</p>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2025032545d791f601352f757b8f8a954368021f113445.png' type='image/png' length='551434' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ การเมืองคลายลงหลังจบอภิปรายฯ-บจ.ซื้อหุ้นคืนช่วยพยุง แต่ยังเสี่ยงสหรัฐขึ้นภาษี (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97208</link>
<guid isPermaLink="false">97e479cc800aab24ad497631c11bc99d</guid>
<pubDate>Wed, 26 Mar 2025 10:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์หลังจากปัจจัยการเมืองคลายตัวหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบแล้ว และคาดว่าคะแนนะเสียงในสภาฯ ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเชื่อว่าผ่านฉลุย ขณะที่บริษัทจดทะเบียนทยอยซื้อหุ้นคืน ซึ่งล่าสุด HMPRO ต่อจาก PTT ประกาศซื้อหุ้นคืน มองว่าน่าจะช่วยพยุงตลาดไว้ได้ ในช่วงที่ตลาดไม่มีปัจจัยบวก</strong></h4>

<p>อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังรับแรงกดดันนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกต่อเนื่อง โดยสัปดาห์นี้มูลค่าการซื้อขายเบาบางมาก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าไทยจะได้รับผลกระทบที่สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งไทยมีความเสี่ยงปานกลางที่สหรัฐจะขึ้นภาษีตอบโต้ ทำให้นักลงทุนกังวล เพราะเศรษฐกิจไทยอ่อนแออยู่แล้ว ถ้ามีเรื่องนี้ก็อาจจะยิ่งซ้ำเติม นักลงทุนจึงชะลอการลงทุน แต่ก็ต้องดูท่าทีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐที่ดูจะยืดหยุ่นขึ้น</p>

<p>พร้อมให้แนวรับที่ 1,180 จุด หากหลุดให้แนวรับถัดไป 1,170 จุด แนวต้าน 1,200 จุดที่เป็นแนวต้านหลัก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (25 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,587.50 จุด เพิ่มขึ้น 4.18 จุด หรือ +0.01%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,776.65 จุด เพิ่มขึ้น 9.08 จุด หรือ +0.16% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 18,271.86 จุด เพิ่มขึ้น 83.26 จุด หรือ +0.46%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 38,106.66 จุด เพิ่มขึ้น 326.12 จุด หรือ +0.86%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,460.31 จุด เพิ่มขึ้น 116.06 จุด หรือ +0.50% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,365.67 จุด ลดลง 4.31 จุด หรือ -0.13%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (25 มี.ค.) 1,184.93 จุด ลดลง 5.13 จุด (-0.43%) มูลค่าซื้อขาย 30,792 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (25 มี.ค.) 2,747.61 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (25 มี.ค.) ลดลง 11 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 69.00 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (25 มี.ค.) อยู่ที่ 3.16 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 33.82 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแย่กว่าคาด</p>

<p>&ndash; ผู้นำสหรัฐเตรียมประกาศ ภาษีนำเข้ารถในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมยืนยันว่าบางประเทศจะได้รับ &ldquo;การยกเว้นภาษี ตอบโต้&rdquo; ที่จะประกาศวันที่ 2 เม.ย.นี้ ขณะที่อียู-อินเดียเร่งเดินหน้าล็อบบี้อย่างหนัก ก่อนเดดไลน์ &ldquo;รอยเตอร์ส&rdquo; รายงาน 3 เดือน ภาษีทรัมป์ฉุดทุนไหลออกหุ้นอาเซียน 1.4 แสนล้าน</p>

<p>&ndash; &ldquo;พิชัย&rdquo; ยอมรับศก.ไทยไม่ดี โตแค่ 1.9 % มานาน 6 เดือนผ่านมาโต3.1% แต่อย่าสิ้นหวัง มั่นใจทำจีพีดีถึงเป้า เผยโครงการซื้อหนี้ปชช. เปิดได้ 3 วัน มีเข้ามา 4.5 แสนบช. โวหากควบคุมได้-กำกับดี จะช่วยแก้ปัญหาตัวเล็กๆ ได้แน่นอน &ldquo;พิชัย นริพทะพันธุ์&rdquo;ขอคนไทยเชื่อมั่น เดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจต่อเนื่อง นายกฯเดินทาง ตปท. เรียกความเชื่อมั่นได้</p>

<p>&ndash; ค่ายรถหวั่นสงครามราคา ฉุดความเชื่อมั่นลูกค้าชะลอซื้อ ซ้ำเติมตลาดหดตัวต่อเนื่อง หลังราคาปรับลดแล้วกว่า 30% หวังบทเรียนแข่งขัน ปรับบริหารจัดการสมดุลขึ้น &ldquo;ซีเกอร์&rdquo; มั่นใจปีนี้ผ่อนคลาย หลายค่ายแก้ปัญหาสต็อกล้น เหตุประเมินตลาดพลาด ส.อ.ท.เผย ยอดขายรถในประเทศ ก.พ.2568 ลด 6.68% ส่งออก หด 8.34% ฉุดยอดผลิตเหลือ 115,487 คัน วูบ 13.62% ชงรัฐดึงนอนแบงก์-ไฟแนนซ์รถเข้าร่วม &ldquo;รถกระบะพี่ มีคลังค้ำ&rdquo;</p>

<p>&ndash; ศึกชิงเค้กธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน 2.2 แสนล้านบาท การบินไทยจับมือบางกอกแอร์เวยส์ จ่อทุ่ม 1 หมื่นล้านบาท ลงทุน MRO อู่ตะเภา ด้านอีอีซี ยันจะใช้วิธีเปิดให้เช่าพื้นที่ เชิญเข้ามาลงทุน ขณะที่ CAAT-ทอท.วางแผนแม่บทดึงลงทุนศูนย์ซ่อมสนามบินสุวรรณภูมิ ด้าน ฟอร์ท เอ็มอาร์โอ สนามบินดอนเมือง รวมถึงโรงซ่อมเครื่องบินที่เชียงราย จะเริ่มก่อสร้างในปีนี้</p>

<p>&ndash; อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดภารกิจสำคัญปี 68 เผยนโยบายเปลี่ยนผ่านอุตฯยานยนต์ไทยสู่ EV ฉุดภาษีรถยนต์วูบเกือบ 50% ชี้ต้องยอมแลกเม็ดเงินเพื่อความยั่งยืนระยะยาว เตรียมชง ครม. ปรับภาษีรถ &ldquo;ปลั๊กอิน-ไฮบริด&rdquo; ใหม่เหลือ 5% กรณีวิ่งได้ไกลกว่า 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จปลดล็อกตัดทิ้งเงื่อนไข &ldquo;ขนาดถังน้ำมัน&rdquo; ชี้ได้อานิสงส์ทั้งค่ายยุโรป-ญี่ปุ่น เผยช่วยต่ออายุซัพพลายเชนรถสันดาปช่วงปรับตัว ขณะที่ค่ายอีวีจีนชักแถวขอผ่อนปรนเงื่อนไข &ldquo;ขยายเวลา&rdquo; การผลิตชดเชยหลังภาวะตลาดซบเซาหนัก ปักธงปี&rsquo;73 เตรียมใช้โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมเร่งปรับโครงสร้างภาษีแบตฯ เป็นขั้นบันได</p>

<p>&ndash; ทล.เตรียมเสนอ &ldquo;มอเตอร์เวย์ M8&rdquo; เฟสแรก &ldquo;นครปฐมปากท่อ&rdquo; กว่า 6 หมื่นล้านเข้าคมนาคม ชง ครม.เคาะ คาดเริ่มสร้างปี 70 ปักธงเปิดใช้ปี 74 ส่วนเฟส 2 &ldquo;ปากท่อ-ชะอำ&rdquo; จ้างศึกษาหาแนวเส้นทางใหม่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&ndash; MTC (ฟินันเซีย ไซรัส) &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย 56 บาท ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไร 1Q25 ของ MTC ที่คาดยังเติบโตแข็งแกร่งและโดดเด่นกว่ากลุ่ม หนุนจากทั้งสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่คณภาพสินทรัพย์ยังบริหารจัดการได้ดีต่อเนื่อง คาดกำไรปกติปี 2025 ที่ 7.1 พันลบ. +21% y-y นอกจากนี้ยังมี Upside จากกนง.ปรับลดดอกเบี้ยลงจาก 2% ในปัจจุบันในช่วงที่เหลือของปีนี้ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรง 14% MTD เข้าใกล้แนวรับหลัก มีโอกาสที่จะเห็นราคาฟื้นตัวระยะสั้น</p>

<p>&ndash; BDMS (กสิกรไทย) 29.40 บาท เราชอบ BDMS ในฐานะเครือข่ายโรงพยาบาลที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย โดยปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ -1SD ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักและเพียงสามครั้งตั้งแต่ปี 2553 เมื่อมองไปข้างหน้า เราคาดว่า BDMS จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งได้จนถึงปี 2025 โดยเฉพาะในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งรายได้มีแนวโน้มจะเกินเป้าหมายของฝ่ายบริหารที่ 7-8% สำหรับครึ่งแรกของปี 2568 จากการประเมินของเรา BDMS มีแนวโน้มเติบโตด้านรายได้อย่างน้อย 8% ในสองเดือนแรกของปี 2568 ทำให้เป็นหนึ่งในสองโรงพยาบาลจาก PR9 ที่แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1ปี 2568</p>

<p>&ndash; BBIK ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 47.50 บาท คาดรายได้ปีนี้เติบโตแกร่งราว 20-30% ตามอุตสาหกรรม Digital transformation ที่ขยายตัวดี ผสานธุรกิจ AI, cloud, virtual bank , data center ที่ยังเป็นปัจจัยเสริม หนุน Backlog ยังอยู่ในระดับสูง ปัจจุบันราคาหุ้นเทรดเพียง PE2025 ที่ 15.7 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยการเติบโตยังแข็งแกร่งราว +30%y-y คิดเป็น PEG Ratio เพียง 0.5 เท่า เป็นระดับที่น่าทยอยสะสม</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $10.30 วิตกสงครามการค้าหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97206</link>
<guid isPermaLink="false">6ca8e41adb9336a951966fc9e8c86d88</guid>
<pubDate>Wed, 26 Mar 2025 10:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (25 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 10.30 ดอลลาร์ หรือ 0.34% ปิดที่ 3,025.90 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักวิเคราะห์จาก CPM Group กล่าวว่า นักลงทุนเดินหน้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เนื่องจากกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์จะก่อให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลก และจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะถดถอย นอกจากนี้ มาตรการภาษีของทรัมป์มีแนวโน้มที่จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย</p>

<p>นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 15% และเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ปีนี้ ราคาทองทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 3,057.21 ดอลลาร์ เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ (24 มี.ค.) ว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ส่งสัญญาณว่า ไม่ใช่ภาษีทั้งหมดจะถูกบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231025975c62518acbdfde8d682027fe40311c132726.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ 11 เซนต์ หลังรัสเซีย-ยูเครนยุติโจมตีด้านพลังงาน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97205</link>
<guid isPermaLink="false">0336a6edb64e2374f14c410ce6ea8ed0</guid>
<pubDate>Wed, 26 Mar 2025 10:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (25 มี.ค.) หลังจากมีรายงานรัสเซียและยูเครนได้ตกลงที่จะยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากทางการสหรัฐฯ ในวันนี้</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 11 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 69.00 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 2 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 73.02 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลง หลังจากทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ในวันอังคารว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงกับรัสเซียและยูเครนในการรักษาความปลอดภัยสำหรับการเดินเรือในทะเลดำ รวมทั้งยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในรัสเซียและยูเครน</p>

<p>แถลงการณ์ยังระบุว่า สหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือต่อรัสเซียในการส่งออกสินค้าเกษตรและปุ๋ยเข้าสู่ตลาดโลก รวมทั้งการเข้าถึงท่าเรือ และระบบชำระเงินสำหรับการทำธุรกรรมดังกล่าว นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะอำนวยความสะดวกให้กับรัสเซียและยูเครนในการเจรจาเพื่อให้มีการทำข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน</p>

<p>ทั้งนี้ หากการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซีย และจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันจากรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น</p>

<p>ข่าวดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัวหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากเวเนซุเอลา โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.</p>

<p>รายงานล่าสุดระบุว่า ผู้ค้าน้ำมันจากจีนได้ระงับการซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาแล้ว หลังจากปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี โดยจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา โดยได้สั่งซื้อน้ำมัน 503,000 บาร์เรล/วัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 55% ของการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา</p>

<p>สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 4.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 มี.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก รับความหวังทรัมป์ผ่อนคลายมาตรการภาษี (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/96987</link>
<guid isPermaLink="false">c78d4c7e20fca22afa0632da1ef2868a</guid>
<pubDate>Tue, 25 Mar 2025 11:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (25 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่ามาตรการภาษีศุลการกรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะไม่รุนแรงมากเท่ากับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้</strong></h3>

<ul>
	<li>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,953.15 จุด เพิ่มขึ้น 344.66 จุด หรือ +0.92%</li>
	<li>ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,370.00 จุด ลดลง 0.03 จุด หรือ -0.001% และ</li>
	<li>ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,643.32 จุด ลดลง 262.24 จุด หรือ -1.10%</li>
	<li>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดบวก 0.49% และดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียดีดตัวขึ้น 0.53%</li>
</ul>

<p>ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าปธน.ทรัมป์ จะใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) แบบเจาะจงเป้าหมาย มากกว่าที่จะบังคับใช้เป็นวงกว้าง ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าจะประกาศใช้ภาษีศุลกากรตอบโต้ตามที่วางแผนไว้ในวันที่ 2 เม.ย. อย่างไรก็ดี สื่อหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในคณะบริหารของปธน.ทรัมป์ว่า ภาษีศุลกากรซึ่งจะเรียกเก็บเป็นรายภาคอุตสาหกรรม เช่น ภาษีนำเข้ารถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์นั้น มีแนวโน้มว่าจะยังไม่ประกาศใช้ในวันดังกล่าว</p>

<p>ล่าสุดปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ (24 มี.ค.) ว่า เขาอาจจะยกเว้นภาษีศุลกากรให้กับหลายประเทศ ในขณะที่การประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ที่สหรัฐฯ จะบังคับใช้กับประเทศคู่ค้านั้น ใกล้จะถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 2 เม.ย.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2025032545d791f601352f757b8f8a954368021f113445.png' type='image/png' length='551434' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าฟื้นตัวรับ Sentiment บวกตปท. คลายกังวลสงครามการค้า-ติดตามอภิปรายฯวันที่ 2 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/96983</link>
<guid isPermaLink="false">d692868558dcd0f557becd9281b26b88</guid>
<pubDate>Tue, 25 Mar 2025 11:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยลุ้นดัชนีฟื้นตัว หนุนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ซึ่งสัญญาณล่าสุดตลาดคาดการณ์ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจไม่ได้ใช้มาตรการภาษีตอบโต้แบบกระจายเป็นวงกว้าง โดยอาจใช้เฉพาะบางสินค้าและอาจใช้ในบางประเทศ ทำให้ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลายประเด็นดังกล่าว สะท้อนจากดัชนี VIX Index มาตรวัดความวิตกกังวล ดัชนีปรับตัวลงประมาณ 9%</h2>

<p>ทั้งนี้ทรัมป์มีการประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้า 25% ในประเทศที่ซื้อน้ำมันหรือแก๊ซ จากประเทศเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตามต้องติดตามรายละเอียดความชัดเจน โดยภาพรวมตลาดมีความผ่อนคลาย หนุนให้ตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทยฟื้นตัว</p>

<p>ขณะที่ปัจจัยในประเทศ แนะติดตามภาวะการเมือง ซึ่งวันนี้จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องจากเมื่อวาน และลงมติในวันที่ 26 มี.ค. โดยระยะสั้นประเด็นการเมืองอาจเข้มข้นเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด</p>

<p>โดยให้กรอบแนวรับ 1,180 จุด และแนวต้าน 1,200 จุด แนวต้านถัดไป 1,210 จุด</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<ul>
	<li>ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (24 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,583.32 จุด เพิ่มขึ้น 597.97 จุด หรือ +1.42%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,767.57 จุด เพิ่มขึ้น 100.01 จุด หรือ +1.76% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 18,188.59 จุด เพิ่มขึ้น 404.54 จุด หรือ +2.27%</li>
	<li>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,953.15 จุด เพิ่มขึ้น 344.66 จุด หรือ +0.92% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,643.32 จุด ลดลง 262.24 จุด หรือ -1.10% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,370.00 จุด ลดลง 0.03 จุด หรือ -0.001%</li>
	<li>ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (24 มี.ค.) 1,190.06 จุด เพิ่มขึ้น 3.45 จุด (+0.29%) มูลค่าซื้อขาย 23,385.45 ล้านบาท</li>
	<li>นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (24 มี.ค.) 89.99 ล้านบาท</li>
	<li>ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (24 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 83 เซนต์ หรือ 1.22% ปิดที่ 69.11 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(24 มี.ค.) อยู่ที่ 6.63 เหรียญ/บาร์เรล</li>
	<li>เงินบาทเปิด 34.00/02 อ่อนค่าตามภูมิภาค หลังตัวเลขศก.สหรัฐสูงกว่าคาดหนุนดอลลาร์แข็งค่า</li>
	<li>กระทรวงพลังงานลดราคาเบนซิน-ดีเซล 1 บาทต่อลิตร รวม 2 รอบ เป็นของขวัญคนไทยรับมหาสงกรานต์ ขณะที่กองทุนน้ำมันยังติดลบ 60,052 ล้านบาท &ldquo;พีระพันธุ์&rdquo; ยืนยันจะหาทางลดค่าไฟฟ้างวดเดือน พ.ค.-ส.ค.นี้ แต่ไม่รับปากลดได้กี่สตางค์ต่อหน่วย พร้อมตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่ออีก 3 เดือน</li>
	<li>สมาคมผู้เลี้ยงสุกรประกาศขึ้นราคาหมูหน้าฟาร์มขึ้นทุกภาค ราคากิโลละ 2-4 บาท วอนเข้าใจหลังขาดทุนยาวตลอด 2 ปี</li>
	<li>ปมร้อนตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือตั๋ว PN กว่า 4.4 พันล้านบาท ของ&rdquo;แพทองธาร ชินวัตร&rdquo; นายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกขึ้นเขียงอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ วันแรก (24 มี.ค.) ถูกฝ่ายค้าน นำโดย &ldquo;วิโรจน์ ลักขณาอดิศร&rdquo; สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ซักฟอกประเด็น &ldquo;หุ้น&rdquo; ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา</li>
	<li>วาระด่วนเร่งรัดออกพ.ร.ก. เพิ่มอำนาจก.ล.ต.เป็นพนักงานสอบสวน &ldquo;กรณีพิเศษ&rdquo; ในเคสกระทบวงกว้าง ถูกตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงาน เกี่ยวข้อง โดย DSI เปิด 5 ประเด็นหวั่นสอบสวนซ้ำซ้อน ตามพ.ร.บ. สอบสวนคดีพิเศษสามารถตั้งเคส &ldquo;กรณีพิเศษ&rdquo; ได้-ระบบถ่วงดุลไม่ชัดเจนตามบทบาท ก.ล.ต. ทั้งตรวจสอบ และให้อนุญาต ที่สำคัญตำแหน่งคณะกรรมการมาจากแต่งตั้งจากการเมืองอาจถูกแทรกแซงการเมืองได้ง่าย เกิด &ldquo;ความหวาดระแวง&rdquo; &ldquo;ไม่เชื่อมั่น&rdquo; ใช้ดุลพินิจเสนอแนะ จัดตั้งคณะพนักงานสอบสวนร่วมกัน และเลขา ก.ล.ต. มีอำนาจแย้งกรณีไม่สั่งฟ้อง</li>
	<li>กสทช. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สถานีดาวเทียมสิรินธร จ.อุบลราชธานี ของ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นที) ที่สร้างขึ้นจากการร่วมทุนกับวันเว็บ เพื่อให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (ลีโอ) ก่อนที่สถานีดาวเทียมแห่งนี้จะเปิดให้บริการเกตเวย์ ภาคพื้นดินเป็นอันดับแรก และจะดำเนินการเพื่อให้มีการบริการสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ เต็มรูปแบบครอบคลุมพื้นที่ประเทศอาเซียนเป็นลำดับต่อไป</li>
</ul>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<ul>
	<li>MOSHI (กรุงศรี) แนะนำ &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย 54 บาท โดยยังเป็นบริษัทที่เห็นการเติบโตได้ชัด แนวโน้มดีทั้งระยะสั้นและยาว โดยระยะสั้น SSSG Qtd +7-8% y-y สูงสุดในกลุ่มฯ และระยะยาว แผนเปิดสาขายังเป็นเชิงรุกระยะ 2-3 ปีนี้ ขณะที่ การแข่งขันจากคู่แข่งรายใหม่ ยังอยู่ในระดับจำกัด ราคาหุ้นที่ปรับลง ซื้อขาย PER25F 20x (-2.3SD) มองเป็นโอกาสสะสม และเป็นบริษัทที่ยังเห็นการเติบโตดีระยะยาวและปรับตัวไว</li>
	<li>SAV (กสิกรไทย) แนะนำ &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาพี้นฐาน 24.17 บาท คงมุมมองเชิงบวกต่อ SAV แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงตาม sentiment ของกลุ่มท่องเที่ยวในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเรามองว่าปัจจัยพื้นฐานของ SAV ยังคงแข็งแกร่ง จากจำนวนเที่ยวบินเฉลี่ยต่อวันช่วงต้นไตรมาสที่ระดับ 238.52 เที่ยวบิน/วัน เติบโต 6.39% จากไตรมาส 4 ปี 2567 ทั้งนี้ เราคาดว่า SAV จะมีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2567 ซึ่งรายงานกำไรปกติออกมาเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ เรายังคาดการณ์ถึงโอกาสเติบโตจากการที่บริษัทเข้าร่วมประมูลโครงการปรับปรุงระบบตรวจจับวัตถุแปลกปลอมบนรันเวย์ (FOD) มูลค่าโครงการรวม 1,280 ล้านบาท และการจำหน่ายระบบเรดาร์ Thales ให้กับวิทยุการบินด้วยมูลค่างานประมาณ 1,200 ล้านบาท</li>
	<li>BA (ฟินันเซีย) แนะนำ &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย 30 บาท จากโมเมนตัมกำไร 1Q25 ของ BA คาดว่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ ตามทิศทางจำนวนผู้โดยสวรของสมุยที่เติบโตโดดเด่นและแข็งแรงกว่านักสท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยในภาพรวม โดยไม่ถูกกระทบอย่างมีนัยยะเหมือนคู่แข่งจากนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป แประมาณการกำไรปี 68 ที่ 4.1 พันล้านบาท +6% y-y อาจมี Upside และมีจุดแข็งของความเป็น Monopoly ของสมุย ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง 13% จากจุดสูงสุดช่วงต้นเดือนเข้าใกล้แนวรับหลัก และทำให้ในเชิง Valuation น่าสนใจมากขึ้น และคาดให้ Dividend Yield กว่า 6% ต่อปี</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 34.00/02 อ่อนค่าตามภูมิภาค หลังตัวเลขศก.สหรัฐสูงกว่าคาดหนุนดอลลาร์แข็งค่า (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/96981</link>
<guid isPermaLink="false">1a98fd97cb8181fecc88159a56593173</guid>
<pubDate>Tue, 25 Mar 2025 11:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 34.00/02 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.87/88 บาท/ดอลลาร์</strong></h3>

<p>เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาค เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า หลังเมื่อคืนนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในภาพรวมของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด</p>

<p>สำหรับวันนี้ตลาดรอติดตามธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุม และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. จาก Conference Board ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ในช่วงนี้ต้องรอติดตามถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาต่าง ๆ ด้วย</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ 33.90 &ndash; 34.10 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>*ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 150.61/65 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 149.57/61 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0804/0807 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0833/0834 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.935 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ยอดการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เดือน ก.พ.68 มีมูลค่า 154,354 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% เป็นการส่งออก 86,020 ล้านบาท เพิ่ม 20.8% และการนำเข้า 68,334 ล้านบาท เพิ่ม 18.8% ได้ดุลการค้า 17,686 ล้านบาท ส่งผลให้ 2 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ก.พ.) การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่าการค้ารวม 299,494 ล้านบาท เพิ่ม 10.9% เป็นการส่งออก 164,057 ล้านบาท เพิ่ม 12.1% การนำเข้า 135,437 ล้านบาท เพิ่ม 9.6% ได้ดุลการค้า<br />
	28,621 ล้านบาท</li>
	<li>รมว.พาณิชย์ ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกปีงบ 68 กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น หนังสือ เกม แฟชั่น ภาพยนตร์ และละคร ผ่านงานแสดงสินค้าและกิจกรรมเจรจาธุรกิจในประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เยอรมนี เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา สร้างมูลค่าการค้ากว่า 7,016 ล้านบาท และช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยต่อเนื่อง</li>
	<li>&ldquo;พาณิชย์&rdquo; บุกประชิดตัว &ldquo;แอฟริกาใต้&rdquo; ขายข้าว 391,000 ตัน มูลค่า 7,300 ล้านบาท &ldquo;นภินทร&rdquo; นำทีมพาณิชย์เยือนลาว-จีน สำรวจเส้นทางโลจิสติกส์ และเจรจากับผู้รับผิดชอบ เปิดทางสะดวกส่งออกทุเรียนและผลไม้ชนิดอื่นๆ ของไทยเข้าสู่จีน</li>
	<li>เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.5 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 51.6 ในเดือนก.พ.</li>
	<li>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (24 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของข้อมูลด้านกิจกรรมทางธุรกิจในสหรัฐฯ รวมทั้งการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณใช้ความยืดหยุ่นในการดำเนินมาตรการภาษีศุลกากร</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (24 มี.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะเดียวกันนักลงทุนกำลังประเมินท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณใช้ความยืดหยุ่นในการดำเนินมาตรการภาษีศุลกากร</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7100929.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $5.80 เหตุดอลล์แข็งฉุดตลาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/96978</link>
<guid isPermaLink="false">a3c6c9e0cb574039aca9c3d5209c5532</guid>
<pubDate>Tue, 25 Mar 2025 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (24 มี.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะเดียวกันนักลงทุนกำลังประเมินท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณใช้ความยืดหยุ่นในการดำเนินมาตรการภาษีศุลกากร</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 5.80 ดอลลาร์ หรือ 0.19% ปิดที่ 3,015.60 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น0.2% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ (21 มี.ค.) ว่าจะมีการใช้ความยืดหยุ่นต่อแผนการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff)) ซึ่งสหรัฐฯ มีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.</p>

<p>ขณะที่สื่อหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในคณะบริหารของปธน.ทรัมป์ว่า ภาษีศุลกากรซึ่งจะเรียกเก็บเป็นรายภาคอุตสาหกรรม เช่น ภาษีนำเข้ารถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์นั้น มีแนวโน้มว่าจะยังไม่ประกาศใช้ในวันที่ 2 เม.ย. และคณะบริหารของปธน.ทรัมป์อาจจะการยกเว้นภาษีสำหรับบางประเทศ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023101819aad930bbd44838876dd55c8b2b565e112522.jpg' type='image/jpg' length='254312' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 83 เซนต์ หลังทรัมป์สั่งรีดภาษีปท.ที่ซื้อน้ำมันจากเวเนฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/96911</link>
<guid isPermaLink="false">554150fcdbf82ccf5a5e5443e5a9a91f</guid>
<pubDate>Tue, 25 Mar 2025 09:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (24 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 25% จากประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากเวเนซุเอลา</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 83 เซนต์ หรือ 1.22% ปิดที่ 69.11 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 84 เซนต์ หรือ 1.16% ปิดที่ 73.00 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังจากปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากเวเนซุเอลาจะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากร 25% จากสินค้าทุกรายการที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวหาว่า เวเนซุเอลาได้ส่งสมาชิกของขบวนการ Tren de Aragua เข้าสู่สหรัฐฯ โดยรัฐบาลทรัมป์ได้ขึ้นบัญชีขบวนการดังกล่าวว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ</p>

<p>อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ ให้เวลาบริษัทเชฟรอน (Chevron) จนถึงวันที่ 27 พ.ค. ในการยุติการดำเนินงานด้านน้ำมันและการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลา โดยก่อนหน้านี้ปธน.ทรัมป์เคยให้เวลาเชฟรอน 30 วันนับจากวันที่ 4 มี.ค. ในการยุติการดำเนินการดังกล่าว</p>

<p>เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ประกาศยกเลิกใบอนุญาตของบริษัทเชฟรอนในการดำเนินธุรกิจน้ำมันในเวเนซุเอลา โดยอ้างว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ไม่มีความคืบหน้าในการปฏิรูปการเลือกตั้งและการรับผู้อพยพชาวเวเนซุเอลากลับประเทศ</p>

<p>ส่วนอีกปัจจัยที่สกัดแรงบวกของราคาน้ำมันคือรายงานที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีแนวโน้มที่จะดำเนินการตามแผนเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนพ.ค. รวมทั้งข่าวที่ว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย และอาจทำให้อุปทานน้ำมันจากรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ จากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการในวันพุธ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าบวก 8.12 จุดรีบาวด์ตามต่างประเทศคลายกังวลเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95825</link>
<guid isPermaLink="false">2784468f3a1d912707e0b757c0d7dc50</guid>
<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 16:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>SET ปิดเช้านี้ที่ 1,178.32 จุด เพิ่มขึ้น 8.12 จุด (+0.69%) มูลค่าซื้อขายราว 18,673 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยรีบาวด์ตามตลาดหุ้นต่างประเทศรับปัจจัยบวกตัวเลขค้าปลีกสหรัฐดีกว่าคาดส่งผลคลายกังวลเศรษฐกิจถดถอย บอนด์ยีลด์ปรับลง-เงินดอลลาร์อ่อนค่ารับเงินไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย ช่วงบ่าย SET ลุ้นทดสอบ 1,182 จุด หากผ่านได้ให้แนวต้านถัดไป 1,197 จุด ส่วนแนวรับ 1,160 จุด</strong></h3>

<ul>
	<li>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,178.32 จุด เพิ่มขึ้น 8.12 จุด (+0.69%) มูลค่าซื้อขายราว 18,673 ล้านบาท</li>
	<li>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีเช้าปรับตัวขึ้น ทำระดับสูงสุด 1,181.31 จุด และต่ำสุด 1,172.79 จุด</li>
</ul>

<p>นายกรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้รีบาวด์ตามตลาดต่างประเทศที่ได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขค้าปลีกของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ทำให้ตลาดคลายกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยมองว่าอาจเป็นการ soft landing แทนที่จะหดตัวรุนแรงอย่างที่กังวลก่อนหน้านี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) สหรัฐปรับตัวลง และเงินดอลลาร์อ่อนค่า โดยมีเงินนทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียที่ยัง laggard</p>

<p>ตลาดบ้านเรารับแรงหนุนจากกลุ่มแบงก์และกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะ Infra Tech ผู้ให้บริการ ผู้จัดวางระบบ</p>

<p>แนวโน้มในช่วงบ่าย ตลาดหุ้นไทยมีลุ้นขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 1,182 จุด ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หากผ่านไปได้จะเป็นสัญญาณดี ให้แนวต้านถัดไปที่ 1,197 จุด ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 1,160 จุด</p>

<p>นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ใน Deep Value Zone โดยมีหุ้นที่มี P/E 12 เท่าอยู่ 1 ใน 3 หุ้นที่มีผลตอบแทนปันผลสูงกว่า 3% อยู่ครึ่งหนึ่ง และหุ้นที่มี P/BV ต่ำกว่า 1 เท่าอยู่ถึง 60%</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<ul>
	<li>KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,580.45 ล้านบาท ปิดที่ 156.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท</li>
	<li>BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,002.80 ล้านบาท ปิดที่ 147.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท</li>
	<li>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 893.31 ล้านบาท ปิดที่ 267.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท</li>
	<li>PTT มูลค่าการซื้อขาย 821.08 ล้านบาท ปิดที่ 30.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท</li>
	<li>SCC มูลค่าการซื้อขาย 678.76 ล้านบาท ปิดที่ 164.50 บาท ลดลง 5.00 บาท</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ลุ้นราคาทองพุ่งชนเป้าใหม่ 3,500 ใน Q3/68 หลัง Gold Spot วิ่งทำ All-Time High (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95821</link>
<guid isPermaLink="false">0fdf7f71fe33ab0d110dc1bf8da3a2d4</guid>
<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 16:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกว่า การปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรง โดย Gold Spot ปรับตัวขึ้นไปทำ All-Time High ที่ระดับ 3,004 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ส่วนราคาทองคำไทยก็ปรับขึ้นมาแตะ 47,600 บาท โดยได้ปัจจัยหนุนจากปัญหาเรื่องสงครามการค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวรุนแรงมากขึ้น หลังสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปได้โต้ตอบกันผ่านการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า โดย EU ขึ้นภาษี 50% ต่อวิสกี้ของสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ ขู่กลับว่าจะเรียกเก็บภาษีผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์และไวน์นำเข้าจาก EU สูงถึง 200% ตลาดมองว่าปัญหาดังกล่าวอาจดำเนินต่อไปอีกสักระยะ ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำเพิ่มมากขึ้น</strong></p>

<p>ขณะที่สถาบันการเงินระดับโลกได้ทยอยออกมาปรับเป้าทองคำขึ้น อาทิ Goldman Sachs ปรับเป้าหมายทองคำสู่ $3,100 จากการเข้าซื้อของธนาคารกลาง และการไหลเข้าของเงินในกองทุนซื้อขายทองคำแท่ง และยังประเมินว่าราคาทองคำอาจพุ่งแตะ $3,300 จากการเก็งกำไรที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย Macquarie Group คาดว่าความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทำสถิติสูงสุดที่ระดับ 3,500 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ในไตรมาส 3 ปีนี้</p>

<p>ส่วนในสัปดาห์นี้รอติดตามผลการประชุม FOMC ในช่วงคืนวันพุธ ซึ่งคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ไฮไลท์สำคัญจริง ๆ จะอยู่ที่ถ้อยแถลงหลังการประชุมของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเกี่ยวกับมุมมองเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคตว่าจะออกมาในทิศทางไหน หากเฟดมองว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะยังคงค่อย ๆ ปรับตัวลงหาเป้าหมายตามที่เฟดตั้งไว้ก็จะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำในระยะสั้นในสัปดาห์นี้ได้</p>

<p>ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนสำหรับราคาทองคำในตลาดโลก รอย่อซื้อ Gold Spot 2,965 / 2,945 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ส่วนราคาทองคำไทยปรับฐานแนวรับระยะสั้นขึ้นมาอยู่ที่ 46,800 บาท ดังนั้น การลงทุนในรอบสัปดาห์ควรรอจังหวะการย่อตัว แล้วแบ่งไม้เข้าซื้อตามจุดแนวรับสำคัญที่ 47,250 / 47,000 บาท เน้นลงทุนระยะสั้นแบบเข้าเร็วออกเร็ว โดยประเมินเป้าหมายในการทำกำไรเบื้องต้นไว้ที่ 47,800-48,000 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิดเช้า 33.58 ยังทรงตัวหลังแกว่งไซด์เวย์ ให้กรอบวันนี้ 33.50-33.75 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95819</link>
<guid isPermaLink="false">e69f320090d40f4928bcf25d5e660d39</guid>
<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 16:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.58 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.59 บาท/ดอลลาร์</strong>&nbsp;</h4>

<p>เมื่อคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ Sideways โดยอ่อนค่าลงบ้าง ตามจังหวะการปรับตัวลง เร็วของราคาทองคำ แต่เงินบาทก็อ่อนค่าได้ไม่นานหลังจากเงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงมา</p>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ไปก่อน โดยมีโซนแนวรับแถว 33.50-33.60 บาท/ ดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดบางส่วน โดยเฉพาะฝั่งผู้นำเข้ารอทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์ในช่วงจังหวะเงินบาทแข็งค่าทดสอบโซนแนว รับดังกล่าว</p>

<p>อีกทั้งประเมินว่า ราคาทองคำอาจเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง เนื่องจากตลาดขาดปัจจัยหนุนใหม่ ๆ เพิ่มเติม และบรรยากาศในตลาด การเงินก็เริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ซึ่งกดดันหรือจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำได้</p>

<p>ที่สำคัญตลาดต่างก็รอลุ้นผลการประชุมบรรดาธนาคารกลางประเทศหลัก เริ่มจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันพุธนี้ ตาม ด้วยการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC)</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.75 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong>&nbsp;</p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 149.43 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 148.68/69 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0917 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.0895/0897 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 33.650 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (17 มี.ค.) หลังจาก สหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ โดยราคาทองคำยังคงยืนเหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการทำสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลาง สหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้</li>
	<li>นักลงทุนจะจับตาดูตลาดหุ้นญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเริ่มการประชุมนโยบายการเงิน 2 วันในวันนี้ โดยคาดว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% เมื่อการประชุมสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.)</li>
	<li>องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลก และ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้ และปีหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีต่อสินค้าที่นำเข้าสู่ สหรัฐฯ</li>
	<li>สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 3 จุด สู่ระดับ 39 ใน เดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.67 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างที่มีการ นำเข้าจากต่างประเทศ อันเนื่องจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า</li>
	<li>ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว -2.1% ในไตรมาส 1/2568 ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.68 GDPNow คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยาย ตัว 2.3% ในไตรมาส 1/2568</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในคืนนี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน ก.พ., ราคานำเข้า-ส่งออก เดือนก.พ., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7103719.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก 5 ดอลลาร์ ตลาดจับตาประชุมเฟด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95817</link>
<guid isPermaLink="false">b828b33738c87b0fccbbc4894fdeff7c</guid>
<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 16:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (17 มี.ค.) โดยราคาทองคำยังคงยืนเหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมทั้งผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 5.00 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ 3,006.10 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>นักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟดในวันพุธนี้ (19 มี.ค.) รวมทั้งจับตาตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของเฟด และถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อประเมินว่าเฟดมีมุมมองอย่างไรต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้มาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์</p>

<p>ทั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะมีขึ้นในการประชุมเดือนมิ.ย.</p>

<p>สหรัฐฯเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการเมื่อคืนนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากมาตรการภาษีศุลกากรและและการเลิกจ้างพนักงานรัฐบาลกลางจำนวนมาก</p>

<p>สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านลดลง 3 จุด สู่ระดับ 39 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2567 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 42 โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ อันเนื่องจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า</p>

<p>นักวิเคราะห์จากบริษัท Heraeus Metals คาดการณ์ว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจในวันข้างหน้ายังคงอ่อนแอและสงครามการค้าทวีความรุนแรงมากขึ้น ก็จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำปรับตัวขึ้นอีก</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698333719859.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023102621defa1eed339f33c0163e916a71b9c2102252.jpg' type='image/jpg' length='290877' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 40 เซนต์ หลังทรัมป์ยืนยันเดินหน้าถล่มฮูตี (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95807</link>
<guid isPermaLink="false">e96a72d19560b9b4c21e3e28bb601222</guid>
<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 15:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (17 มี.ค.) หลังจากสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮูตี จนกว่าจะยอมยุติการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของจีนยังทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าอุปสงค์น้ำมันในประเทศจีนจะฟื้นตัวขึ้นด้วย</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 67.58 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 49 เซนต์ หรือ 0.69% ปิดที่ 71.07 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮูตีในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 มี.ค.) นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าอิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีใด ๆ ในอนาคตที่เกิดจากกลุ่มฮูตี</p>

<p>&ldquo;เราจะถือว่าขีปนาวุธทุกลูกที่ยิงจากกลุ่มฮูตีนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เป็นขีปนาวุธของผู้นำอิหร่าน ซึ่งอิหร่านจะต้องรับผิดชอบ และรับผลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาจะเลวร้ายมาก!&rdquo; ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social</p>

<p>ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจจีน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ยอดค้าปลีกในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ปรับตัวขึ้น 4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการบริโภคของจีนขยายตัวรวดเร็วในช่วงต้นปี โดยได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค</p>

<p>นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.34% แตะที่ระดับ 103.368</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันพุธ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310310237c3de70f1174df4623c9e0280053c153813.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าลบ 1.34 จุดแกว่งไซด์เวย์รับแรงขายทำกำไรกลุ่ม China Play กดดัน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95541</link>
<guid isPermaLink="false">96afe7fa9bb635ae560c71411d457e16</guid>
<pubDate>Mon, 17 Mar 2025 16:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,172.42 จุด ลดลง 1.34 จุด (-0.11%) มูลค่าซื้อขายราว 20,876 ล้านบาท</h3>

<p>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีแกว่งตัวในแดนบวกและลบสลับกัน โดยทำระดับสูงสุด 1,178.51 จุด และต่ำสุด 1,165.46 จุด</p>

<p>นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าแกว่งตัวไซด์เวย์ออกข้าง โดยที่มีแรงขายทำกำไรหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมาที่เป็นแรงกดดันดัชนี โดยเฉพาะกลุ่ม China Play ที่ปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมาก</p>

<p>ขณะเดียวกัน ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนภาพรวมตลาด โดยเฉพาะปัจจัยในประเทศ ทำให้ทิศทางของดัชนีเป็นการแกว่งรอปัจจัยที่จะสนับสนุนให้ขึ้นไปได้ ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น ตอบรับตัวเลขภาคการบริโภคของจีนออกมาดี และทางการจีนเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม</p>

<p>แนวโน้มช่วงบ่ายคาดว่าดัชนีแกว่งตัวไซด์เวย์ต่อไป โดยให้แนวต้าน 1,180 จุด แนวรับ 1,160 จุด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</p>

<p>PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,628.13 ล้านบาท ปิดที่ 29.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง</p>

<p>KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,575.88 ล้านบาท ปิดที่ 152.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท</p>

<p>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,139.01 ล้านบาท ปิดที่ 263.00 บาท ลดลง 4.00 บาท</p>

<p>SCC มูลค่าการซื้อขาย 995.43 ล้านบาท ปิดที่ 170.50 บาท ลดลง 0.50 บาท</p>

<p>GULF มูลค่าการซื้อขาย 830.69 ล้านบาท ปิดที่ 48.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวก หลังยอดค้าปลีกจีนโตแกร่ง บ่งชี้การบริโภคฟื้นตัว (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95524</link>
<guid isPermaLink="false">f033db2ffa8d40254f6eaf6e749f016b</guid>
<pubDate>Mon, 17 Mar 2025 15:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (17 มี.ค.) หลังจากจีนเปิดเผยว่ายอดค้าปลีกพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ แต่ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงหลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า การปรับฐานที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องปกติ</strong></h3>

<ul>
	<li>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 37,475.24 จุด เพิ่มขึ้น 422.14 จุด หรือ +1.14%</li>
	<li>ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 24,276.64 จุด เพิ่มขึ้น 316.66 จุด หรือ +1.32% และ</li>
	<li>ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,429.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.73 จุด หรือ +0.28%</li>
	<li>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 1.7% ส่วนดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.67%</li>
</ul>

<p>สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ปรับตัวขึ้น 4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าในเดือนธ.ค. 2567 ที่เพิ่มขึ้น 3.7% และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในโพลสำนักข่าวรอยเตอร์</p>

<p>ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ปรับตัวขึ้น 5.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแม้ว่าชะลอตัวลงจากเดือนธ.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 6.2% แต่ก็ยังขยายตัวรวดเร็วกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.3%</p>

<p>อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 197 จุด หรือ -0.47% แตะที่ระดับ 41,653 จุด ณ เวลา 11.43 น.ตามเวลาไทย หลังจากนายเบสเซนต์ให้สัมภาษณ์ในรายการ &ldquo;Meet the Press&rdquo; ของสถานีโทรทัศน์ NBC ในวันอาทิตย์ (16 มี.ค.)ว่า การที่ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะปรับฐาน (Correction) ถือเป็นเรื่องที่ปกติ</p>

<blockquote>
<p>&ldquo;ในฐานะที่ผมอยู่ในแวดวงธุรกิจด้านการลงทุนมานานถึง 35 ปี ผมสามารถบอกได้ว่า การที่ตลาดปรับฐานถือเป็นเรื่องดี และเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นผมจึงไม่กังวลเกี่ยวกับตลาด โดยในระยะยาวนั้น หากเรามีการนำนโยบายภาษีมาใช้ มีการผ่อนคลายกฎระเบียบ และมีความมั่นคงด้านพลังงาน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็จะปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น&rdquo;<cite>&nbsp;เขากล่าว</cite></p>
</blockquote>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2025030745d791f601352f757b8f8a954368021f102554.png' type='image/png' length='551434' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งในกรอบรับปัจจัยหนุนจากบริโภคจีนฟื้น เกาะติดประชุมเฟด-BOJ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95425</link>
<guid isPermaLink="false">4bfb8d73533a03f85a017379a8622f3c</guid>
<pubDate>Mon, 17 Mar 2025 10:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ แต่ย่งมีแรงหนุนจากแนวโน้มของเศรษฐกิจจีนที่ขึ้นเข้ามาช่วยหนุน Sentiment อยู่บ้าง หลังจากที่จีนมีการเปิดเผยรายงานพิเศษเมื่อวานนื้มีสัญญาณของการบริโภคที่ดีขึ้น</h3>

<p>อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ยังคงต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งยังคงต้องต์ดตามเกี่ยวกีบท่าทีของการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อ ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เปิดมาส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก</p>

<p>โดยให้แนวต้าน 1,180-1,185 จุด แนวรับ 1,160-1,165 จุด</p>

<p>ขณะที่ บล.ลิเบอเรเตอร์ ระบุว่า คาดว่าการประชุมเฟด 19 มี.ค. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.25-4.50% ตามเดิม แม้ว่าภาพเงินเฟ้อสหรัฐฯจะเริ่มชะลอตัวเล็กน้อย รวมทั้งภาพเศรษฐกิจสหรัฐก็เริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ยังเชื่อเฟดจะยังรอดูความชัดเจนของนโยบายภาษีของทรัมป์ก่อนตัดสินใจลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ ส่วนการประชุมธนาคารกลางอังกฤษคาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 4.5% เช่นกัน</p>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศสัปดาห์นี้ต้องเกาะติดการรายงานตัวเลขส่งออกไทยคาดยังขยายตัวได้ดี ผสานกับจับตาการประชุม ครม. จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เพิ่มเติมหรือไม่ สำหรับ SET ประเมินว่าระดับปัจจุบันตอบรับปัจจัยลบต่างๆ ไปมากแล้ว โดย Valuation ลงมาเทรดที่บริเวณ PE 12.3 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ไม่แพง ดังนั้น จึงมอง SET อยู่ในระดับที่น่าทยอยสะสม โดยเน้นกลุ่มหุ้นโซนล่างที่แนวโน้มกำไรยังขยายตัวได้ดี</p>

<h3>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</h3>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (14 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,488.19 จุด เพิ่มขึ้น 674.62 จุด หรือ +1.65%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,638.94 จุด เพิ่มขึ้น 117.42 จุด หรือ +2.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,754.09 จุด เพิ่มขึ้น 451.07 จุด หรือ +2.61%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,453.83 จุด เพิ่มขึ้น 400.73 จุด หรือ +1.08% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,430.81 จุด เพิ่มขึ้น 11.25 จุด หรือ +0.33% ดัชนีฮั่งเส็งเปิดที่ระดับ 24,226.00 จุด เพิ่มขึ้น 266.02 จุด หรือ +1.11%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (14 มี.ค.) 1,173.76 จุด เพิ่มขึ้น 14.12 จุด, +1.22% มูลค่าซื้อขาย 38,624.22 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (14 มี.ค.) 110.13 ลบ.</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.(14 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 63 เซนต์ หรือ 0.95% ปิดที่ 67.18 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 มี.ค.) อยู่ที่ 4.22 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 33.63 ทรงตัวจากวันศุกร์รอจับตาประชุมเฟด</p>

<p>&ndash; &ldquo;ทักษิณ ชินวัตร&rdquo; เปิดวิสัยทัศน์ในเวที The World&rsquo;s Next Opportunities and Beyond เผยประเทศไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็น &ldquo;ดิจิทัลฮับ&rdquo; เร่งทำ Sandbox-Stable Coin ผูกกับพันธบัตรรัฐบาล คาดชัดเจน 2-3 เดือนนี้ พ่วงทำ &ldquo;บล็อกเชน&rdquo; ของประเทศ เริ่มภายในปีนี้ พร้อมลดค่าไฟเหลือ 2.02-2.35 บาทหวังดึงต่างชาติลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ย้ำธุรกิจการแพทย์ อาหาร ท่องเที่ยว จะช่วยขับเคลื่อนไทยไปข้างหน้า</p>

<p>&ndash; &ldquo;นายกฯอิ๊งค์&rdquo; นัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลดินเนอร์นัดพิเศษ 21 มี.ค. หารือรับศึกอภิปราย ที่ รร.โรสวูด รอบนี้ รทสช. เจ้าภาพ ด้าน &ldquo;อนุสรณ์&rdquo; ชี้รัฐบาลถอยแล้ว แนะฝ่ายค้านยอมถอยเรื่องกรอบเวลา เพื่อให้การอภิปรายเดินหน้า &ldquo;วิสุทธิ์&rdquo; เผย &lsquo;พท.&rsquo; รอเคาะเวลา &lsquo;ซักฟอก&rsquo; 18 มี.ค.นี้ นายกฯปลื้มขอบคุณโพลพอใจรัฐบาล หลังผลโพลชี้ ประชาชน พึงพอใจผลงาน &ldquo;รัฐบาลแพทองธาร รอบ 6 เดือน&rdquo; ชื่นชอบนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ยกให้ ก.คมนาคม ขึ้นแท่นเบอร์ 1</p>

<p>&ndash; เจออีกศพที่ 6 คนงานหนุ่มชาวเมียนมา เหยื่อโครงการก่อสร้างทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ถนนพระราม 2 พังถล่ม ด้าน กทพ.แจงเร่งกู้ซากรื้อย้ายคานทางด่วนถล่มออกจากจุดเกิดเหตุคืบหน้าแล้วกว่า 40% ตั้งเป้าเปิดใช้ทางด่วนเฉลิมมหานครด่านดาวคะนองขาเข้าได้ภายใน 7 วัน ขณะที่ขาออกเปิดให้ได้ภายใน 30 วัน &ldquo;บัญชีกลาง&rdquo;แจง คลังชงครม.แก้กฎหมายเข้มไล่บี้ผู้รับเหมาไปแล้ว ยันไม่ได้ล่าช้าอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นตามขั้นตอน ส่วน &ldquo;สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย&rdquo; ลั่น หมดเวลาถอดบทเรียน ปัญหาโครงสร้างสาธารณะถล่มต้องแก้ที่ต้นตอ แนะ 7 มาตรการ ขณะที่ &ldquo;กทพ.&rdquo; แย้มรู้ปมเหตุถล่มแล้วแต่ขออุบไว้ก่อนไม่อยากชี้นำรอคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสรุปผลเองคาดไม่เกิน 20 วัน</p>

<p>&ndash; โบรกมอง &ldquo;ฟันด์โฟลว์&rdquo; ระยะข้างหน้า &ldquo;ไหลออก&rdquo; ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขาย &ldquo;ลดเสี่ยง&rdquo; จากความ &ldquo;ผันผวน&rdquo; นโยบาย กีดกันการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้น-บจ.จ่ายปันผล กดดันเงินอ่อนแตะ 35 บาทต่อดอลลาร์ แม้เงินต่างชาติไหลเข้าตลาดบอนด์ จับตาเงินทุนไหลออกหุ้นสหรัฐสูงสุดในปีนี้ หนีหุ้นสหรัฐหันซื้อหุ้นจีน หลังสงครามการค้า ปลุกตลาดหุ้นจีนฟื้น</p>

<h3>หุ้นเด่นวันนี้</h3>

<p>&ndash; SCGP (เคจีไอ) ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมายใหม่ 19.00 บาท ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นการคลังที่แข็งแกร่งขึ้นของจีนในปี 68 ที่มุ่งเป้าการบริโภคและอสังหาริมทรัพย์ แม้ตลาดยังคงสงสัยไม่แน่ใจ เราคาดการฟื้นตัวของกำไรอย่างต่อเนื่องเริ่มต้นใน Q1/68 สนับสนุนโดยปริมาณขายสูงขึ้น การขยายตัวของอัตรากำไร และการปรับโครงสร้างหนี้ที่ Fajar แม้การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาคบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยได้รับการสนับสนุนจากมาตรการการคลังของจีนและการเปลี่ยนไปสู่อุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งมอบโอกาสการเติบโตที่มีนัยสำคัญ</p>

<p>&ndash; TCAP (เอเอสแอล) แนะนำ &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย 54.75 บาท ประเมินกำไรสุทธิปี 68 เท่ากับ 7.05 พันล้านบาท +6%YoY โดยการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TTB (ถือ 24.93%) และ MBK (ถือ 22.64%) เป็นหลัก ทิศทางการเติบโตในปีนี้มาจาก TTB คาดกำไรสุทธิ 2.22 หมื่นล้านบาท (+5.6% YoY) แม้สินเชื่อโตต่ำและ NIM ชะลอตัว แต่ได้แรงหนุนจาก OPEX และ Credit Cost ที่ลดลง รวมถึงรับรู้ Tax Benefit ขณะที่ MBK แนวโน้มธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรมเติบโตตามท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ด้านบริษัทย่อยคาดหวังการฟื้นตัวของ THANI คุณภาพสินทรัพย์มีสัญญาณบวก</p>

<p>&ndash; STECON (ฟินันเซียไซรัส) แนะนำ &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท ประกาศรับงานก่อสร้าง Data Center 2 โครงการ มูลค่า 1.6 หมื่นลบ. ประกอบด้วย โครงการ CHN-1A และ CHN-2A จากบริษัท ควอตซ์ คอมพิวติ้ง จำกัด เริ่มงาน 1 เม.ย. 2025 ใช้เวลา 2 ปี ผลักดันให้ Backlog ปัจจุบันไต่ขึ้นเป็น 1.3 แสนลบ.เทียบเท่ารายได้ 3-4 ปี</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ 33.63 ทรงตัวจากวันศุกร์รอจับตาประชุมเฟด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95424</link>
<guid isPermaLink="false">e49500939f6bc24fc512868ffaba48cb</guid>
<pubDate>Mon, 17 Mar 2025 10:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เช้านี้เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.63 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาด เย็นวันศุกร์ที่ระดับ 33.62 บาท/ดอลลาร์ โดยภาพใหญ่ตลาดรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงกลางสัปดาห์ ส่วนวันนี้ตลาดรอติดตามยอดค้าปลีกเดือน ก.พ. ของสหรัฐฯ</h3>

<p>&ldquo;เงินบาททรงตัวจากปิดตลาดเมื่อเย็นวันศุกร์ ขณะที่สกุลเงินในภูมิภาคเคลื่อนไหวแบบผสมทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า&rdquo;</p>

<p>นักบริหาร เงิน กล่าว นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.50 &ndash; 33.80 บาท/ดอลลาร์</p>

<h3>ปัจจัยสำคัญ</h3>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 148.66 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 148.87 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0879 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.0856 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.671 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>นักวิชาการแนะรับบาลวางแนวทางรับมือผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าจากการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าที่ขยายวง กว้างออกไปจนส่งผลกระทบต่อภาวะการค้าโลก</li>
	<li>รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ชี้นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งผลให้เศรษฐกิจเผชิญ ความไม่แน่นอนยิ่งกว่าช่วงโควิด-19</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ โดยสัญญาทองคำ ตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 9.80 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ 3,001.10 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะเปิดเผยวันนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ เปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.พ., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนมี.ค.จากเฟดนิวยอร์ก และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนมี.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ดีดขึ้น 1% รับข่าวทรัมป์เปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นกลุ่มฮูตีในเยเมน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95422</link>
<guid isPermaLink="false">6e9edff94d0f342f148efe3163d211e7</guid>
<pubDate>Mon, 17 Mar 2025 10:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (17 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางการทหารครั้งใหญ่ต่อกลุ่มฮูตีในเยเมน จากการที่กลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีการเดินเรือในทะเลแดง พร้อมทั้งเตือนอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มฮูตี ว่าต้องหยุดให้การสนับสนุนในทันที</h3>

<p>ณ เวลา 07.16 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนเม.ย. ปรับตัวขึ้น 67 เซนต์ หรือ 1% แตะที่ระดับ 67.85 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>สหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นของกลุ่มฮูตีในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 มี.ค.) ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 ราย</p>

<p>รายงานระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายที่คลังกระสุนและคลังจรวดใกล้สถานีโทรทัศน์ของรัฐที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี ในย่านอัลจาร์ราฟ ผู้เห็นเหตุการณ์เห็นกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากย่านดังกล่าว และเกิดระเบิดขึ้นหลายครั้งหลังจากการโจมตีทางอากาศ</p>

<p>ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเปิดเผยในวันอาทิตย์ (16 มี.ค.) ว่า เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฝ่ายต่อสายหาลาฟรอฟเมื่อวันเสาร์ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มฮูตีในภูมิภาคทะเลแดง ขณะที่ลาฟรอฟตอบกลับด้วยการชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยุติการใช้กำลัง</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปเปิดทรงตัว นลท.โฟกัสภาษีทรัมป์, เจรจาหยุดยิงรัสเซีย-ยูเครน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95308</link>
<guid isPermaLink="false">75cf987264c8c26ab6432f6317210b83</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 16:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ตลาดหุ้นยุโรปเปิดแทบไม่ขยับในวันนี้ (14 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงให้ความสนใจกับนโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ รวมถึงการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 541.13 จุด ขยับขึ้น 0.69 จุด หรือ +0.13%</li>
	<li>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ 7,924.22 จุด ลดลง 13.99 จุด หรือ -0.18% และ</li>
	<li>ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ 22,501.34 จุด ลดลง 65.80 จุด หรือ -0.29%</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231106d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4163853.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองพุ่งแรง!! เปิดตลาดขึ้นพรวด 500 บาท รูปพรรณขายออกยืนเหนือ 48,000 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95306</link>
<guid isPermaLink="false">ae48c4b6a41b5eef2185a5af0e85819c</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 16:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<figure><img alt="" data-lazyloaded="1" data-ll-status="loaded" data-src="https://www.infoquest.co.th/wp-content/uploads/2025/03/8EE288FBABAF2097D0F5012973AC8738.jpg" decoding="async" src="https://www.infoquest.co.th/wp-content/uploads/2025/03/8EE288FBABAF2097D0F5012973AC8738.jpg" /></figure>

<h3><strong>ราคาทองคำในประเทศ เช้านี้ พุ่งขึ้นบาททองคำละ 500 บาท โดยทองรูปพรรณ ราคาทำ All time high ขึ้นไปทะลุ 48,000 บาท</strong></h3>

<p>เมื่อเวลา 09.07 น. สมาคมค้าทองคำ รายงานทองคำแท่ง (96.5%) ขายออกบาททองคำละ 47,500 บาท รับซื้อ บาททองคำละ 47,400 บาท ส่วนทองรูปพรรณ ขายออก บาททองคำละ 48,300 บาท รับซื้อ บาททองคำละ 46,541.20 บาท</p>

<p>บทวิเคราะห์จากบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงทำ All-time high ที่ 2,989 ดอลลาร์ จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า โดย &ldquo;ทรัมป์&rdquo; ขู่จะเรียกเก็บภาษีผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ และไวน์นำเข้าจาก EU สูงถึง 200% หลังจากที่ EU ประกาศเรียกเก็บภาษีวิสกี้ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 50%</p>

<p>รวมถึงสหรัฐฯ ได้มีการเปิดเผยดัชนี PPI เดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 3.2% ต่ำกว่าตลาดคาด และต่ำกว่าครั้งก่อน ส่วนกองทุน SPDR ซื้อทอง 7.17 ตัน</p>

<p>โดยราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญที่ 2,950-2,955 ดอลลาร์ และมีแรงซื้อเข้ามาอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคจาก Modified Stochastic ยังบ่งชี้การปรับตัวขึ้นได้ต่อ มีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะ 3,000 ดอลลาร์</p>

<p>ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ปรับตัวขึ้นแรงทะลุ 47,000 บาท คาดว่าราคาทองคำแท่งมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ต่อ จากสัญญาณซื้อที่เกิดขึ้น</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698333719859.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023102621defa1eed339f33c0163e916a71b9c2102252.jpg' type='image/jpg' length='290877' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.70 แข็งค่าสวนทางภูมิภาค ราคาทองหนุน คาดกรอบวันนี้ 33.55-33.85 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95303</link>
<guid isPermaLink="false">6de095e4493f7fb1a48a4092568f09c4</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 16:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดช่วงเย็นวานนี้ที่ 33.77 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงินภูมิภาค โดยได้รับแรงหนุนจากการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการค้าทองคำ หลังสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกเมื่อคืนปรับตัวเพิ่มขึ้นไปมากถึง 44.50 ดอลลาร์/ออนซ์</strong></h3>

<p>ขณะที่ทิศทางการลงทุนในประเทศยังไม่ค่อยสดใสมากนัก เนื่องจากตลาดมีความกังวลเรื่องการทำสงครามการค้าที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นจนอาจส่งผลกระทบต่อภาวะการค้าโลก</p>

<blockquote>
<p>&ldquo;บาทแข็งค่าลงมาจากเย็นวานนี้ สวนทางกับภูมิภาค เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการค้าทองที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 44 ดอลลาร์&rdquo;</p>
<cite>นักบริหารเงิน กล่าว</cite></blockquote>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.55 &ndash; 33.85 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>*ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 148.12 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 148.14 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0850 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0875 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.783 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>นายกฯ รับลูก กกร.แลกเปลี่ยนข้อมูลรับมือนโยบายทรัมป์ 2.0 ให้ใช้คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่รัฐบาลตั้งขึ้นเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนหลัง &ldquo;สนั่น&rdquo; ชูใช้โมเดลทีมไทยแลนด์เจรจากับสหรัฐฯ ด้าน ม.หอการค้าไทย คาดมูลค่าส่งออกไทยในปี 68 อาจจะลดลง 56,067 ล้านบาท ฉุดจีดีพี 0.30% แต่หากเดือน เม.ย.นี้ สหรัฐฯ ขึ้นภาษีกลุ่มรถยนต์เพิ่ม ไทยเสี่ยงสูญมูลค่าส่งออกเกิน 1 แสนล้านบาท</li>
	<li>&ldquo;แอตต้า&rdquo; ชี้หมดยุคจีนเที่ยวไทย 10 ล้านคนเหมือนในปี 2562 อีกทั้งให้ถึงเป้าขั้นต่ำ 7.3 ล้านคนยังเป็นไปได้ยาก มองต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2568 ได้แค่ 37 ล้านคน ไปไม่ถึงเป้ารัฐบาล 39 ล้านคน</li>
	<li>ทุนยานยนต์จีนสบช่อง เขตการค้าเสรี มาตรการส่งเสริมอีวี บุกไทย มองเป็นตลาดศักยภาพมีโอกาสขยายตัวสูง วางเป็นฐานการผลิต-ส่งออก เพิ่มความหลากหลายการผลิต สร้างอีโคโนมีส์ ออฟสเกล ด้านกลุ่มอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่งเริ่มขยับตัว ประเดิมร่วมงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ด้านลีสซิ่งไทยจับตาทุนจีนหาช่องแข่งขันปล่อยสินเชื่อ หวั่นต้นทุนการเงินได้เปรียบ</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เรียกเก็บภาษีต่อผลิตภัณฑ์สุราและแอลกอฮอล์จากสหภาพยุโรป (EU) สูงถึง 200% เพื่อตอบโต้ต่อการที่ EU เรียกเก็บภาษี 50% ต่อวิสกี้ที่นำเข้าจากสหรัฐ</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนม.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.7% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.3% และดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนม.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.8% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6%</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 220,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 226,000 ราย</li>
	<li>ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (13 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อคืนหลังจากที่ดอลลาร์ถูกเทขายเกือบตลอดทั้งสัปดาห์</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี (13 มี.ค.) โดยราคาทองคำเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมุดหมายสำคัญที่ระดับ 3,000 ดอลลาร์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลังจากเงินเฟ้อชะลอตัวลง</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯที่จะเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมี.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (ชัตดาวน์) ในวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะต้องส่งให้ปธน.ทรัมป์ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายภายในวันนี้ (14 มี.ค.) เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดพุ่ง $44.50 ทำนิวไฮ สงครามการค้าหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95301</link>
<guid isPermaLink="false">99954d1a85bc864501955582271098dc</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 16:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี (13 มี.ค.) โดยราคาทองคำเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมุดหมายสำคัญที่ระดับ 3,000 ดอลลาร์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลังจากเงินเฟ้อชะลอตัวลง</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 44.50 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 2,991.30 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ราคาทองคำปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเข้าซื้อทองคำ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า โดยสหภาพยุโรป (EU) ประกาศเรียกเก็บภาษีวิสกี้ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 50% เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่เรียกเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจากยุโรป ซึ่งส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ผ่านทางแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าจะรียกเก็บภาษีผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์และไวน์นำเข้าจาก EU สูงถึง 200%</p>

<p>แมคควอรี กรุ๊ป (Macquarie Group) คาดการณ์ว่าความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทำสถิติสูงสุดที่ระดับ 3,500 ดอลลาร์/ออนซ์ในไตรมาส 3 ปีนี้</p>

<p>ราคาทองคำยังได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ต่างก็ชะลอตัวลงมากกว่าคาดในเดือนก.พ.</p>

<p>รายงานระบุว่า กองทุน SPDR Gold Trust เพิ่มการถือครองทองคำสู่ระดับ 907.82 เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2566 ขณะที่ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ในเดือนก.พ.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231102975c62518acbdfde8d682027fe40311c154914.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.13 กังวลสงครามการค้าฉุดดีมานด์น้ำมัน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/95299</link>
<guid isPermaLink="false">44c59fe32e1e8a852621f763fb167832</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 16:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 1% ในวันพฤหัสบดี (13 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคและจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกชะลอตัวลง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อเสนอการหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครน</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ร่วงลง 1.13 ดอลลาร์ หรือ 1.67% ปิดที่ 66.55 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.07 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 69.88 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกรายงานเตือนเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด โดยคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกจะมีปริมาณมากกว่าอุปสงค์ราว 600,000 บาร์เรล/วันในปีนี้ พร้อมกับคาดว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.03 ล้านบาร์เรล/วัน ลดลงจากการคาดการณ์ในเดือนที่แล้ว 70,000 บาร์เรล/วัน โดยระบุถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะทำให้เศรษฐกิจมหาภาคอ่อนแอลง รวมถึงความตึงเครียดด้านการค้า</p>

<p>สหภาพยุโรป (EU) ประกาศเรียกเก็บภาษีวิสกี้ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 50% เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่เรียกเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจากยุโรป ซึ่งการดำเนินการของ EU ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ผ่านทางแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าจะรียกเก็บภาษีผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์และไวน์นำเข้าจาก EU สูงถึง 200%</p>

<p>ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียกล่าวเมื่อวานนี้ว่า รัสเซียเห็นพ้องกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับข้อเสนอหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่การหยุดยิงจะต้องนำไปสู่สันติภาพที่ถาวร และควรจะขจัดรากเหง้าของสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในครั้งนี้</p>

<p>ทางด้านปธน.ทรัมป์กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า รัสเซียจะถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างหนัก หากปธน.ปูตินปฏิเสธที่จะยอมรับข้อตกลงหยุดยิงกับยูเครนเป็นเวลา 30 วัน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 68</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310310237c3de70f1174df4623c9e0280053c153813.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งตัวแยังรับแรงหนุนจาก Thai ESGX แต่ความไม่แน่นอนนโยบายทรัมป์กดดัน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94803</link>
<guid isPermaLink="false">5cf3f62622cb47a5c886e390b25aee89</guid>
<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 16:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><strong>นักวิเคราะห์ฯ ระบุตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดแกว่งออกข้างรับปัจจัยหนุนต่อเนื่องจากการจัดตั้งกองทุน Thai ESGX ช่วยลดแรงขายจากกองทุน LTF ในระยะถัดไป ส่งผลให้เมื่อวานนี้ดัชนีพลิกกลับมาบวกแรง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศยังกดดันจากนโยบายด้านภาษีของสหรัฐที่ยังมีความไม่แน่นอน และเกิดความตึงเครียดจากการตอบโต้กัน โดยวานนี้สหรัฐประกาศเพิ่มการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาเป็น 50% ก่อนจะยกเลิกไป ให้กรอบแนวรับ 1,180 จุด และแนวต้าน 1,195-1,197 จุด</strong></h2>

<p>นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งออกข้าง โดยเมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการจัดตั้งกองทุน Thai ESGX ส่งผลให้เมื่อวานนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง โดยวันนี้คาดว่ายังพอหนุน Sentiment ได้บ้าง เพราะช่วยลดแรงขายจากกองทุน LTF ในระยะถัดไป</p>

<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศยังค่อนไปทางลบ จากนโยบายด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีความตึงเครียดจากการตอบโต้กันระหว่างประเทศผ่านนโยบายภาษี ซึ่งเมื่อคืนนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาเป็น 50% จากเดิม 25% โดยจะให้มีผลบังคับใช้ในช่วงเช้าของวันนี้ แต่ภายหลังเปลี่ยนกลับมาใช้มาตรการเดิม</p>

<p>ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังเห็นแรงหนุนได้อยู่แต่ Sentiment ต่างประเทศถ่วงคงทำให้อัพไซด์ไม่ได้ไกลมาก พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,180 จุด และแนวต้าน 1,195-1,197 จุด</p>

<p><strong>*ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<ul>
	<li>ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (11 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,433.48 จุด ลดลง 478.23 จุด หรือ -1.14%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,572.07 จุด ลดลง 42.49 จุด หรือ -0.76% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,436.10 จุด ลดลง 32.23 จุด หรือ -0.18%</li>
	<li>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีฮั่งเส็งเปิดที่ระดับ 23,859.23 จุด เพิ่มขึ้น 77.09 จุด หรือ +0.32% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,385.69 จุด เพิ่มขึ้น 5.86 จุด หรือ +0.17% และดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 36,763.10 จุด ลดลง 30.01 จุด หรือ -0.08%</li>
	<li>ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (11 มี.ค.) 1,187.63 จุด เพิ่มขึ้น 10.19 จุด (+0.87%) มูลค่าการซื้อขาย 49,570.68 ล้านบาท</li>
	<li>นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (11 มี.ค.) 994.42 ล้านบาท</li>
	<li>ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.(11 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ หรือ 0.33% ปิดที่ 66.25 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (11 มี.ค.) อยู่ที่ 4.44 เหรียญ/บาร์เรล</li>
	<li>เงินบาทเปิด 33.72/74 แข็งค่าตามภูมิภาค ตลาดจับตา CPI สหรัฐคืนนี้</li>
	<li>ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดบวก 10 จุด เด้งรับคณะรัฐมนตรี อนุมัติ &ldquo;Thai ESG Extra รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท &ldquo;พิชัย&rdquo; มั่นใจแรงขาย LTF จะน้อยลง ด้าน ก.ล.ต. คาดจะมีเม็ดเงินถูกโยกมา 75% จาก 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่สมาคม บลจ.ประเมินจะมีเม็ดเงินใหม่ถึง 3 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. 68</li>
	<li>&ldquo;คลัง&rdquo; ลง ครม.สัปดาห์หน้าคลอด พ.ร.ก.เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต.สอบสวนคดีอาญา ส่งอัยการสั่งฟ้อง หวังลดความเสียหาย เรียกความเชื่อมั่น ตลาดทุน ชี้ 3 มาตรการ &ldquo;ฟื้นธรรมาภิบาล บจ.-กระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้น-หุ้นเทคฯเมกะเทรนด์&rdquo; สร้างแรงจูงใจหุ้นไทย &ldquo;คลัง&rdquo; ระบุหุ้นไทยลงตามทิศทางโลก มั่นใจ Thai ESG Extra ช่วยดันหุ้นไทย</li>
	<li>รัฐบาลกางแผนดัน 12 โครงการใหม่ ปั๊ม GDP ประคองเศรษฐกิจไทยปี 2568 ตั้งเป้าหมาย ต้องโตเกิน 3% ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งกระตุ้นบริโภค แจกเงินหมื่น เร่งรัดการลงทุน ขับเคลื่อนการจ่ายภาครัฐผ่านโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟแลนด์บริดจ์ รวมทั้งเร่งรัดการส่งออกและท่องเที่ยว</li>
	<li>รัฐบาลจัดใหญ่เทศกาล &ldquo;สงกรานต์&rdquo; ทั่วประเทศ หวังดันติดท็อป 10 เทศกาลระดับโลก ตอกย้ำ &ldquo;World Event Hub&rdquo; ของไทย ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยว 3-4 ล้านคน คาดเงินสะพัดทั่วหล้า 2.5 หมื่นล้านบาท พร้อมยกระดับท่องเที่ยวเป็นเรือธงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 6 สายการบินเพิ่มไฟลต์ในประเทศ 7 วัน 2.5 หมื่นที่นั่ง พร้อมตั๋วลดราคา 30% หนุน &ldquo;พัทยา-หาดใหญ่&rdquo; คึกคัก บุ๊กกิ้งตั๋วล่วงหน้าพุ่ง คาดโลเกชั่นหลัก ทะลุ 100% ขณะที่ &ldquo;เชียงใหม่&rdquo; ยังเงียบยอดจองที่พักยังมาแค่ 30%</li>
	<li>บิ๊กอสังหาฯ ผนึกกำลังจี้รัฐบาล-แบงก์ชาติ เร่งคลอดยาแรงกระตุ้นกำลังซื้อ ลดโอน-จดจำนอง-แบงก์ชาติเร่งผ่อนคลาย LTV กู้วิกฤต ดึงกลุ่มกำลังซื้อสูง ซื้อบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 กู้เต็ม 100%</li>
	<li>&ldquo;แพทองธาร&rdquo; ยืนยันประชาชนกลุ่มอายุ 20-59 ปี ได้เงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ตแน่นอน เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล แต่ที่เลือกกลุ่ม 6-20 ปีก่อน เหตุเป็นเรื่องการใช้เทคโนโลยี ขอให้โหลดแอปฯ ทางรัฐไว้ได้เลย ส่วนการใช้จ่าย พลิกอีก ซื้อสินค้าได้ทุกอย่าง แต่จ่ายค่าน้ำ ไฟฟ้า ค่าเทอมไม่ได้</li>
	<li>รมว.แรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ ว่า วันที่ 12 มี.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ของคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งได้ให้นโยบายไปว่า ถึงเวลาที่จะต้องตอบผู้ใช้แรงงานแล้ว ซึ่งการประชุมจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ หลังประชุมไปเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.67 ก่อนที่จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ในบางพื้นที่เมื่อวันที่ 1 ม.ค.68 ซึ่งจะส่งสรุปผลการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปเมื่อ 1ม.ค.68 ให้แรงงานทุกจังหวัดทั่วประเทศรับทราบ</li>
</ul>

<p><strong>*หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<ul>
	<li>AAV (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 3.8 บาท ประเมินการท่องเที่ยวยังเด่น + ปัญหาค่าตั๋วยังแพงต่อเนื่องอีกหลายปีจากปัญหาอุปทาน เราประเมินแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยยังดีต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสเห็นการ Switching หรือ ปรับพอร์ตของนักลงทุนจาก AOT (ที่ยังมี Overhang ธุรกิจ Non-aero) มายังหุ้นสายการบินที่คาดกำไรไตรมาส 1/68 จะโตดีต่อเนื่อง (การท่องเที่ยวดี/ค่าตั๋วแพงแต่น้ำมันลง) ล่าสุดแม้รัฐบาลขอให้ลดค่าตั๋วช่วงสงกรานต์ แต่ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าเท่านั้น</li>
	<li>CPAXT (คิงส์ฟอร์ด) &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 33.58 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 3,960 ลบ. (+21%YoY, +103%QoQ) ได้แรงหนุนตามฤดูกาล, สินค้ากลุ่มอาหารสด, การขายผ่าน Omnichannel, และมาตรการกระตุ้นการบริโภค คาดแรงหนุนจะต่อเนื่องในไตรมาส 1/68 จากตรุษจีนและแจกเงินหมื่นเฟส 2 รวมถึง Easy E-Receipt ด้าน CPAXT เองวางเป้าปี 68 SSSG +high single digit%, GPM +60bsp, สัดส่วน Omnichannel 22%, และขยายสาขา 50 สาขา ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรปี68 และ 69 ของ CPAXT* ที่ 12,394 ลบ.( +17%YoY) และ 13,674 ลบ.(+10%YoY)</li>
	<li>BDMS (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 29.40 บาท มองเชิงบวกจากผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตรายได้ที่ 7-8% ใน H1/68 และตั้งเป้าอัตรากำไร EBITDA ที่ 24-25% ทั้งปี คาดรายได้คนไทยโต 5% และคนไข้ตปท.โตกว่า 10% โดยคนไทยโตจากทั้งจ่ายเงินเองและประกัน แต่จ่ายเองโตช้ากว่าจากภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้กลางๆ ส่วนรายได้สูงไม่กระทบมาก รายได้ประกัน ม.ค.โต 6% และส่วนรายได้คนไข้ตปท.โตดีแบบกระจายหลายประเทศ กลุ่มตอ.กลางโต 24-26% ใน 2 เดือนแรกและกลุ่ม CLMV โต 15%ใน ก.พ.68 vs 7% ปี 67 คาดผลกระทบความกังวล co-payment มีจำกัดผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์โรคง่ายมีราว 1-2% ของรายได้ทั้งหมด</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าร่วง 17.03 จุด กังวลนโยบาย “ทรัมป์” ป่วน รับแรงขายหุ้นใหญ่หลุดเกณฑ์ Thai ESGX (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94801</link>
<guid isPermaLink="false">501b7059c431d5e9020505b9fc010949</guid>
<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 16:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>SET ปิดเช้าวันนี้ 1,170.60 จุด ลดลง 17.03 จุด (-1.43%) มูลค่าซื้อขายราว 20,727 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ ระบุบตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลงใกล้โลว์เดิม-วอลุ่มบาง รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐ ทำให้มีแรงขายหุ้นใหญ่ออกมา โดยเฉพาะ TRUE, BCP เก็งไม่เข้าเกณฑ์ลงทุนของ Thai ESGX แนวโน้มช่วงบ่ายคาดยืนทรงตัวได้ ให้แนวรับ 1,160 จุด แนวต้าน 1,175 จุด</strong></p>

<ul>
	<li>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,170.60 จุด ลดลง 17.03 จุด (-1.43%) มูลค่าซื้อขายราว 20,727 ล้านบาท</li>
	<li>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดที่ 1,166.65 จุด จากจุดสูงสุด 1,186.57 จุด</li>
</ul>

<p>นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลงมาใกล้จุดต่ำสุดเดิม มูลค่าซื้อขายไม่มาก เป็นตามบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียที่มีทั้งบวกและลบ ตอบรับความไม่แน่นอนนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐที่กลับไปกลับมา ทำให้ตลาดคาดเดาลำบาก</p>

<p>หุ้นใหญ่อ่อนตัว ส่วนหนึ่งเป็นหุ้นที่อาจไม่ได้รับผลดีจากการโยกเม็ดเงินของกองทุน LTF ไปกอง Thai ESGX เพราะไม่เข้าเกณฑ์ลงทุน TRUE (-6.36%), BCP (-4.08%) ไม่ได้อยู่ SET ESG และอาจจะมีแรงขายอีกครั้งช่วงพ.ค.-มิ.ย.ที่ออกกองทุน Thai ESGX</p>

<p>แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายคาดว่าน่าจะยืนระดับนี้ได้ ให้แนวรับ 1,160 บาท แนวต้าน 1,175 จุด</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<ul>
	<li>PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,555.80 ล้านบาท ปิดที่ 27.50 บาท ลดลง 0.25 บาท</li>
	<li>TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,416.14 ล้านบาท ปิดที่ 10.30 บาท ลดลง 0.70 บาท</li>
	<li>AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,232.03 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท ลดลง 0.75 บาท</li>
	<li>DELTA มูลค่าการซื้อขาย 902.50 ล้านบาท ปิดที่ 71.25 บาท ลดลง 2.75 บาท</li>
	<li>KBANK มูลค่าการซื้อขาย 783.22 ล้านบาท ปิดที่ 150.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวก หลังประกาศเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94798</link>
<guid isPermaLink="false">ff899e248806a029ff689544859910bc</guid>
<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 15:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวกในวันนี้ (12 มี.ค.) หลังจากที่สหภาพยุโรป (EU) ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 2.6 หมื่นล้านยูโร ตั้งแต่เดือนเม.ย.เป็นต้นไป เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม</strong></p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน รวมถึงผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ อีกด้วย</p>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 538.55 จุด บวก 1.66 จุด หรือ +0.31%</li>
	<li>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ 8,006.04 จุด บวก 64.13 จุด หรือ +0.81% และ</li>
	<li>ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ 22,525.74 จุด บวก 196.97 จุด หรือ +0.88%</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4164154.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.72/74 แข็งค่าตามภูมิภาค ตลาดจับตา CPI สหรัฐคืนนี้ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94795</link>
<guid isPermaLink="false">ef10677c4a74faed09f14cdbc9a8b092</guid>
<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 15:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เช้านี้เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.72/74 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดตลาดเมื่อเย็นวานนี้ ที่ระดับ 33.80 บาท/ดอลลาร์</p>

<p>เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเช้านี้ เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ปัจจัยจากเมื่อคืนนี้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้นโยบายทางภาษีของแคนาดา จากปัจจัยสงครามการค้า ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลเรื่องกำแพงภาษี และความไม่แน่นอน ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นเล็กน้อย</p>

<p>สำหรับปัจจัยสำคัญวันนี้ ต้องติดตามการรายงานข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ. ของสหรัฐฯ</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.65 &ndash; 33.85 บาท/ดอลลาร์</p>

<pre>
ปัจจัยสำคัญ</pre>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 147.90/91 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 147.33 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0911/0912 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0914 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.894 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (11 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่ายูเครนยอมรับข้อเสนอการหยุดยิงเป็นเวลา 30 วัน ในสงครามการสู้รบกับรัสเซีย</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (11 มี.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนตลาด นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ยังทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงาน และอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน เพิ่มขึ้น 232,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.740 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.630 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.508 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค.</li>
	<li>สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลกลางได้รับเงินสนับสนุนต่อไปหลังจากวันศุกร์นี้ (14 มี.ค.) โดยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะชัตดาวน์ หรือการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เดินหน้าลดขนาดรัฐบาลลงอย่างมาก</li>
	<li>นักลงทุนจับตาผลกระทบของสงครามการค้า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียม จากแคนาดาเป็น 50% จากเดิม 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเช้าของวันพุธที่ 12 มี.ค. เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัฐออนแทริโอของแคนาดา ประกาศเรียกเก็บภาษีกระแสไฟฟ้าที่ส่งให้แก่สหรัฐฯ ในอัตรา 25%</li>
	<li>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7100929.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 22 เซนต์ เหตุดอลล์อ่อนหนุนแรงซื้อ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94791</link>
<guid isPermaLink="false">ee7aab15ac65c6c67277217ced1a26cc</guid>
<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 15:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (11 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรที่จะมีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาเป็นสองเท่า</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ หรือ 0.33% ปิดที่ 66.25 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 28 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 69.56 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.66% แตะระดับ 103.293 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยการอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากปธน.ทรัมป์ประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาเป็น 50% จากเดิม 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเช้าของวันพุธที่ 12 มี.ค. เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัฐออนแทริโอของแคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษีกระแสไฟฟ้าที่ส่งให้แก่สหรัฐฯ ในอัตรา 25%</p>

<p>สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 4.247 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 มี.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ เวลาประมาณ 21.30 น.ตามเวลาไทย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310310237c3de70f1174df4623c9e0280053c153813.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $21.50 อานิสงส์ดอลล์อ่อน-ตลาดจับตา CPI (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94793</link>
<guid isPermaLink="false">3e303a239127e973b0fdfce46487813c</guid>
<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 15:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (11 มี.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนตลาด นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อเศรษฐกิจทั่วโลกยังทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 21.50 ดอลลาร์ หรือ 0.74% ปิดที่ 2,920.90 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่ถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ นำมาใช้กับบรรดาประเทศคู่ค้านั้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยล่าสุดปธน.ทรัมป์ประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาเป็น 50% จากเดิม 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเช้าของวันพุธที่ 12 มี.ค. เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัฐออนแทริโอของแคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษีกระแสไฟฟ้าที่ส่งให้แก่สหรัฐฯ ในอัตรา 25%</p>

<p>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนก.พ.ในวันนี้ เวลาประมาณ 19.30 น.ตามเวลาไทย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนม.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนม.ค.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดาวโจนส์ปิดร่วง 890.01 จุด วิตกมาตรการภาษีฉุดศก.ถดถอย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94579</link>
<guid isPermaLink="false">d672ce733f2d09507ed5c25cc7748e30</guid>
<pubDate>Tue, 11 Mar 2025 15:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันจันทร์ (10 มี.ค.) เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรและความเป็นไปได้ที่จะมีการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือชัตดาวน์ ได้ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอย</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,911.71 จุด ลดลง 890.01 จุด หรือ -2.08%,</li>
	<li>ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,614.56 จุด ลดลง 155.64 จุด หรือ -2.70% และ</li>
	<li>ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,468.32 จุด ลดลง 727.90 จุด หรือ -4.00%</li>
</ul>

<p>นักวิเคราะห์จากหลายสำนักได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยโกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มโอกาสที่สหรัฐฯ จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็น 20% จากเดิมที่ระดับ 15% โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์และเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการจ้างงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ</p>

<p>ขณะที่มอร์แกน สแตนลีย์ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในปี 2568 ลงสู่ระดับ 1.5% จากเดิมที่ระดับ 1.9% เนื่องจากผลกระทบของนโยบายการค้าและการควบคุมผู้อพยพเข้าประเทศมีความรุนแรงมากกว่าที่ประเมินไว้</p>

<p>ทางด้านปธน.ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News เมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) โดยเขาปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปฏิกิริยาด้านลบที่ตลาดมีต่อความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีที่เขานำมาใช้กับประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ รวมทั้งปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นว่ากระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีที่ไม่แน่นอนของเขานั้น อาจผลักดันให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือไม่</p>

<p>ดัชนี S&amp;P500 ร่วงลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. และดัชนี Nasdaq ทรุดตัวลง 4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2565</p>

<p>ส่วนดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 19.21% ปิดที่ระดับ 27.86 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2567</p>

<p>หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&amp;P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลง 4.34% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 3.90% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 1.04% และ 0.95% ตามลำดับ</p>

<p>หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนัก เนื่องจากผลกระทบของเงินเยนที่แข็งค่าและการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น หลังจากนักลงทุนได้ลดการทำ Carry Trade ในสกุลเงินเยน ท่ามกลางความหวังที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้านี้</p>

<p>ทั้งนี้ ธุรกรรม Carry Trade คือการที่นักลงทุนกู้ยืมสกุลเงินเยนซึ่งมีต้นทุนต่ำ เพื่อนำไปซื้อสกุลเงินหรือสินทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า ซึ่งการลดการทำ Carry Trade ได้ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงหุ้น 7 บริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง หรือกลุ่ม &ldquo;Magnificent Seven&rdquo;</p>

<p>หุ้นเทสลา (Tesla) ร่วงลง 15.4% ซึ่งเป็นการดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2563 เนื่องจากความเชื่อมั่นที่มีต่อเทสลาลดน้อยลง หลังจากกระทรวงประสิทธิภาพของรัฐบาล (DOGE) ภายใต้การบริหารของอีลอน มัสก์ ได้ทำการปลดพนักงานของรัฐและลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1699558690012.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231109957085b71c5bbbff744c6d5a7879e15c143853.jpg' type='image/jpg' length='158285' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าพักตัวรับแรงกดดันกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ-แจกเงินดิจิทัลเฟส 3 ผลจำกัด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94577</link>
<guid isPermaLink="false">488124dff480157986e8da063ad943c3</guid>
<pubDate>Tue, 11 Mar 2025 15:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีพักตัว ตามทิศทางตลาดหุ้นโลก จากความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐอาจถดถอย เนื่องจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนโยบายด้านภาษี และการลดงบประมาณรายจ่าย ทำให้นักลงทุนอยู่ในโหมด Risk-Off</strong></h4>

<p>ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ที่ปรับลดลงมาสะท้อนว่าตลาด Risk-Off พอสมควร ส่งผลให้วันนี้ตลาดภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยอาจพักตัว แต่คาดหวังบ้านเราอาจลงน้อยกว่าภูมิภาคหลังจากวานนี้ลงไปลึกแล้ว อีกทั้งโครงสร้างมี Value Stock มากกว่า Growth Stock ทำให้เวลาปรับลงอาจลงน้อยกว่า</p>

<p>ด้านปัจจัยในประเทศ เมื่อวานนี้มีความคืบหน้าโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ในกลุ่มอายุ 16-20 ปี โดยคาดว่าวงเงินจะอยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเฟสอื่น ๆ ก่อนหน้า ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจและอัพไซด์ต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังจำกัด</p>

<p>อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังขาดแรงขับเคลื่อนที่มีเสถียรภาพ ปัจจัยบวกที่จะขับเคลื่อนในระยะถัดไปมองว่ามาตรการภาครัฐหวังว่าจะหา New S-curve ใหม่ ๆ เจอ ซึ่งตอนนี้ยังรออยู่ ด้านมาตรการเชื่อมั่นของตลาดทุน การโอนเงินจากกองทุน LTF มาสู่กอง ThaiESG 2 คาดว่าจะช่วยลดแรงขายลงได้บ้าง และโครงการออมเงินหุ้นระยะยาว (TISA) หากดึงดูดเม็ดเงินใหม่เข้าตลาดได็้ก็น่าจะช่วยหนุนสภาพคล่องให้ดีขึ้น ส่วนมาตรการอื่น ๆ รอความชัดเจนที่เห็นเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยให้ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง</p>

<p>โดยให้กรอบแนวรับ 1,170 จุด และแนวต้าน 1,190 จุด</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (10 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,911.71 จุด ลดลง 890.01 จุด หรือ -2.08%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,614.56 จุด ลดลง 155.64 จุด หรือ -2.70% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,468.32 จุด ลดลง 727.90 จุด หรือ -4.00%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 36,584.37 จุด ลดลง 443.90 จุด หรือ -1.20% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงที่ระดับ 23,274.86 จุด ร่วงลง 508.63 จุด หรือ -2.14% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนที่ระดับ 3,335.44 จุด ลดลง 30.72 จุด หรือ -0.91%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (10 มี.ค.) 1,177.44 จุด ลดลง 24.59 จุด (-2.05%) มูลค่าการซื้อขาย 34,290.22 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (10 มี.ค.) 3,386.47 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.(10 มี.ค.) ลดลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 66.03 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (10 มี.ค.) อยู่ที่ 4.38 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 33.95/96 อ่อนค่าตามภูมิภาค คาดกรอบวันนี้ 33.80 &ndash; 34.10</p>

<p>&ndash; ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย Thai ESG ใหม่ ชัดเจนในสัปดาห์นี้ พร้อมอยู่ระหว่างหารือกับพาณิชย์ เรื่อง &ldquo;ซื้อหุ้นคืน&rdquo; คาดเปิดตัวโครงการ Jump+ ช่วงเดือนพ.ค.นี้ ด้าน &ldquo;ชวินดา&rdquo; ย้ำกองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง (VAYU1) ยังมีเงินสดอีกหลายหมื่นล้านบาทเพื่อเข้าซื้อหุ้น โบรกฯ แนะ 8 หุ้นปันผลเด่นรับแรงซื้อเก็งมาตรการออมหุ้น TISA</p>

<p>&ndash; บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจเคาะดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เฟส 3 แจกกลุ่มเจน Z หรือช่วงอายุ 16-20 ปี จำนวน 2.7 ล้านคน เผยเป็นเฟสแรกที่ใช้ &ldquo;ฟูลลิ่งดิจิทัลเต็มสูบ&rdquo; พร้อมย้ำไม่แจกเงินสด</p>

<p>&ndash; &ldquo;เผ่าภูมิ&rdquo; เผยรัฐบาลเตรียมเงินก้อนใหม่ 1.5 แสนล้านบาท เข้ากระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 2-3 ของปีนี้ พร้อมหนุนภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ ผ่านการปรับโครงสร้างภาษีหนุนรถ PHEV-อัดสินเชื่อรถกระบะ เพื่อรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ เผยคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการระยะสั้น-ยาวหนุนตลาดหุ้นไทย แนะมองยาวหุ้นไทยรับพื้นฐานเศรษฐกิจ</p>

<p>&ndash; สมาคมค้าปลีกไทยกระทุ้งรัฐเร่งสางวิกฤติสินค้านำเข้าราคาต่ำทะลัก เปิดช่องการค้าไม่เป็นธรรมขยายวงกว้าง สะเทือน ผู้ประกอบการไทยหลายธุรกิจร้ายแรงขั้นปิดกิจการ แนะ 3 แนวทาง &ldquo;คุมเข้มคุณภาพสินค้า-ปรับโครงสร้าง ภาษี-ปิดช่องโหว่ต่างชาตินอมินี&rdquo; สร้างสมดุล ลดเหลื่อมล้ำการแข่งขัน ปกป้องผู้บริโภค เสริมแกร่งเศรษฐกิจระยะยาว</p>

<p>&ndash; เวทีสมาคมเศรษฐศาสตร์ เตือนรับมือทรัมป์ &ldquo;ดอน&rdquo; หวั่นทั่วโลกหันใช้มาตรการสงครามการค้า เตือนค่าเงินทั่วโลกผันผวน &ldquo;กอบศักดิ์&rdquo; ชี้ผลกระทบเพิ่งเริ่มต้น จับตาลากยาวต่ออีก 4 ปี ชี้ความขัดแย้งอาจไม่กระทบเฉพาะเศรษฐกิจ &ldquo;ทีดีอาร์ไอ&rdquo; มองผลกระทบยังมีโอกาส เร่งหาตลาดใหม่ ส.อ.ท.จี้รัฐศึกษาและตั้งรับวิกฤติกระทบภาคธุรกิจ &ldquo;ปิติ&rdquo; หวั่นไทยอยู่ตรงกลาง รับศึกหนัก แนะสร้างอำนาจต่อรองอาเซียน</p>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&ndash; PRTR (ลิเบอเรเตอร์) ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 6.30 บาท บริษัทตั้งเป้าการเติบโตปี 2568 ที่แข็งแกร่ง โดยประเมินพอร์ตธุรกิจ Outsource จะเพิ่มขึ้น +13% เป็น 21,500 คน ส่วนธุรกิจ Recruitment ตั้งเป้าจัดหา 2,800 ตำแหน่ง (+14.8%) และ 3 ธุรกิจใหม่จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น Upside ส่วนเพิ่มอาจจะมาจากการทำ M&amp;A คาดกำไรปีนี้ขยายตัว +24% ท่ามกลาง PE ปัจจุบันที่ 8 เท่า และอัตราปันผลสูงราว 8% น่าทยอยสะสม</p>

<p>&ndash; CENTEL (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐานที่ 41.86 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อเป้าหมายสำหรับทั้งโรงแรมเติบโตราว 23% มาจากส่วนของ RevPar ราว 4,500 -4,800 บาท และอัตราการเข้าพักที่ 74-77% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 71% และ ADR คาดเพิ่มขึ้น 7-10% และธุรกิจอาหารตั้งเป้า SSSG เพิ่มขึ้นราว 3-5% ในปี 2568 เปิดสาขาเพิ่มขึ้น 50-70 สาขา คาดหนุนโตราว 6-8% ธุรกิจโรงแรมแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากกลุ่ม upscale and luxury hotels (Centara Grand, Centara Reserve) และคาด Centara Mirage Pattaya กับ Centara Karon จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจโรงแรมสำหรับปีนี้</p>

<p>&ndash; AWC (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 4.20 บาท การปรับลงในช่วงที่ผ่านมาจากความกังวลต่อความปลอดภัยของการท่องเที่ยวไทย CAPEX และการเลื่อนการเปิดโรงแรมใหม่กระทบต่อการปรับลดประมาณกำไรปี 68 ราว 10% แต่เชื่อว่าสะท้อนราคาหุ้นแล้วปรับลง -9.6% จากจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ 26 ก.พ.68 ที่มีการรายงานงบ Q4/67 ส่งผลให้ราคาปัจจุบันอยู่ในโซนต่ำใกล้เคียงจุดต่ำสุดของช่วง Covid-19 ที่ 2.90 บาท แรงขับเคลื่อนของราคาจะมาจากแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/68 คาดโต QoQ และ YoY จาก High season ท่องเที่ยวไทย ขณะที่ไตรมาส 2-3 คาดได้ประโยชน์เราเที่ยวด้วยกันเชื่อเห็นความคืบหน้าเดือนนี้หนุนกำไรปี 68 ขยายตัว</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าลบ 7.45 จุด แกว่งลงตามตปท.กังวลเศรษฐกิจสหรัฐ แรงซื้อกลุ่ม Defensive ช่วยพยุง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94576</link>
<guid isPermaLink="false">091d2289f849499415d71a6dbe9c024f</guid>
<pubDate>Tue, 11 Mar 2025 15:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><em><strong>SET ปิดเช้าวันนี้ที่ระดับปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,169.99 จุด ลดลง 7.45 จุด (-0.63%) มูลค่าซื้อขาย 20,026.47 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าปรับลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศตอบรับความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยจึงเกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมามาก แต่ช่วงท้ายภาคเช้าลดช่วงลบลงรับแรงซื้อกลุ่ม Defensive แนวโน้มภาคงบ่ายคาดแกว่งในกรอบ ให้แนวต้าน 1,180 จุด แนวรับ 1,160 จุด</strong></em></h2>

<ul>
	<li><strong>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,169.99 จุด ลดลง 7.45 จุด (-0.63%) มูลค่าซื้อขาย 20,026.47 ล้านบาท</strong></li>
	<li><strong>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ทำจุดต่ำสุดในรอบ 6 ปีที่ 1,160.99 จุด และสูงสุด 1,172.69 จุด</strong></li>
</ul>

<p>นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวลงต่อในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียลงไปตามตลาดหุ้นสหรัฐ ปัจัยกดดันหลักมาจากความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ทำให้เกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา เพื่อรอดูท่าทีการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ</p>

<p>อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายการซื้อขายภาคเช้าของตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นแรงซื้อกลับมาในหุ้นบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Defensive เช่น โรงพยาบาล สื่อสาร รวมถึงกลุ่มแบงก์บางตัว ทำให้ดัชนีลดช่วงลบลงมาได้ แม้ว่ายังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม</p>

<p>แนวโน้มช่วงบ่ายคาดว่าแกว่งในกรอบ โดยให้แนวต้าน 1,180 จุด แนวรับ 1,160 จุด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<ul>
	<li>PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,595.98 ล้านบาท ปิดที่ 27.25 บาท ลดลง 1.00 บาท</li>
	<li>AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,284.96 ล้านบาท ปิดที่ 38.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง</li>
	<li>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,081.82 ล้านบาท ปิดที่ 269.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท</li>
	<li>CPALL มูลค่าการซื้อขาย 791.61 ล้านบาท ปิดที่ 50.00 บาท ลดลง 0.50 บาท</li>
	<li>GULF มูลค่าการซื้อขาย 702.09 ล้านบาท ปิดที่ 48.00 บาท ลดลง 0.75 บาท</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $14.70 จากแรงขายทำกำไร จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94571</link>
<guid isPermaLink="false">13783e48fa1c1d4bbe318e10dac22840</guid>
<pubDate>Tue, 11 Mar 2025 15:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (10 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวนักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 14.70 ดอลลาร์ หรือ 0.50% ปิดที่ 2,899.40 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>จิม วิคคอฟฟ์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Kitco Metals กล่าวว่า ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยเนื่องจากแรงขายทำกำไร แต่คาดว่าราคาทองคำจะยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ รวมทั้งความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะถดถอย</p>

<p>โกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มโอกาสที่สหรัฐฯ จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็น 20% จากเดิมที่ระดับ 15% ขณะที่มอร์แกน สแตนลีย์ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในปี 2568 ลงสู่ระดับ 1.5% จากเดิมที่ระดับ 1.9% เนื่องจากกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ</p>

<p>นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนม.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนม.ค.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.01 กังวลมาตรการภาษีกระทบศก.-ดีมานด์น้ำมัน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94570</link>
<guid isPermaLink="false">68911b5625876e15b67b983890b2077e</guid>
<pubDate>Tue, 11 Mar 2025 15:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (10 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ ประกาศใช้กับแคนาดา เม็กซิโก และจีนนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกและทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 66.03 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.08 ดอลลาร์ หรือ 1.53% ปิดที่ 69.28 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดต่าง ๆ ทัว่โลก โดยปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% ก่อนที่จะเลื่อนการเรียกเก็บภาษีออกไป 1 เดือน โดยแคนาดาและเม็กซิโกเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันปธน.ทรัมป์ได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 20%</p>

<p>นักลงทุนยังวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยและส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยโกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มโอกาสที่สหรัฐฯ จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็น 20% จากเดิมที่ระดับ 15% และมอร์แกน สแตนลีย์ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในปี 2568 ลงสู่ระดับ 1.5% จากเดิมที่ระดับ 1.9% เนื่องจากกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ</p>

<p>นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่เศรษฐกิจจีนเผชิญภาวะเงินฝืด และการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 138,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565</p>

<p>นักลงทุนจับตาเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และยูเครนจัดการเจรจาในสัปดาห์นี้ที่ซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะปูทางให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย และจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำมันในตลาดมากขึ้น</p>

<p>ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันพุธ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 33.50-34.20 จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94368</link>
<guid isPermaLink="false">60e674be2862c7e0f0c6da4a40a610d1</guid>
<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 15:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.20 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.62 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายผันผวนในช่วง 33.56-34.32 บาท/ดอลลาร์</strong></p>

<p>ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลื่อนเก็บภาษีบางส่วนสำหรับเม็กซิโกและแคนาดาอีกครั้ง ส่วนผู้นำยุโรปถูกกระตุ้นให้เพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมเมื่อสหรัฐฯลดการสนับสนุนทางทหารในภูมิภาค โดยเยอรมันพลิกท่าทีครั้งสำคัญสู่การผ่อนคลายวินัยการคลังซึ่งคาดว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านความมั่นคงสูงถึง 3-3.5% ของจีดีพี ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าและอาจต้องใช้จ่ายเพิ่ม 7 แสนล้านยูโรถึง 1 ล้านล้านยูโร แผนนี้ยังรวมถึงการจัดตั้งกองทุนพิเศษ 5 แสนล้านยูโรสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใน 10 ปีข้างหน้า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมันกระชากขึ้น ทางด้านธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)ลดดอกเบี้ยตามคาด ขณะที่ตลาดมองว่าอีซีบีอาจเข้าสู่โหมดชะลอการลดดอกเบี้ยนับจากนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 4,364 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 7,575 ล้านบาท</p>

<p>สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ ตลาดจะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐฯ รวมถึงความคืบหน้าแผนใช้จ่ายของเยอรมัน</p>

<p>อนึ่ง การที่ค่าเงินดอลลาร์ย่อลงหลังจากการประกาศกำแพงภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ สะท้อนว่าผู้ร่วมตลาดกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯซึ่งมีส่วนทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปีลดลงสู่บริเวณ 4.3% จากเหนือระดับ 4.8% เมื่อกลางเดือนมกราคม ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯหลายรายการออกมาแผ่วกว่าคาด บดบังความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่าแผนของทรัมป์ในการผ่อนคลายกฎระเบียบและการลดภาษีในประเทศจะช่วยหนุนการเติบโต</p>

<p>อย่างไรก็ดี การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ยังแข็งแกร่งและเอื้อให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ตรึงดอกเบี้ยในเดือนนี้ ทั้งนี้ สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าบ่งชี้ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 75bps ก่อนสิ้นปี 68 สอดคล้องกับกรณีฐานของเรา ทางด้านค่าเงินเยนอาจได้แรงหนุนต่อเนื่องขณะที่แนวโน้มค่าจ้างเฉลี่ยสูงขึ้น เปิดทางธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)ขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า</p>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ของไทยเพิ่มขึ้น 1.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ CPI พื้นฐานสูงขึ้น 0.99% โดยกระทรวงพาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในช่วง 1.1-1.2% ในไตรมาสปัจจุบัน</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231102a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7155131.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.72 แนวโน้มแกว่ง sideways ในกรอบ 33.60-33.80 รอปัจจัยใหม่ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94224</link>
<guid isPermaLink="false">5e3576b2fb744d893fdcc0807985b179</guid>
<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 09:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.72 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดสัปดาห์ก่อน ที่ระดับ 33.64 บาท/ดอลลาร์</strong></p>

<p>โดยตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน ทยอยอ่อนค่าลง ในลักษณะ Sideways Up หลังเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น ตามการส่งสัญญาณของประธานเฟด ที่ย้ำจุดยืนไม่เร่งรีบลดดอกเบี้ย และคงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีทิศทางที่ดี (ขณะที่ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลแนวโน้มเกิดภาวะ Stagflation)</p>

<p>ปัจจัยสำคัญสัปดาห์นี้ ตลาดรอลุ้นรายงานเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ พร้อมจับตาพัฒนาการของปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อย่างการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 โดยเฉพาะนโยบายกีดกันทางการค้า ส่วนปัจจัยฝั่งไทย ตลาดจะรอติดตามรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนก.พ. ที่อาจมีแนวโน้มทยอยปรับตัวสูงขึ้น ตามการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย</p>

<p>สำหรับแนวโน้มเงินบาท อาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ไปก่อน บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ทั้งนี้ แนวโน้มเงินบาทจะขึ้นกับทิศทางราคาทองคำด้วยเช่นกัน โดยหากราคาทองคำยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน ก็อาจเป็นเรื่องยากที่จะเห็นเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นชัดเจนอีกครั้ง</p>

<blockquote>
<p>&ldquo;เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติม โดยต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์ เงินหยวนจีน รวมถึงราคาทองคำ&rdquo;</p>
<cite>นายพูน ระบุ</cite></blockquote>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ระดับ 33.60-33.80 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 147.21 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ ที่ระดับ 147.38/42 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0868 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ ที่ระดับ 1.0860/0866 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.750 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>&ldquo;อิ๊งค์&rdquo; นัดประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจวันนี้ เคาะดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 วงเงิน 1.75 แสนล้าน แจก 17.5 ล้านคน ลุ้นกลุ่มวัยรุ่น 16-20 ปี 2 ล้านกว่าคน ได้ใช้ก่อน เริ่มกลาง พ.ค. หรือต้น มิ.ย. พร้อมรื้อเงื่อนไขใหม่ ยกเลิกสินค้าต้องห้าม</li>
	<li>นายกรัฐมนตรี, รมว.คลัง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้มีการหารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อหามาตรการกระตุ้นตลาดหุ้นให้มีความเชื่อมั่น นักลงทุนกลับมาซื้อขายเช่นเดิม และต้องการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เติบโต 3.5% โดยภายในเดือน มี.ค.นี้ จะมีความชัดเจนเรื่องมาตรการฟื้นความเชื่อมั่นและผลักดันให้จีดีพีไทยไปถึงเป้าหมายให้ได้</li>
	<li>&ldquo;สนั่น&rdquo; เผย 13 มี.ค.นี้ &ldquo;นายกฯ อิ๊งค์&rdquo; เชิญ กกร.หารือวางแผนรับมือทรัมป์ 2.0 หลังก่อนหน้านี้ กกร.เสนอให้ตั้งทีมเฉพาะกิจเตรียมความพร้อมก่อนส่งออกไทยเดี้ยง พร้อมแนะรัฐแจงไทยก็เสียเปรียบดุลการค้าบริการสหรัฐฯ ต่อเนื่องด้วย</li>
	<li>กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นในวันนี้ (10 มี.ค.) ว่า ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 2.576 แสนล้านเยน (1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนม.ค. โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่ญี่ปุ่นขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เนื่องจากยอดนำเข้าทะยานขึ้น</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 151,000 ตำแหน่งในเดือน ก.พ. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 159,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 125,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.1% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.0% ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ</li>
	<li>ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวในการประชุมว่าด้วยนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่มหาวิทยาลัยชิคาโกเมื่อวันศุกร์ (7 มี.ค.) ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการขยายตัวที่ดี ขณะที่ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง และเงินเฟ้อกำลังไปสู่เป้าหมายที่เฟดกำหนดไว้ นอกจากนี้ พาวเวลกล่าวว่า เฟดจะรอความชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่เฟดจะดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งตลาดคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงรวม 0.76% ภายในสิ้นปีนี้ โดยเริ่มในเดือนมิ.ย.</li>
	<li>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวกับผู้นำในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีเมื่อวันศุกร์ (7 มี.ค.) ว่า เขากำลังทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพวกเขา และจะยังคงสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโทฯ ต่อไป</li>
	<li>ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ม.ค., ดัชนีราคาผู้บริโภค, ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ., ดัชนีความเชื่อมั่นและมุมมองคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค (เบื้องต้น) สำหรับเดือนมี.ค. รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310168cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49161438.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผันผวน กังวลมาตรการภาษีทรัมป์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94223</link>
<guid isPermaLink="false">4e845b78d62640d1434b9a224096d113</guid>
<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 09:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผันผวนในวันนี้ (10 มี.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ</strong></p>

<p>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 36,972.59 จุด เพิ่มขึ้น 85.42 จุด หรือ +0.23% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,115.98 จุด ลดลง 115.32 จุด หรือ -0.47% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,373.26 จุด เพิ่มขึ้น 0.71 จุด หรือ +0.02%</p>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดบวก 0.35% ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ส่วนดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดปรับตัวขึ้น 0.20%</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ประกาศเลื่อนเวลาการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในอัตรา 25% ออกไปจนถึงวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งการยกเว้นภาษีดังกล่าวจะมีผลกับสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA)</p>

<p>อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบแรกในอัตรา 10% มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 ก.พ. และจากนั้นเพียงหนึ่งเดือนก็ได้เรียกเก็บภาษีจากจีนเพิ่มอีก 10% ส่งผลให้อัตราภาษีที่เรียกเก็บจากจีนเพิ่มขึ้นเป็น 20%</p>

<p>นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะเดินหน้าบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับทุกประเทศที่เก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในวันที่ 2 เม.ย.</p>

<p>ทางด้านเศรษฐกิจจีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเงินฝืด หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ลดลง 0.7% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนม.ค.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2025030745d791f601352f757b8f8a954368021f102554.png' type='image/png' length='551434' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นยุโรปปิดลบ นโยบายการค้า-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐถ่วงตลาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94220</link>
<guid isPermaLink="false">904734b700e270a333714cd1ea1c05fe</guid>
<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 09:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันศุกร์ (7 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเผชิญกับความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งสัปดาห์ และประเมินรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ซึ่งออกมาต่ำกว่าคาด</h2>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 553.35 จุด ลดลง 2.55 จุด หรือ -0.46%</p>

<p>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,120.80 จุด ลดลง 76.87 จุด หรือ -0.94%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,008.94 จุด ลดลง 410.54 จุด หรือ -1.75% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 8,679.88 จุด ลดลง 2.96 จุด หรือ -0.03%</p>

<p>ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลง 0.7% ในรอบสัปดาห์นี้ และยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 10 วันซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2567</p>

<p>เมื่อวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ระงับการเก็บภาษี 25% ที่เขากำหนดไว้สำหรับสินค้าส่วนใหญ่จากแคนาดาและเม็กซิโกในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในนโยบายการค้าของเขาที่ทำให้ตลาดเริ่มมองว่ามีการใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองมากขึ้น</p>

<p>ทรัมป์ได้กำหนดภาษีการค้ากับสองประเทศนี้ในวันอังคาร (4 มี.ค.) และตามมาด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ที่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่</p>

<p>&ldquo;เนื่องจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงไปมา มีความไม่แน่นอนมากในขณะนี้ เรายังไม่รู้เลยว่าภาษีที่ยุโรปจะถูกเรียกเก็บจะเป็นอย่างไร&rdquo; ซูซานนา สตรีเตอร์ หัวหน้าฝ่ายการเงินและตลาดที่ Hargreaves Lansdown กล่าว</p>

<p>อย่างไรก็ตาม จีนไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้ และตอนนี้ต้องเผชิญกับภาษี 20% สำหรับการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ขณะที่มีการเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่าการนำเข้าของจีนลดลงเกินคาด</p>

<p>หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคชาวจีนร่วงลง โดยหุ้นเบอร์เบอรี (Burberry) ร่วง 6.8%, หุ้นเคอริง (Kering) ร่วง 3.9% และหุ้นหลุยส์วิตตอง (LVMH) ร่วง 2.8%</p>

<p>ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราทั่วของยุโรป ร่วงลงประมาณ 2.7%</p>

<p>กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและบริการ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศเป็นกลุ่มที่ลดลงมากที่สุดโดยลดลง 1.8% ขณะที่กลุ่มเหมืองแร่ลดลง 1.6% เนื่องจากราคาทองแดงปรับตัวลง</p>

<p>แต่หุ้นกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 2.1% สวนทางตลาด</p>

<p>ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาดช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก</p>

<p>ตลาดหุ้นเยอรมนีทำผลงานได้ดีกว่าตลาดอื่น ๆ ในสัปดาห์นี้จากความหวังเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านการคลังที่เพิ่มขึ้น</p>

<p>เยอรมนีมีแผนสร้างกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 5 แสนล้านยูโร (5.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) และปรับปรุงกฎการกู้ยืม</p>

<p>ส่วนการลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ โดย ECB เตือนถึงความไม่แน่นอนอย่างมาก และเพิ่มโอกาสที่ ECB อาจจะหยุดการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนหน้า</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4164154.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์จากความไม่แน่นอนนโยบายการค้าสหรัฐ-วันนี้รอลุ้นมาตรการกระตุ้นศก.ไทย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94218</link>
<guid isPermaLink="false">99f8c244c44373a797d604a7238fba5f</guid>
<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 09:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ จากนโยบายการค้าของสหรัฐที่มีความไม่แน่นอน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเปลี่ยนคำสั่งกลับไปกลับมา ขณะที่สหรัฐยังเก็บภาษีนำเข้าจากจีนที่มีผลแล้ว ซึ่งจีนประกาศเก็บภาษีตอบโต้ด้วย ทั้งนี้ต้องติดตามความคืบหน้าของสงครามการค้า</strong></h4>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะมีการพิจารณาแจกเงินหมื่น เฟส 3 แต่อาจจำกัดกลุ่ม โดยรอบนี้จะแจกให้กลุ่มวัยรุ่นหลังจากแจกกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผุ้สูงอายุแล้ว นอกจากนี้การเมืองในประเทศก็มีความไม่แน่นอน โดยฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ลบชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุคคลที่ถูกพาดพิง หากฝ่ายค้านไม่ดำเนินการตามอาจจะไม่เห็นการอภิปรายในช่วงปลายเดือนมี.ค.</p>

<p>ในสัปดาห์นี้ ให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ. และ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.พ.</p>

<p>โดยให้แนวรับ 1,185 จุด แนวต้าน 1,212-1,215 จุด</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วง นักลงทุนกังวลนโยบายภาษีทรัมป์ไม่แน่นอน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94017</link>
<guid isPermaLink="false">b474a4054ec09639887f7b75297b616c</guid>
<pubDate>Fri, 07 Mar 2025 10:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><strong>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วงลงในวันนี้ (7 มี.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลการค้าเดือนม.ค.-ก.พ.ของจีนในวันอาทิตย์นี้</strong></h2>

<ul>
	<li>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,198.30 จุด ลดลง 506.63 จุด หรือ -1.34%</li>
	<li>ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,182.02 จุด ลดลง 187.69 จุด หรือ -0.77% และ</li>
	<li>ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 3,373.18 จุด ลดลง 7.92 จุด หรือ -0.23%</li>
	<li>ดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดร่วงลง 1.28% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.15%</li>
</ul>

<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศในวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) ว่า เขาจะเลื่อนเวลาการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในอัตรา 25% ออกไปจนถึงวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งการยกเว้นภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้กับสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA)</p>

<p>การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเลื่อนเวลาการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดาและเม็กซิโกออกไป 1 เดือน</p>

<p>สำนักงานศุลกากรจีนมีกำหนดเปิดเผยข้อมูลการค้าในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.ในวันอาทิตย์นี้ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าการขยายตัวของยอดส่งออกจะชะลอลงสู่ระดับ 5% เมื่อเทียบรายปี และคาดว่าการขยายตัวของยอดนำเข้าจะทรงตัวที่ระดับ 1%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2025030745d791f601352f757b8f8a954368021f102554.png' type='image/png' length='551434' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปทรงตัว หลัง ECB ลดดอกเบี้ยช่วยพยุงตลาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94016</link>
<guid isPermaLink="false">a3f752f37987c81f153aa5757330b495</guid>
<pubDate>Fri, 07 Mar 2025 10:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามคาด ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่เพิ่มขึ้นกดดันตลาด</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 555.90 จุด ลดลง 0.19 จุด หรือ -0.03%</li>
	<li>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,197.67 จุด เพิ่มขึ้น 23.92 จุด หรือ +0.29%,</li>
	<li>ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,419.48 จุด เพิ่มขึ้น 338.45 จุด หรือ +1.47% และ</li>
	<li>ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 8,682.84 จุด ลดลง 73.00 จุด หรือ -0.83%</li>
</ul>

<p>ดัชนี STOXX 600 ฟื้นตัวขึ้นจากที่ร่วงลง 0.9% และปิดตลาดทรงตัว</p>

<p>ECB ลดดอกเบี้ยตามคาดและส่งสัญญาณว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากเงินเฟ้อกลับสู่ระดับปกติ แม้ว่ายุโรปเผชิญกับความเสี่ยงจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ และแผนเพิ่มงบประมาณด้านการทหาร ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ</p>

<p>ECB มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามการคาดการณ์ของตลาด และเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 6 นับตั้งแต่ ECB เริ่มวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. 2567</p>

<p>การปรับลดอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.50% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.90% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.65%</p>

<p>หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 0.8% ทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ถูกกดดันจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นธนาคารของอังกฤษ โดยหากไม่นับรวมสหราชอาณาจักร ดัชนีหุ้นธนาคารยุโรปปรับตัวขึ้น 2.6% ขณะที่ดัชนีหุ้นธนาคารในตลาดลอนดอนลดลง 2.7%</p>

<p>หุ้นกลุ่มก่อสร้างและวัสดุ และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเป็นกลุ่มที่ได้แรงหนุนมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 2.2% และ 0.9% ตามลำดับ</p>

<p>พรรคร่วมรัฐบาลที่คาดว่าจะจัดตั้งรัฐบาลเยอรมนีชุดใหม่บรรลุข้อตกลงเมื่อวันอังคารที่จะจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 500,000 ล้านยูโร และปรับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการกู้ยืม ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่</p>

<p>อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเพิ่มขึ้นทั่วทั้งตลาด เนื่องจากคาดว่าจะมีการออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 2.835% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2566</p>

<p>การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกดดันหุ้นในกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ปรับตัวลงมากที่สุดที่ 2.7% ขณะที่กลุ่มเฮลท์แคร์ร่วง 1.2%</p>

<p>นักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับนโยบายกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดภาษี 25% สำหรับการนำเข้ารถยนต์และสินค้าอื่น ๆ จากยุโรป แต่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับการบังคับใช้</p>

<p>อย่างไรก็ตาม มีการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ที่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา โดยทรัมป์ระบุว่าเขาพร้อมพิจารณาการยกเว้นเพิ่มเติม ซึ่งช่วยสร้างความหวังว่าภาษีอาจไม่เข้มงวดนัก</p>

<p>ดัชนีหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนปรับตัวขึ้น 2.1% โดยหุ้นโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) พุ่งขึ้น 3.9%, บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) พุ่ง 4.3% และสเตลแลนทิส (Stellantis) พุ่งขึ้น 2.1%</p>

<p>ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้นเมลโรส (Melrose) ร่วงลง 18.2% มากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังจากเมลโรส ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของจีเคเอ็น แอโรสเปซ (GKN Aerospace) คาดการณ์ว่ารายได้ปี 2568 จะต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่</p>

<p>หุ้นดีเอชแอล (DHL) พุ่งขึ้น 14.2% หลังประกาศแผนปลดพนักงานราว 8,000 ตำแหน่งในเยอรมนีปีนี้ หลังรายงานผลกำไรจากการดำเนินงานประจำปีลดลง 7%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4164154.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้ารับแรงกดดันจากตปท.สงครามการค้ายังไม่แน่นอน ระวัง Flow ไหลออก (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94015</link>
<guid isPermaLink="false">8332ec8eb48f0c0f6c5ace202de28c38</guid>
<pubDate>Fri, 07 Mar 2025 10:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนียังมีแรงกดดัน โดยตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลง จากความกังวลประเด็นสงครามการค้าที่ยังมีความตึงเครียด ตลาดไม่มั่นใจทิศทางการลงทุน เนื่องจากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับตลาดหุ้นหลายประเทศช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากจึงมีจังหวะพักฐาน แนะคืนนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐ</h2>

<p>ขณะที่ตลาดหุ้นไทย แม้ Valuation ไม่แพง แต่บรรยากาศรอบโลกยังมีปัจจัยกดดันอยู่ ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานในประเทศ กำไรบริษัทจดทะเบียนที่ส่วนใหญ่ต่ำกว่าคาด และการเติบโตในอนาคตยังไม่ค่อยดี รวมทั้งค่าเงินบาทเช้านี้เริ่มอ่อนค่า ระมัดระวังเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลออก ซึ่งเมื่อวานนี้ปิดตลาดพบว่าต่างชาติขายสุทธิกว่า 4.7 พันล้านบาท อาจต้องอยู่ในโหมดระมัดระวัง</p>

<p>โดยให้กรอบแนวรับ 1,170 จุด และแนวต้าน 1,200 จุด</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<ul>
	<li>ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (6 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,579.08 จุด ลดลง 427.51 จุด หรือ -0.99%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 5,738.52 จุด ลดลง 104.11 จุด หรือ -1.78% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 18,069.26 จุด ลดลง 483.48 จุด หรือ -2.61%</li>
	<li>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,198.30 จุด ลดลง 506.63 จุด หรือ -1.34% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,182.02 จุด ลดลง 187.69 จุด หรือ -0.77% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 3,373.18 จุด ลดลง 7.92 จุด หรือ -0.23%</li>
	<li>ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (6 มี.ค.) 1,189.55 จุด ลดลง 17.41 จุด (-1.44%) มูลค่าการซื้อขาย 47,226.79 ล้านบาท</li>
	<li>นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (6 มี.ค.) 4,780.99 ล้านบาท</li>
	<li>ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.(6 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 66.36 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (6 มี.ค.) อยู่ที่ 4.88 เหรียญ/บาร์เรล</li>
	<li>เงินบาทเปิด 33.79/83 อ่อนค่าจากวานนี้ ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ คืนนี้</li>
	<li>&ldquo;จุลพันธ์&rdquo; ย้ำร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ต้องเข้า ครม.และไปถกในสภาอีกรอบ หลังมีความเห็นต่างระหว่าง &ldquo;คลัง-กฤษฎีกา&rdquo; ยันไม่กังวลเรื่องฟอกเงินเพราะมีกฎหมายกำกับอยู่แล้ว</li>
	<li>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสการลงทุนในประเทศไทยของกลุ่มอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไต้หวันจัดทัพนำสมาชิกซึ่งเป็นผู้ผลิต PCB ชั้นนำ พร้อมทั้งกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดซัพพลายเชน 60 ราย เดินทางเยือนไทยเพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุน โดยได้ร่วมกับบีโอไอและสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยจัดงาน &ldquo;TPCA Thailand PCB Forum 2025&rdquo; เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลการลงทุนและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรม PCB ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งความร่วมมือในการเตรียมพร้อมด้านสาธารณูปโภคและบุคลากรทักษะสูง โดยมีผู้เข้าร่วมงาน 200 ราย</li>
	<li>นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เอกชนกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐกับทั่วโลก ซึ่งอาจทำให้มีสินค้าจากต่างประเทศทะลักเข้าสู่ตลาดอาเซียนรวมถึงไทย กดดันต่อการส่งออกของไทยและผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ดังนั้น ขอให้รัฐบาลเร่งตั้ง &ldquo;ทีมพิเศษ&rdquo; (Special Team) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีภาครัฐและภาคเอกชนที่มีอำนาจสั่งการระดับกระทรวง เพื่อวางแผนรับมือและกำหนดแผนเชิงรุกกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของนโยบายเศรษฐกิจการค้าของสหรัฐกับทั่วโลก</li>
	<li>ชธ.เล็งเปิดสำรวจ ครั้งที่ 25 ให้นักลงทุนทั่วโลกเข้าชิงสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม สำหรับแปลงสำรวจบนบก จัดสัมมนาคนแห่สนใจร่วมกว่า 100 ราย คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินกว่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐ</li>
	<li>บสย.เตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 110,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ 165,000 ราย รักษาการจ้างงาน 940,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ 454,300 ล้านบาท ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ทั้งโครงการตามมาตรการรัฐ PGS11 บสย. SMEs ยั่งยืน และโครงการค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย.ดำเนินการเอง ซึ่งจะครอบคลุมการช่วยเหลือ SMEs ทุกกลุ่ม</li>
</ul>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<ul>
	<li>CPN (กสิกรไทย) ราคาเป้าหมาย 78.00 บาท มีมุมมองเชิงบวกแม้กังวลการลดตัวคูณมูลค่าหุ้น โดยปัจจุบันราคาหุ้น CPN ซื้อขายที่ระดับ -2SD หรือ 13 เท่าของกำไรปี 2568 แต่คาดว่าจะเห็นความเสี่ยงขาลงที่จำกัดจากระดับปัจจุบัน เนื่องจาก CPN ยังเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในไทย ด้วยพอร์ตธุรกิจที่มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี ซึ่งส่งผลให้ปัจจัยพื้นฐานและผลการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกแข็งแกร่ง โดยยังสามารถเพิ่มพื้นที่เช่าได้ต่อเนื่องในทุกปีและมีการปรับราคาค่าเช่าได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคาดว่าโครงการดุสิตทั้งส่วนห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงานที่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังจะเป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตได้ต่อเนื่องในปี 2569 นอกจากนี้ CPN ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระได้ดี ซึ่งจะช่วยในการลดหนี้สินลงได้ในอนาคต</li>
	<li>TFG (คิงส์ฟอร์ด) &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.20 บาท ผลการดำเนินงานปี 67 มีรายได้รวม 6.5 หมื่นล้านบาท +17%YoY และมีกำไรสุทธิ 3.1 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 813 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มไตรมา 1/68 มีปัจจัยหนุนการเติบโต QoQ, YoY จากราคาสุกรในประเทศและเวียดนามที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย Supply ทั่วโลกลดลงจากโรค ASF ขณะที่สถานการณ์หมูเถื่อนในไทยคลี่คลายไปแล้ว ด้านต้นทุนอาหารสัตว์ลดลงตราราคากากถั่วเหลือง และข้าวโพดอาหารสัตว์ สำหรับปี 68 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15%YoY และเตรียมขยายสาขาร้าน &ldquo;ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต&rdquo; ให้มีจำนวนสาขา 600 แห่ง จากปีที่ผ่านมามีสาขาอยู่ที่ 401 แห่ง ช่วยเพิ่มมาร์จิ้นให้ธุรกิจ ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68 ที่ 3.8 พันล้านบาท +22%YoY</li>
	<li>KKP (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 65.00 บาท คาดกำไรปี 68 โตสูงสุดในกลุ่มธนาคารที่ 12.5% YoY จากขาดทุนจากการขายและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่ฟื้นตัว และ แผนบริหารทุนที่แข็งแกร่ง Valuation ปัจจุบันไม่แพงเพราะซื้อขายบน PBV68E 0.74 เท่า นอกจากนี้ยังจ่ายปันผลสูงปี 68 คาดปันผลสูง 8.6% มากกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่อยู่ระดับ 7.5% ระยะสั้นได้ Sentiment บวกจากรัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านการให้ บสย. เข้าไปช่วยค้ำประกันแก่ผู้ต้องการซื้อรถกระบะ</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวกเพียง 60 เซนต์ บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94013</link>
<guid isPermaLink="false">20bbbc30ed9d44a7ab6cd6d58a48dd6e</guid>
<pubDate>Fri, 07 Mar 2025 09:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และจากการที่นักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวัน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ เพิ่มขึ้น 0.02% ปิดที่ 2,926.60 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย</p>

<p>จิม วิคคอฟฟ์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Kitco Metals กล่าวว่า ตลาดเผชิญกับแรงกดดันเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรและการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร แต่ปัจจัยพื้นฐานของราคาทองคำยังคงแข็งแกร่ง</p>

<p>ทั้งนี้ ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้พุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 10% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ และราคาทองได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 2,956.15 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา</p>

<p>นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 143,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.0% ในเดือนก.พ.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวกเพียง 5 เซนต์ กังวลนโยบายภาษีทรัมป์ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/94012</link>
<guid isPermaLink="false">d5c16b3098e15db9a38df13740352d1e</guid>
<pubDate>Fri, 07 Mar 2025 09:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ รวมทั้งข่าวที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนเม.ย.</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 66.36 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 16 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 69.46 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>เดนนิส คิสเลอร์ รองประธานฝ่ายเทรดดิ้งของบริษัท BOK Financial กล่าวว่า ข่าวโอเปกพลัสเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนเม.ย. รวมทั้งแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน และการประกาศมาตรการภาษีที่กลับไปกลับมาของสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ภาวะการซื้อขายในตลาดน้ำมันเป็นไปอย่างผันผวน</p>

<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนเวลาการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในอัตรา 25% ออกไปจนถึงวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งการยกเว้นภาษีดังกล่าวจะบังคับใช้สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA)</p>

<p>การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเลื่อนเวลาการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดาและเม็กซิโกออกไป 1 เดือน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน</p>

<p>ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ปธน.ทรัมป์อาจจะยกเลิกภาษี 10% ที่เรียกเก็บจากการนำเข้าพลังงานจากแคนาดา ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซิน ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA)</p>

<p>ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน หลังจากสก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันสูงสุดต่ออิหร่านด้วยการใช้มาตรการคว่ำบาตร เพื่อทำให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านทรุดตัวลงและสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินของอิหร่านด้วย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310310237c3de70f1174df4623c9e0280053c153813.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดัชนี SET ต้นภาคเช้าร่วง 10 จุดหลังหลุด 1,200 อีกรอบ รับแรงขายทำกำไร-ขึ้น XD หุ้น PTT กดดัน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93903</link>
<guid isPermaLink="false">dd736456668c1fcca04b67a1c5880900</guid>
<pubDate>Thu, 06 Mar 2025 14:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ตลาดหุ้นไทยต้นภาคเช้าพลิกมาร่วง 10 จุดหลุดระดับ 1,200 จุดอีกครั้งหลังจากเมื่อวานรีบาวด์ขึ้นไปแรงเกือบ 30 จุด โดยวันนี้มีแรงขายทำกำไรออกมามาก โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานที่ได้รับปัจจัยลบจากราคาน้ำมันปรับลดลง และหุ้นใหญ่น้ำหนักในตลาดสูงอย่าง PTT ขึ้น XD ทำให้มีแรงขายออกมามากเป็นปัจจัยกดดันตลาดราว 2 จุด</h2>

<p>เมื่อเวลา 10.32 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,196.85 จุด ลดลง 10.11 จุด (-0.84%)</p>

<p>นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ หล่าวว่า ตลาดเช้านี้ร่วงหลุด 1,200 จุด ถูกกดดันจากหุ้น PTT ที่ขึ้น XD ถ่วงดัชนีประมาณ 2 จุด รวมทั้งราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่องกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ นักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นในตลาด หลังจากเมื่อวานนี้รีบาวด์ทางเทคนิคขึ้นไปแรงวันนี้จึงมีแรงขายทำกำไรออกมามากกว่าคาด</p>

<p>มองว่า SET Index อยู่ในช่วงกำลังสร้างฐาน อาจมีจังหวะเด้งกลับ แนะติดตามความคืบหน้าประเด็นการเมืองว่าบอร์ด DSI จะพิจารณารับคำร้องเรื่องทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อปี 67 ไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง หากไม่รับอาจทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง</p>

<p>รวมทั้งติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คืนนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย</p>

<p>พร้อมทั้งให้กรอบแนวรับ 1,195-1,200 จุด ถัดไป 1,180 จุด และแนวต้าน 1,215 จุด</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าลบ 3.36 จุด ผันผวนรับแรงขายทำกำไรสลับแรงซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ปิโตรฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93902</link>
<guid isPermaLink="false">e138f77939b6f840abe269a9ea30d1e4</guid>
<pubDate>Thu, 06 Mar 2025 14:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,203.60 จุด ลดลง 3.36 จุด (-0.28%) มูลค่าซื้อขายราว 26,142.73 ล้าน</h2>

<p>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีย่อตัวลง โดยทำระดับสูงสุด 1,207.04 จุด และต่ำสุด 1,196.67 จุด</p>

<p>นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวนตามแรงขายทำกำไรหลังจากรีบาวด์มาแรงเมื่อวานนี้ โดยมีแรงขายหุ้นที่เด้งขึ้นมาค่อนข้างมาก สลับแรงซื้อกลุ่มปิโตรเคมีรับกระแส China Play และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกซ์มีแรงซื้อสลับเข้ามาด้วย</p>

<p>ขณะที่วันนี้ดัชนีอาจปรับตัวลงบ้างแต่ไมื่ถือว่าแย่มาก เนื่องจากมีแรงขายทำกำไรสลับกลับมา แต่บรรยากาศโดยรวมยังเป็นบวก ได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากประเด็นสหรัฐผ่อนคลายมาตรการภาษี รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรปและจีน</p>

<p>แนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนีลดช่วงลบ โดยให้กรอบแนวรับ 1,190-1,195 จุด และแนวต้าน 1,215-1,228 จุด</p>

<p>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</p>

<p>DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,873.99 ล้านบาท ปิดที่ 80.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท</p>

<p>CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,255.17 ล้านบาท ปิดที่ 52.25 บาท ลดลง 0.25 บาท</p>

<p>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,211.62 ล้านบาท ปิดที่ 274.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท</p>

<p>BH มูลค่าการซื้อขาย 961.32 ล้านบาท ปิดที่ 181.00 บาท ลดลง 9.00 บาท</p>

<p>PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 960.35 ล้านบาท ปิดที่ 16.80 บาท ลดลง 0.30 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.61 แข็งค่าต่อเนื่องตามทิศทางภูมิภาค ให้กรอบวันนี้ 33.50-33.70 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93901</link>
<guid isPermaLink="false">7c6da4508a66a5d3064f0f4bc9b901cf</guid>
<pubDate>Thu, 06 Mar 2025 14:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.61 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิด ตลาดช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.64 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาคและตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อน ค่าเมื่อเทียบค่าเงินสกุลหลัก โดยเฉพาะยูโร ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลเยอรมนีเตรียมแก้กฎหมายเพิ่มวงเงินงบประมาณลงทุนเพื่อแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ</strong></p>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดรอดูทิศทางของกระแสเงินทุนต่างประเทศ (Flow) ของนักลงทุนในตลาดพันธบัตร ตลาดหุ้น และ การค้าทองคำ</p>

<p>&ldquo;บาทแข็งค่าต่อเนื่องจากเย็นวานนี้ตามภูมิภาคและตลาดโลก วันนี้รอดูทิศทาง Flow ต่างชาติที่เริ่มกลับเข้ามา รวมถึงการค้า ทองคำ&rdquo; นักบริหารเงิน กล่าว</p>

<p>นักบริหารเงินฯประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 149.21 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 149.38 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0798 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 1.0708 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.704 บาท/ดอลลาร์ สหรัฐ</li>
	<li>สถาบันการเงินของรัฐ ได้ร่วมกันลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงตั้งแต่ 0.10-0.25% ต่อปี และตรึงดอกเบี้ยเงินฝากมีผลตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.68 หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี</li>
	<li>&ldquo;คลัง&rdquo; คาดจีดีพีไตรมาส 1 โต 3.4% สูงสุดรอบ 10 ไตรมาส &ldquo;เผ่าภูมิ&rdquo; เตรียมอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง กกร.เตรียมชงมาตรการให้ นายกฯ พิจารณาหวังบูมท่องเที่ยวภูมิภาคกระจายรายได้ พร้อมเสนอตั้งกองทุนปล่อยสินเชื่อรถกระบะ</li>
	<li>ที่ประชุม กกร.ห่วงนโยบายทรัมป์ทำต้นทุนธุรกิจพุ่ง ชี้ไทยมีโอกาสตกเป็น 1 เป้าหมายโดนภาษีจากสหรัฐฯจากตัวเลขการ เกินดุลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แนะเร่งบูรณาการข้อมูลการค้าในทุกมิติระหว่างไทย-สหรัฐฯ กำหนดท่าทีร่วมกับภาคเอกชนในการรับมือ พร้อมคงเป้าหมายจีดีพีที่ 2.4-2.9% แม้ทิศทางเศรษฐกิจชะลอตัวชัดขึ้น เชียร์แบงก์ชาติยังมีช่องลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้</li>
	<li>นายก ฯ โชว์วิชั่นบูมเที่ยวในงานไอทีบี ที่เยอรมนี ธุรกิจน้ำเมายันปลดล็อก 5 วันพระใหญ่ ไม่ตอบโจทย์ ตื๊อขอขาย แอลกอฮอล์บ่าย 2-5 โมงเย็นทุกวัน ชี้ช่วยปั๊มเศรษฐกิจทั้งปี 1 แสนล้าน</li>
	<li>ทำเนียบขาวประกาศเลื่อนการจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากผู้ผลิตรถยนต์ภายใต้ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา ออกไป 1 เดือน นอกจากนี้ แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวด้วยว่า ปธน.ทรัมป์ &ldquo;เปิดกว้าง&rdquo; ต่อการยกเว้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม นอกเหนือจากการระงับจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ชั่วคราว</li>
	<li>ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 77,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 148,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 186,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.</li>
	<li>เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.0 ในเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2566 จากระดับ 52.9 ในเดือนม.ค.</li>
	<li>ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (5 มี.ค.) โดยดัชนีดอลลาร์ดิ่งลงกว่า 1% ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และบรรดาประเทศคู่ค้าจะส่งผลกระทบต่อการ เติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันพุธ (5 มี.ค.) โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุน เดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมทั้งสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาค เกษตรของสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</li>
	<li>นักกลยุทธ์ด้านโลหะจากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้ายังคงเป็นแรงผลักดันให้ นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ โดยความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นปัจจัยหนุนราคา ทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 11 ครั้งในปีนี้ และนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแล้ว 11%</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และ ดุลการค้าเดือนม.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนม.ค.</li>
	<li>นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงาน จะเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 143,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ ระดับ 4.0% ในเดือนก.พ.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $5.40 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย-จับตาจ้างงานสหรัฐฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93900</link>
<guid isPermaLink="false">4d1fed56ba446cc1df61cc88d30d6a51</guid>
<pubDate>Thu, 06 Mar 2025 14:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันพุธ (5 มี.ค.) โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมทั้งสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 5.40 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 2,926.00 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ โดยล่าสุดดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 1.36% แตะที่ระดับ 104.301</p>

<p>ปีเตอร์ แกรนท์ นักกลยุทธ์ด้านโลหะจากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้ายังคงเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ โดยความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 11 ครั้งในปีนี้ และนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแล้ว 11%</p>

<p>สำหรับข้อมูลแรงงานที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 77,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 148,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 186,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.</p>

<p>นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 143,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.0% ในเดือนก.พ.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698342926128.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023102612b7c8d2a0733e0f1dbf91c52a84b581125607.jpg' type='image/jpg' length='214811' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.95 กังวลสต็อกน้ำมันดิบพุ่ง-โอเปกเพิ่มผลิต (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93899</link>
<guid isPermaLink="false">f4fc835f34792afa41e140aea69100f1</guid>
<pubDate>Thu, 06 Mar 2025 14:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันพุธ (5 มี.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบที่สูงเกินคาด นอกจากนี้ ตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า และการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนเม.ย.ตามกำหนดเดิม</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 1.95 ดอลลาร์ หรือ 2.86% ปิดที่ 66.31 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.74 ดอลลาร์ หรือ 2.45% ปิดที่ 69.30 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ปิดตลาดร่วงลงกว่า 2% หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 600,000 บาร์เรล</p>

<p>ส่วนสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรล</p>

<p>ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่กลุ่มโอเปกพลัสประกาศเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 138,000 บาร์เรล/วันในเดือนเม.ย.ตามกำหนดเดิม ซึ่งเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565</p>

<p>นอกจากนี้ นักลงทุนกังวลว่าการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก</p>

<p>อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงลบ หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณายกเลิกภาษี 10% ที่เรียกเก็บจากการนำเข้าพลังงานจากแคนาดา ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซิน ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าพุ่ง 12.46 จุดเด้งรับท่าทีสหรัฐประนีประนอมสงครามการค้า-จีนเดินหนากระตุ้นเศรษฐกิจ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93701</link>
<guid isPermaLink="false">6e47aff197339fdda41997fa402b8c63</guid>
<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 15:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,190.10 จุด เพิ่มขึ้น 12.46 จุด (+1.06%) มูลค่าซื้อขายราว 19,869 ล้านบาท</h2>

<p>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีปรับตัวขึ้นและเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยทำระดับสูงสุด 1,195.52 และต่ำสุด 1,183.52 จุด</p>

<p>นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าปรับตัวขึ้นรับปัจจัยหนุนตลาดผ่อนคลายกับความกังวลสงครามการค้าลงมาบ้าง หลัง รมว.พาณิชย์สหรัฐให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าจะหาทางประนีประนอมกับชาติที่สหรัฐเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้า ทำให้ท่าทีสหรัฐดูอ่อนลง</p>

<p>ขณะที่ยังมีปัจจัยหนุนจากที่ทางการจีนเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้งบประมาณขาดดุล 4% ของ GDP เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจจีนเติบโต 5% ตามเป้าหมาย ซึ่งเป็น Sentiment หนุนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ให้ดีดขึ้น ประกอบกับ มีแรงซื้อกลับหุ้นใหญ่ช่วยหนุน</p>

<p>แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งตัวในแดนบวกได้ต่อเนื่อง โดยให้แนวต้าน 1,200 จุด แนวรับ 1,180 จุด</p>

<p>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</p>

<p>AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,910.20 ล้านบาท ปิดที่ 41.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท</p>

<p>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 980.32 ล้านบาท ปิดที่ 271.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท</p>

<p>DELTA มูลค่าการซื้อขาย 904.33 ล้านบาท ปิดที่ 71.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท</p>

<p>TOP มูลค่าการซื้อขาย 848.13 ล้านบาท ปิดที่ 24.10 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท</p>

<p>CPALL มูลค่าการซื้อขาย 751.36 ล้านบาท ปิดที่ 52.00 บาท ลดลง 0.50 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองร่วง 200 ตามสถานการณ์ตลาดโลก รูปพรรณขายออก 47,250 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93700</link>
<guid isPermaLink="false">4d02f5d60b864b9df8bbf7b8a415808b</guid>
<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 15:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน (4 มี.ค.) บาททองคำละ 200 บาท ตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลก</strong></p>

<p>สมาคมค้าทองคำ รายงานว่า เมื่อเวลา 09.01 น.ราคาทองแท่งรับซื้อบาททองคำละ 46,350 ขายออกบาททองคำละ 46.450 ส่วนราคาทองรูปพรรณรับซื้อเข้าบาททองคำละ 45,510.32 ขายออกบาททองคำละ 47,250</p>

<p>ขณะที่บทวิเคราะห์ของ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ระบุว่า เมื่อวานทองปิดบวก 25.20 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้รับอานิสงส์จากดอลลาร์อ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.67 หลังแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 2.8% ในไตรมาส 1/68 จากที่เติบโตในระดับ +2.3% ในสัปดาห์ที่แล้ว กระตุ้นคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ครั้งละ 25 bps ในปีนี้</p>

<p>ประกอบกับมีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศคู่ค้า หลังจากสหรัฐบังคับใช้ภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก</p>

<p>เมื่อวานราคาทองปรับตัวผ่าน 2,913 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำให้มุมมองเชิงลบในระยะกลางลดลง แนวรับแรกอยู่ที่ 2,900 ดอลลาร์/ออนซ์ ยืนได้ยังขึ้นต่อ หากหลุด 2,900 ดอลลาร์/ออนซ์ มองว่าราคาจะพักตัว แต่หากราคาเริ่ม Higher Low เหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 2,832 ดอลลาร์ จะเริ่มกลับมามีมุมมองเชิงบวกในระยะกลางอีกครั้ง</p>

<p><strong>คำแนะนำการลงทุน ให้รอเปิดสถานะซื้อหากราคาย่อไม่หลุด 2,884-2,870 ดอลลาร์/ออนซ์</strong>&nbsp;แบ่งขายหากราคาดีดไม่ผ่าน 2,931 ดอลลาร์/ออนซ์ ผ่าน 2,931 ดอลลาร์/ออนซ์ ชะลอการซื้อคืนไปที่ 2,945-2,955 ดอลลาร์/ออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 2,870)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8082413.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.68 จับตาสุนทรพจน์ “ทรัมป์” คาดกรอบวันนี้ 33.60-33.90 (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93699</link>
<guid isPermaLink="false">4400d014c3e843fb0b8695f3763c14a4</guid>
<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 15:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.68 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดวันก่อนที่ระดับ 33.87 บาท/ดอลลาร์</h2>

<p>คืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในลักษณะ Sideways Down โดยได้แรงหนุนตามการทยอยปรับตัว สูงขึ้นของราคาทองคำ จากความต้องการถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์ก็พลิกกลับมาอ่อนค่าลง</p>

<p>วันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมทั้งรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ โดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ (Fed Beige Book) และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด</p>

<p>นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงเวลา 09.00 น. ตามเวลา ประเทศไทย</p>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังมีความเสี่ยงที่อาจทยอยอ่อนค่าลงได้ ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีด กันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดทุนฝั่งเอเชีย ทำให้เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า จากแรงขาย สินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติได้</p>

<p>นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.60-33.90 บาท/ดอลลาร์</p>

<h3>&nbsp;</h3>

<h3>ปัจจัยสำคัญ</h3>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 149.83 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 148.93 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0622 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 1.0515 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.968 บาท/ดอลลาร์ สหรัฐ</li>
	<li>ทั่วโลกจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี &ldquo;โดนัลด์ ทรัมป์&rdquo; ต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (5 มี. ค.) ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการกล่าวปราศรัยต่อสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ และชาวอเมริกันทั่วประเทศเป็นครั้งแรก หลังจากที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีเพียง 6 สัปดาห์ หลังการสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค.68</li>
	<li>ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (4 มี. ค.) โดยดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และบรรดาประเทศคู่ค้า จะส่งผล กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันอังคาร (4 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำใน ฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสงครามการค้าที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็น ปัจจัยหนุนราคาทองคำ</li>
	<li>จีนได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2568 ไว้ที่ ประมาณ 5% ขณะเดียวกัน จีน ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณเป็นประมาณ 4% ของ GDP จากระดับ 3% ในปีที่แล้ว</li>
	<li>บรรดานักลงทุนจับตาการประชุมสองสภา (Two Sessions) ของจีนซึ่งเปิดฉากแล้วในวันนี้ ณ มหาศาลาประชาชนในกรุง ปักกิ่ง ท่ามกลางความหวังที่ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำหนดนโยบายของจีนจะเปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่&nbsp;</li>
	<li>รมว.คลังญี่ปุ่น ปฏิเสธข้อกล่าวหาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่อ้างว่าญี่ปุ่นทำการปั่นค่าเงิน โดยจงใจทำ ให้สกุลเงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยรมว.คลัง ญี่ปุ่น ระบุว่าไม่ได้ใช้มาตรการทำให้เยนอ่อนค่าลง โดยการแทรกแซง ตลาดที่เกิดขึ้นในปี 2565 และ 2566 มีจุดประสงค์เพื่อสกัดการทรุดตัวของเยนที่มากเกินไป ไม่ใช่เป็นการปั่นค่าเงินแต่อย่างใด</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.พ., ดัชนีผู้ จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.พ., ดัชนีภาคบริการเดือนก.พ., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค., รายงานสรุป ภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดนำเข้า ยอดส่ง ออก และดุลการค้าเดือนม.ค. และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.พ.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231018a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7112638.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $19.50 สงครามการค้าหนุนแรงซื้อต่อเนื่อง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93696</link>
<guid isPermaLink="false">53e5f06ed51c5746ff07e9daa7f00d57</guid>
<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 15:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันอังคาร (4 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสงครามการค้าที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 19.50 ดอลลาร์ หรือ 0.67% ปิดที่ 2,920.60 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% และเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นเป็น 20% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารที่ 4 มี.ค. นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยืนยันจะเริ่มใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับทุกประเทศที่เก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.</p>

<p>การที่สหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโก ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าเหล่านี้ออกมาตรการตอบโต้ โดยแคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 25% มีผลตั้งแต่วันอังคารที่ 4 มี.ค. และจีนประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ บางรายการเพิ่มอีก 10% &ndash; 15% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ส่วนเม็กซิโกยืนยันว่าจะใช้มาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐฯ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้</p>

<p>ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.94% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2567 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาด เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.พ.ของสหรัฐฯ จากออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง (ADP)</p>

<p>ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 143,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.0% ในเดือนก.พ.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบ 11 เซนต์ กังวลสงครามการค้า-โอเปกพลัสเพิ่มผลิต (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/93694</link>
<guid isPermaLink="false">18146c43388df6ea2333a2511c7ad23a</guid>
<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 15:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันอังคาร (4 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งล่าสุดจีนและแคนาดาออกมาตรการตอบโต้แล้ว นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนเม.ย.ตามกำหนดเดิม</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 11 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 68.26 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 58 เซนต์ หรือ 0.81% ปิดที่ 71.04 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>นักลงทุนวิตกกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และบรรดาประเทศคู่ค้าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ประกาศเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% และเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นเป็น 20% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารที่ 4 มี.ค. นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยืนยันจะเริ่มใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับทุกประเทศที่เก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.</p>

<p>ทางด้านจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดาประกาศตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 25% มีผลตั้งแต่วันอังคารที่ 4 มี.ค. ขณะที่รัฐบาลจีนประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ บางรายการเพิ่มอีก 10% &ndash; 15% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ส่วนเม็กซิโกยืนยันว่าจะใช้มาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐฯ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้</p>

<p>นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่กลุ่มโอเปกพลัสประกาศเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนเม.ย.ตามกำหนดเดิม โดยข้อมูลล่าสุดของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า โอเปกพลัสจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 138,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565</p>

<p>สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 1.46 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 ก.พ. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปเปิดซบเซา นลท.จับตาการเปิดเผยผลประกอบการ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/91468</link>
<guid isPermaLink="false">728116ef4e747ba1214e636b14363cc8</guid>
<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 16:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตลาดหุ้นยุโรปเปิดการซื้อขายค่อนข้างซบเซาในวันนี้ (21 ก.พ.) หลังดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดวานนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน</p>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 551.66 จุด บวก 0.65 จุด หรือ +0.12%</p>

<p>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ 8,138.24 จุด บวก 15.66 จุด หรือ +0.19% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ 22,329.22 จุด บวก 14.57 จุด หรือ +0.07%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231106d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4163853.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองร่วงแรง!! เปิดเช้าลง 400 บาท สัญญาณชะลอปรับขึ้น (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/91465</link>
<guid isPermaLink="false">f618a75f51619286f9ff058bb965dfb3</guid>
<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 16:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเช้านี้ปรับตัวลดลงจากเมื่อวานบาททองคำละ 400 ตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยน</h2>

<p>เมื่อเวลา 09.05 น. สมาคมค้าทองคำ รายงานว่า</p>

<p>&ndash; ทองแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 46,500 ขายออกบาททองคำละ 46,600</p>

<p>&ndash; ทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 45,661.92 ขายออกบาททองคำละ 47,100</p>

<p>บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองคำแท่ง 96.5% เริ่มปรับตัวลง หลังจากที่ปรับขึ้นแรงแตะ 47,000 บาท ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวลงเล็กน้อย จากสัญญาณทางเทคนิคของราคา</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698215132396.jpg" style="width: 500px; height: 277px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231025975c62518acbdfde8d682027fe40311c132726.jpg' type='image/jpg' length='117235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.57 แนวโน้มแข็งค่า หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแย่กว่าคาดฉุดดอลลาร์อ่อน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/91463</link>
<guid isPermaLink="false">46bebcc8c32756651a221b762c86ec9e</guid>
<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 16:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.57 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิด ตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.65 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดอลลาร์ย่อตัวลงตาม บอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวลดลงหลังตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์เมื่อคืนออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้</strong></h4>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดรอดูทิศทางของกระแสเงินทุนต่างประเทศ (Flow) และการค้าทองคำ หลังสถานการณ์ราคาทอง ในตลาดโลกเมื่อคืนนี้ปรับตัวขึ้นมาทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์</p>

<p>&ldquo;บาทปรับตัวแข็งค่าตามภูมิภาคและตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าหลังตัวเลขขอรัฐสวัสดิการว่างงานเมื่อคืนออกมาแย่ กว่าคาด วันนี้บาทมีโอกาสแข็งค่าไปทดสอบที่ระดับ 33.50 บาท/ดอลลาร์&rdquo;</p>

<p>นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.50 &ndash; 33.75 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 149.85 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 150.31 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0493 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0429 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.648 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>รัฐบาล&rdquo; เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจนายกฯนั่งประธานบอร์ดกระตุ้นปลาย ก.พ.นี้ ชงดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 สศช.เผยเม็ด เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ครึ่งแรกปี 68 กว่า 2.6 แสนล้าน ครึ่งปีหลังเบิกจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจ ส.อ.ท.เสนอรัฐจัดลำดับโครงการกระตุ้น เศรษฐกิจ ออกแบบโครงการป้องกันเงินไหลออกนอกประเทศ หลัง 2 เฟสแรก&rdquo;แจกหมื่น&rdquo; เงินไม่หมุนเวียนเท่าที่ควร</li>
	<li>สภาตลาดทุนฯ จ่อถกคลัง ชงมาตรการสร้างเชื่อมั่นต่อตลาดทุนต้น มี.ค.นี้ พร้อมหนุนแผนโยกเงิน LTF เข้ากอง Thai ESG ใหม่ หวังสกัดแรงขายแผ่วลงเหลือ 5,000-6,000 ล้าน</li>
	<li>รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของญี่ปุ่นในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบเป็น รายปี</li>
	<li>นักลงทุนจับตาดูค่าเงินเยนของญี่ปุ่นที่แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนที่ระดับ 150.52 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวานนี้ (20 ก.พ.) ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ โดยในช่วงเช้านี้ ค่าเงิน เยนมีการซื้อขายอยู่ที่ 149.48 เยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ</li>
	<li>Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลงสู่ระดับ -0.3% ในเดือนม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -0.1% หลังจากอยู่ที่ระดับ +0.1% ในเดือนธ.ค.</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 219,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย&nbsp;</li>
	<li>ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (20 ก. พ.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเข้า ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะส่ง ผลให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลก</li>
	<li>นักลงทุนจับตามาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ หลังจากปธน.ทรัมป์เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เขามีแผนที่จะเรียกเก็บ ภาษีนำเข้ารถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ ยา ไม้แปรรูป และสินค้าอื่น ๆ &ldquo;ในเดือนหน้าหรือเร็วกว่านั้น&rdquo;</li>
	<li>นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ในเดือนก.ค. และจะเป็นการ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวของเฟดในปีนี้ หลังเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินประจำวันที่ 28-29 ม.ค. ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25- 4.50% ในการประชุมเดือนมี.ค.</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้น และภาคบริการขั้นต้นเดือนก.พ. จาก S&amp;P Global, ยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310168cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49161438.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก $20 ทำนิวไฮ กังวลภาษีทรัมป์หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/91461</link>
<guid isPermaLink="false">e879e469265c616ad72fba4b01713bd8</guid>
<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 16:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะส่งผลให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลก</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 20.00 ดอลลาร์ หรือ 0.68% ปิดที่ 2,956.10 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ปีเตอร์ แกรนท์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าจะส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ</p>

<p>ล่าสุดในวันพุธที่ผ่านมา (19 ก.พ.) ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า เขามีแผนที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ ยา ไม้แปรรูป และสินค้าอื่น ๆ &ldquo;ในเดือนหน้าหรือเร็วกว่านั้น&rdquo;</p>

<p>เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทุกประเทศในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 มี.ค. โดยปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า มาตรการภาษีศุลกากรจะช่วยลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ</p>

<p>นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.75% แตะที่ระดับ 106.373</p>

<p>ทั้งนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดบวก 32 เซนต์ หลังสต็อกน้ำมันกลั่น-เบนซินลดลง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/91456</link>
<guid isPermaLink="false">e38072d5ec8878e0d485ee771a19462b</guid>
<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 16:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในรัสเซียจะปรับตัวลดลง</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 32 เซนต์ หรือ 0.44% ปิดที่ 72.57 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 0.58% ปิดที่ 76.48 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 4.6 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ดี สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 151,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล</p>

<p>ราคาน้ำมันยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า การที่ยูเครนส่งโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซียจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันปรับตัวลดลง โดยรัสเซียระบุว่า การลำเลียงน้ำมันผ่านท่อส่งแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม (CPC) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันดิบจากคาซัคสถานนั้น ลดลง 30-40% เมื่อวันอังคาร (18 ก.พ.) หลังจากท่อส่งน้ำมันแห่งนี้ถูกโจมตีด้วยโดรนของยูเครน</p>

<p>ล่าสุด เจอร์แมน กาลุชเชนโก รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานก๊าซของยูเครน และสร้างความเสียหายต่อโรงงานผลิตก๊าซของยูเครนเมื่อคืนนี้</p>

<p>อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรที่ประกาศโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อาจจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน โดยทำให้ต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูง อีกทั้งจะทำให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอลง และส่งผลให้อุปสงค์เชื้อเพลิงปรับตัวลงด้วย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696403113631.jpg" style="width: 500px; height: 284px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2023110168472d348d61e0a07462aaa064c70568141543.jpg' type='image/jpg' length='165902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าดีดขึ้น 4.37 จุด รีบาวด์รับ Sentiment บวกตลาดเอเชีย ท่ามกลางแรงขายต่อเนื่อง DELTA (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90734</link>
<guid isPermaLink="false">6e14e0462db5c872b8da49633cc901f1</guid>
<pubDate>Tue, 18 Feb 2025 14:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<ul>
	<li>
	<p>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,260.85 จุด เพิ่มขึ้น 4.37 จุด (+0.35%) มูลค่าซื้อขายราว 22,853 ล้านบาท</p>
	</li>
	<li>
	<p>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีแกว่งทั้งแดนบวกและแดนลบ โดยทำระดับต่ำสุด 1,253.54 จุด และทำจุดสูงสุด 1,262.94 จุด</p>
	</li>
</ul>

<p>นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้ารีบาวด์กลับมาบวกได้ แม้ว่าระหว่างทางบางช่วงย่อตัวไปเคลื่อนไหวแดนลบบ้าง โดยยังคงมีแรงขายหุ้น DELTA กดดัน แต่หุ้นกลุ่มอื่นๆ เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วยพยุงดัชนี โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ รวมถึง AOT ที่มีแรงซื้อกลับ</p>

<p>ขณะที่ภาพตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเช้าปรับตัวขึ้นตามกัน ตอบรับการที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พูดคุยกับ CEO บริษัทเทคโนโลยีขั้นนำในจีน เป็นปัจจัยหนุน sentiment ประกอบกับเริ่มเห็นแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน</p>

<p>แนวโน้มช่วงบ่ายคาดว่าแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ โดยให้แนวต้าน 1,265 จุด แนวรับ 1,245 จุด</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<ul>
	<li>
	<p><strong>DELTA</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 1,714.14 ล้านบาท ปิดที่ 82.50 บาท ลดลง 4.00 บาท</p>
	</li>
	<li>
	<p><strong>AOT</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 1,384.32 ล้านบาท ปิดที่ 44.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท</p>
	</li>
	<li>
	<p><strong>ADVANC</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 1,126.90 ล้านบาท ปิดที่ 292.00 บาท ลดลง 4.00 บาท</p>
	</li>
	<li>
	<p><strong>KBANK</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 1,082.71 ล้านบาท ปิดที่ 160.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท</p>
	</li>
	<li>
	<p><strong>SCB</strong>&nbsp;มูลค่าการซื้อขาย 888.10 ล้านบาท ปิดที่ 125.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท</p>
	</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์ ต่างชาติซื้อสุทธิ-แรงขาย LTF ชะลอ-เก็ง กนง.ส่งสัญญาณบวก (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90732</link>
<guid isPermaLink="false">b4d4fe964d76a0aa87f4a9e1a5ea6eac</guid>
<pubDate>Tue, 18 Feb 2025 14:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้มีลุ้นรีบาวด์หลังวานนี้ร่วงไป 15 จุด แรงขายกระจุกตัวในหุ้น DELTA และ AOT ขณะที่หุ้น big cap ตัวอื่นปรับขึ้นกระจายหลายกลุ่ม อีกทั้งแรงขาย LTF ลดลง ขณะที่ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิแล้ว รวมถึงคาดประชุม กนง.26 ก.พ.ส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินหลัง GDP ไตรมาส 4/67 ต่ำคาด ให้กรอบแนวรับ 1,245 จุด แนวต้าน 1,265 จุด</strong></p>

<p><strong>นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)</strong>&nbsp;กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีลุ้นรีบาวด์หลังวานนี่ร่วงไป 15 จุด ขณะที่แรงขายกระจุกตัวในหุ้น DELTA และ AOT แต่เม็ดเงินลงทุนโยกออกไปกระจายหลายกลุ่มหนุนหุ้น big cap ปรับขึ้น</p>

<p>แม้วานนี้ (17 ก.พ.) นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 3,182 ล้านบาท แต่การไถ่ถอนกองทุน LTF มีเพียง 367 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับจากต้นปี 68 สะท้อนแรงไถ่ถอน LTF ชะลอหลังมีข่าวกระทรวงคลังจะฟื้น LTF ส่วนสถาบันปรับพอร์ตจากการปรับตัวลงของ 2 หุ้นใหญ่</p>

<p>ขณะที่นักลงทุนต่างขาติวานนี้ซื้อสุทธิ 4,669 ล้านบาทเห็นภาพทิศทาง Flow ที่ดีขึ้น โดยในเดือน ก.พ. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 6 พันล้านบาท เป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ทำให้แรงกดดันตลาดหุ้นไทยเบาลง</p>

<p>นอกจากนี้ วันนี้ต่างประเทศไม่มีปัจจัยลบ โดยตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ (17 ก.พ.) ปิดทำการ</p>

<p>สำหรับตัวเลข GDP ไตรมาส 4/67 ออกมา 3.2% ต่ำกว่าตลาดคาดไว้ที่ 3.9% นั้น มองระยะถัดไป GDP อาจยังคงต่ำคาด ทำให้มีความไม่แน่นอนสูง จึงมองว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 26 ก.พ.นี้มีโอกาสที่ กนง.จะส่งสัญญาณผ่อนคายทางการเงิน จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น</p>

<p>พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,245 จุด แนวต้าน 1,265 จุด</p>

<p><strong>*ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดี</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 39,187.99 จุด เพิ่มขึ้น 13.74 จุด หรือ +0.04% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 22,664.73 จุด เพิ่มขึ้น 48.50 จุด หรือ +0.21% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,348.98 จุด ลดลง 6.85 จุด หรือ -0.20%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (17 ก.พ.) ที่ 1,256.48 จุด ลดลง 15.62 จุด (-1.23%) มูลค่าซื้อขาย 56,376.50 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (17 ก.พ.) 4,669.75 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดี</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (17 ก.พ.) อยู่ที่ 4.12 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 33.71 ทรงตัวจากวานนี้ รอปัจจัยใหม่ จับตานโยบายสหรัฐ-ถ้อยแถลงจนท.เฟด</p>

<p>&ndash; ตลาดหลักทรัพย์ฯ จ่อชงคลัง เสนอขอเว้น 2 สิทธิ &ldquo;ยกเว้นภาษีกำไรส่วนเพิ่ม-ไม่เก็บภาษีย้อนหลัง&rdquo; สำหรับบจ.เข้าโครงการ Jump+ คาดชัดเจนใน 2 สัปดาห์นี้ ส่วนปรับเกณฑ์กำหนดน้ำหนักหุ้นรายตัวไม่เกิน 10% ในดัชนีฯ เริ่มใช้ได้กลางปีนี้ เล็งหารือพาณิชย์ปลดล็อกบจ. &ldquo;ซื้อหุ้นคืน&rdquo; สะดวกขึ้น จับตาคลังแจงโยกเงิน LTF ไปเป็น Thai ESG2 วันพุธ 19 ก.พ.นี้</p>

<p>&ndash; สศช.ประเมินจีดีพีปี 68 ขยายตัว 2.8% ต่ำกว่าเป้าที่รัฐบาลต้องการให้โต 3-3.5% ทั้งที่รวมผลโครงการแจกเงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ตแล้ว ลั่นถ้าต้องการโตตามเป้าหมาย รัฐควรปันเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1.57 แสนล้านบาทบางส่วนมาลงทุนบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ พร้อมกระตุ้นบริโภค และลงทุนเอกชน</p>

<p>&ndash; TDRI ร่วมกับ CMDF, FETCO และก.ล.ต. จัดกิจกรรม Hackathon ระดมไอเดียพัฒนาตลาดทุนไทย สร้างความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ดร.กอบศักดิ์ (FETCO) ชี้ ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวเร่งด่วน พร้อมดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อน ขณะที่ ดร.กิรติพงศ์ (TDRI) ย้ำการยกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ ระบบซื้อขายให้มีประสิทธิภาพ ช่วยผลักดันตลาดทุนไทยสู่อนาคต</p>

<p><strong>*หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&ndash; MINT (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 43.02 บาท คงมุมมองเชิงบวกหลังประชุมนักวิเคราะห์ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 6-8% CAGR และกำไรที่ 15-20% CAGR ในช่วงปี 2568-2570 เน้นเติบโตแบบ Asset-light ที่มุ่งเน้นการเก็บค่าบริหารซึ่งให้อัตรากำไรที่ดีกว่า โดยขยายไปยังตลาดที่ยังมีการเติบโตอย่างยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชียแปซิฟิก และอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะได้ประโยชน์จาก Operating leverage ผ่านการลดต้นทุนและความซ้ำซ้อนของงานสนับสนุน อีกทั้งบริษัทยังเห็นผลดีจากการถ่ายทำซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3ที่ทำให้อัตราค่าห้องเฉลี่ย (ADR) ของ MINT ในสมุยเพิ่มขึ้นถึง 40%</p>

<p>&ndash; VRANDA (ยูโอบี เคย์เฮียน) ราคาเป้าหมายที่ 10 บาท ลุ้นกลับมาจ่ายเงินปันผลครั้งแรกในรอบ 4 ปี ประเมินกำไรปกติไตรมาส 4/67 โตเด่น QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และพลิกจากขาดทุนปกติในไตรมาส 4/66 หนุนจาก 1)รายได้ดีขึ้นทุกธุรกิจ โดยเฉพาะโรงแรมอัตราเข้าพักและราคาห้องพักดีขึ้นทุกแห่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเร่งตัวขึ้น รวมถึงโครงการใหม่ภูเก็ตช่วยหนุน 2)อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก Economy of Scale และโรงแรมใหม่ภูเก็ตมีอัตราการเข้าพัก-ราคาห้องพักสูง ประเมินจ่ายปันผล 0.04 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 0.89% แม้อัตราที่ไม่สูงแต่เป็น sentiment เชิงบวกจากการกลับมาจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบ 4 ปี</p>

<p>&ndash; BBIK (ลิเบอเรเตอร์) ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 50 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ที่ 93 ล้านบาท ทำจุดสูงสุดใหม่ จากการเข้าสู่ช่วง High Season ผสานอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/67 คาดโดดเด่นที่ 51% แนวโน้มไตรมาส 1/68 ยังไปได้ดีแม้เป็น Low season โดยจะรับรู้งานดิจิตอลวอลเล็ทของรัฐบาลที่มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงเดือน มี.ค.68 คิดเป็น 20% ของรายได้รายไตรมาส ปัจจุบันหุ้นเทรดเพียง PE2025 ที่ 17.5 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยการเติบโตยังแข็งแกร่งราว +30%y-y เพิ่มความน่าดึงดูดในการสะสม</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวก ขานรับ “สี จิ้นผิง” ส่งสัญญาณสนันสนุนภาคเอกชน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90730</link>
<guid isPermaLink="false">73348c0eaec4cf02d53a8118d3499abd</guid>
<pubDate>Tue, 18 Feb 2025 14:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (18 ก.พ.) หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ส่งสัญญาณสนับสนุนภาคเอกชน หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับบรรดาผู้บริหารบริษัทชั้นนำ</h3>

<p>ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 39,296.11 จุด เพิ่มขึ้น 121.86 จุด หรือ +0.31% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,080.23 จุด เพิ่มขึ้น 464 จุด หรือ +2.05% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,365.51 จุด เพิ่มขึ้น 9.68 จุด หรือ +0.29%</p>

<p>ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 0.37% ส่วนดัชนี S&amp;P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.56% แม้ว่าธนาคารกลางออสเตรเลียมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 4.1% ในการประชุมวันนี้</p>

<p>วานนี้ ปธน.สี จิ้นผิง ได้เข้าร่วมการประชุมกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของจีน ซึ่งรวมถึงแจ็ก หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิง (Alibaba Group Holding) และเหลย จวิน ซีอีโอของเสียวหมี่ (Xiaomi) ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการประชุมดังกล่าวอาจบ่งชี้ว่า มาตรการควบคุมภาคเอกชนที่รัฐบาลจีนนำมาใช้เป็นเวลานานนับปีนั้นกำลังจะสิ้นสุดลง</p>

<p>โหยว ฉวนหม่าน รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์สิงคโปร์ กล่าวว่า &ldquo;นี่เป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดที่จีนแสดงให้เห็น เพื่อที่จะกระตุ้นความเชื่อมั่นของสังคม ความจริงที่ว่าสี จิ้นผิงมาปรากฏตัวเพื่อพบปะกับบรรดาผู้ประกอบการนั้น เน้นย้ำให้เห็นถึงนัยสำคัญทางการเมืองของการประชุมนี้ และเราได้เห็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างต่อเนื่องของจีนไปเป็นการสนับสนุนภาคเอกชน&rdquo;</p>

<p>ขณะที่เพ่ยเชียน หลิว นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทฟิเดลิตี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า &ldquo;การปรากฏตัวของปธน.สีในการประชุมดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนอย่างมากเกี่ยวกับการสนับสนุนในระดับสูงที่มีต่อบริษัทเอกชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ตลาดกลับมามีมุมมองเชิงบวกอีกครั้งเกี่ยวกับทิศทางการเติบโตในประเทศจีน&rdquo;</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1712696986323 - Copy 1.jpg" style="width: 500px; height: 280px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/2025021845d791f601352f757b8f8a954368021f140030.png' type='image/png' length='551434' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.71 ทรงตัวจากวานนี้ รอปัจจัยใหม่ จับตานโยบายสหรัฐ-ถ้อยแถลงจนท.เฟด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90728</link>
<guid isPermaLink="false">dc38b8804b2a582af6c6497f2cb08eda</guid>
<pubDate>Tue, 18 Feb 2025 13:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.71 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวเท่ากับปิดตลาดช่วงเย็นวานนี้ เนื่องจากเมื่อคืนตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการทำให้ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา โดยตลาดรอดูความเคลื่อนไหวในการดำเนินนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)</strong></h2>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศติดตามทิศทางของเงินทุนต่างประเทศจากนักลงทุนต่างชาติและการค้าทอง</p>

<blockquote>
<p>&ldquo;บาทเปิดตลาดเช้านี้ทรงตัวเท่ากับช่วงเย็นวานนี้ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา&rdquo;</p>
<cite><em>นักบริหารเงิน กล่าว</em></cite></blockquote>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.55 &ndash; 33.85 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>*ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 151.57 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 151.79 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0480 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0473 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.704 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ตลท. เตรียมนัดหารือกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอขอสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษ 2 เรื่อง สำหรับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมในโครงการจัมพ์พลัส คือ ขอยกเว้นกำไรส่วนเพิ่มตลอดในช่วง 3 ปี ของ บจ.ที่เข้าร่วมจัมพ์พลัสกรณี บจ.ที่เสนอแผนเพิ่มมูลค่าบริษัทแล้วสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันจะขอนิรโทษกรรมภาษี สำหรับกรณี บจ.เข้าไปซื้อหรือควบรวมกิจการกับบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯที่อาจมีการทำบัญชีสองเล่ม ไม่ต้องถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังในส่วนที่ไม่ได้รายงานบัญชีเพื่อยื่นเสียภาษีก่อนหน้านี้ เพื่อช่วยลดอุปสรรคและกระตุ้นให้ บจ. กล้าควบรวมกิจการกับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก และทำให้มีการเติบโตได้เร็ว</li>
	<li>รมว.เกษตรและสหกรณ์ คาดว่าในปี 2568 จะส่งออกทุเรียนไปจีนมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งทุเรียนไทยครองส่วนแบ่งตลาดในจีนถึง 57% และผู้บริโภคจีนยังให้การยอมรับทุเรียนไทยมาก</li>
	<li>บีโอไอแจง &ldquo;นิสสัน&rdquo; เดินหน้าลงทุนในไทย ลุยรวมสายการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการต้นทุน และเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่บุกตลาดไฮบริด</li>
	<li>ตลาดเงินนิวยอร์ก-ตลาดทองคำนิวยอร์ก ปิดทำการวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดี</li>
	<li>โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำสิ้นปี 2568 เป็น 3,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิมที่ 2,890 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าความต้องการซื้อทองคำจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง โกลด์แมน แซคส์ ระบุเพิ่มเติมว่า ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านการคลัง อาจกระตุ้นให้เกิดการเก็งกำไรและการไหลเข้าของเงินทุนในกองทุน ETF มากขึ้น ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ อาจทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะธนาคารที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก เพิ่มการซื้อทองคำมากขึ้น</li>
	<li>ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญวันนี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.พ. จากเฟดนิวยอร์ก และ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.พ.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7100929.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าร่วง 23.71 จุด เจอแรงขาย DELTA-AOT กดดัน ซ้ำ GDP ไทย Q4/67 ต่ำคาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90520</link>
<guid isPermaLink="false">e2906aac46e044b3050dc8a615b79842</guid>
<pubDate>Mon, 17 Feb 2025 13:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>SET ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,248.39 จุด ลดลง 23.71 จุด (-1.86%) มูลค่าซื้อขายราว 33,866 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้เปิดร่วงหนักกว่า 2% หลุดแนวรับ 1,250 จุด ทิศทางสวนกับภาพรวมตลาดหุ้นภูมิภาค เผชิญแรงขาย DELTA ฟลอร์-AOT ลงต่อ ประกอบกับ GDP ไตรมาส 4/67 ออกมาต่ำคาดเสี่ยงหั่นคาดการณ์ปี 68 รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบาย &ldquo;ทรัมป์&rdquo; ยัง Overhang คาดแนวโน้มช่วงบ่ายคาดแกว่งแดนลบต่อไป ให้แนวรับ 1,236 จุด (เป็นจุดต่ำสุดของวันนี้) และแนวต้าน 1,250 จุด</strong></h4>

<p>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,248.39 จุด ลดลง 23.71 จุด (-1.86%) มูลค่าซื้อขายราว 33,866 ล้านบาท</p>

<p>การซื้อขายช่วงเช้าร่วงหนักกว่า 2% จากนั้นรีบาวด์ลดช่วงลบลง โดยทำระดับต่ำสุด 1,236.80 จุดนิวโลว์ในรอบ 4 ปี 3 เดือน และทำจุดสูงสุด 1,253.37 จุด</p>

<p>นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล,CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้กระโดดลงไปแรงหลุดแนวรับ 1,250 จุด จากแรงกดดันราคาหุ้น DELTA ลงไปติดฟลอร์ตอบรับงบไตรมาส 4/67 ออกมาต่ำคาดมากและแนวโน้มยังไม่มีความแน่นอน อีกทั้งหุ้น AOT ยังลงต่อจากเมื่อวันศุกร์ ทำให้หุ้นไทยปรับตัวลงลึกกว่า 2% สวนทางกับตลาดหุ้นภูมิภาค</p>

<p>ขณะที่เช้านี้สภาพัฒน์ เปิดเผยตัวเลข GDP ในไตรมาส 4/67 ต่ำกว่าตลาดคาด และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อ GDP ในปี 68 ที่จะถูกปรับลงด้วยก็จะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ นโยบายของรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะขึ้นภาษีนำเข้าคาดประกาศ มี.ค.-เม.ย. ยังมีความไม่แน่นอนก็เป็นเรื่อง Overhang ตลาดอยู่</p>

<p>และ การที่ดัชนี SET หลุดระดับ 1,250 จุด ทำให้ตลาดดูไม่ดีมีความเสี่ยงที่จะปรับลงต่อได้อีก</p>

<p>แนวโน้มตลาดช่วงบ่ายคาดแกว่งตัวในแดนลบอย่างต่อเนื่อง แต่มองว่าหุ้น DELTA น่าจะยืนได้แล้วจากที่รีบาวด์ขึ้นมาได้บ้างจากฟลอร์ แต่ Valuation ยังแพงอยู่ รวมถึงยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือเรื่องที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะปรับปรุงการคำนวนดัชนี SET50 และ SET100 ที่จำกัดน้ำหนักหลักทรัพย์รายตัว (Constituent Stock Weight Capping) เพื่อลดอิทธิพลของหุ้นขนาดใหญ่ต่อดัชนี</p>

<p>พร้อมให้แนวรับที่ 1,236 จุด (เป็นจุดต่ำสุดของวันนี้) แนวต้าน 1,250 จุด</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<p>DELTA มูลค่าการซื้อขาย 6,157.76 ล้านบาท ปิดที่ 84.50 บาท ลดลง 28.50 บาท</p>

<p>AOT มูลค่าการซื้อขาย 5,616.50 ล้านบาท ปิดที่ 43.50 บาท ลดลง 3.50 บาท</p>

<p>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,520.12 ล้านบาท ปิดที่ 297.00 บาท ลดลง 2.00 บาท</p>

<p>CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,121.10 ล้านบาท ปิดที่ 50.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท</p>

<p>GULF มูลค่าการซื้อขาย 976.22 ล้านบาท ปิดที่ 58.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดัชนี SET ต้นภาคเช้ารูดหนักกว่า 35 จุด รับแรงกดดัน DELTA ร่วงติดฟลอร์-GDP ต่ำคาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90518</link>
<guid isPermaLink="false">19de1b9f35687d40a43bd9a4e89a3999</guid>
<pubDate>Mon, 17 Feb 2025 13:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ตลาดหุ้นไทยต้นภาคเช้านี้รูดลงไปลึกกว่า 35 จุด หลังจากเปิดตลาดร่วงไปราว 27 จุด รับแรงขายหุ้นใหญ่จากปัจจัยเฉพาะตัวทั้ง DELTA และ AOT โดยเฉพาะ DELTA ร่วงติดฟลอร์ ประกอบกับ สภาพัฒน์แถลง GDP ไตรมาส 4/67 เติบโตแค่ 3.2% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวังที่ 3.7-4.0%</h2>

<p>เมื่อเวลา 10.01 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,237.10 จุด ลดลง 35.00 จุด (-2.75%)</p>

<p>นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยร่วงแรงจากแรงกดดันหุ้น DELTA ร่วงลงไปติดฟลอร์ราว 33.25 บาท (-29.42%) จากปัจจัยเฉพาะตัวงบไตรมาส 4/67 ต่ำคาดมาก ฉุดดัชนี SET ราว 30 จุด ประกอบกับยังมีแรงขายหุ้น AOT ต่อเนื่องจากวันศุกร์ (14 ก.พ.) ที่กดดันดัชนีต่อ ขณะที่นักลงทุนโยกเงินไปลงทุนหุ้นกลุ่ม GULF, ADVANC รวมถึง PTT</p>

<p>นอกจากนี้ สภาพัฒน์รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 4/67 เติบโต 3.2% ต่ำกว่าตลาดคาด ทำให้สร้างความกังวลว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4/67 น่าจะออกมาโตต่ำกว่าคาด เพราะเศรษฐกิจรวมไม่ได้ดี</p>

<p>ให้แนวรับแรก 1,220 จุด แนวรับหลัก 1,200 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,252 และ 1,270 จุด</p>

<p>ขณะที่ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุว่า GDP ไตรมาส 4/67 ต่ำคาด เสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกลุ่มการเงิน โดยสภาพัฒน์ เผย GDP ไตรมาส 4/67 โต +3.2% จากตลาดคาดโต 3.7-4.0% ทำให้ GDP ปี 67 เติบโตเพียง +2.5% (ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ +2.7%) ขณะที่สภาพัฒน์ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือเติบโต +2.8% (ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ +3.0%)</p>

<p>ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 4 ยังโตแต่โมเมนตัมอ่อนกว่าคาด ทำให้มีความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกำไรกลุ่มสถาบันการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์, กลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มบันเทิง (งบโฆษณา มีความสัมพันธ์กับ GDP) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวเป็นสิ่งที่เราเตือน และแนะนำเชิงกลยุทธ์ให้หาจังหวะขายทำกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.76 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค จับตาตัวเลข GDP ไทยวันนี้-ราคาทอง (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90517</link>
<guid isPermaLink="false">2c6e46fb13c41bbc2340155df46096c2</guid>
<pubDate>Mon, 17 Feb 2025 13:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.76 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจาก ปิดตลาดเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 33.60 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงินภูมิภาคและตลาดโลกที่ดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบ กับค่าเงินสกุลหลัก เนื่องจากตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด โดยอาจเป็นผลจากการค้าทองคำ เนื่องจากราคาปรับตัวลด ลงมามากในช่วงสุดสัปดาห์</strong></h4>

<p>ส่วนปัจจัยในประเทศวันนี้ตลาดรอดูการประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/67 ของสภาพัฒน์ โดยคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก ช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.9% และขยายตัวเพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้า 0.7% โดยตัวเลขที่ออกมาจะมีผลต่อการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)</p>

<p>&ldquo;บาทปรับตัวอ่อนค่าสวนทางกับภูมิภาคและตลาดโลก ซึ่งน่าจะมาจากการค้าทองคำที่ปรับตัวลดลงไปราว 50 ดอลลาร์&rdquo;</p>

<p>นัก บริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.60 &ndash; 33.90 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 151.97 เยน/ดอลลาร์ จากสัปดาห์ก่อนอยู่ที่ระดับ 152.56 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0486 ดอลลาร์/ยูโร จากสัปดาห์ก่อนอยู่ที่ระดับ 1.0477 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.672 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 และ แนวโน้มปี 2568</li>
	<li>สศอ.ลุยปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม มุ่งสู่ &ldquo;ปฏิรูปอุตสาหกรรม&rdquo; ตั้งเป้าดัน GDP ของประเทศโตไม่น้อยกว่า 1% พร้อมชง เข้า ครม. เดือน ก.พ.2568</li>
	<li>รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยใช้ความเชื่อมั่นใน เรื่องของความปลอดภัย เรื่องพีเอ็ม 2.5 เข้ามาเป็นโจทย์ในการแก้ปัญหาและอุปสรรค เมื่อต้นเดือนก.พ.2568 มีโอกาสเดินทางไปเยือน จีนกับคณะของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ใช้โอกาสนั้นพบปะพูดคุยกับภาคเอกชนสายการบิน ซึ่งในวงสนทนาภาคเอกชน ยินดีร่วมกับภาครัฐสนับสนุนการเปิดตลาดใหม่ ๆ</li>
	<li>&ldquo;ทีดีอาร์ไอ&rdquo; ห่วงดีมานต์เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หลังรัฐวางเงื่อนไขดึงการลงทุนขนาดใหญ่ ชี้รายได้หลัก มาจาก กาสิโน &ldquo;นักเศรษฐศาสตร์&rdquo; หนุนพลิก ท่าเรือคลองเตยสู่ &ldquo;เอนเทอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์&rdquo; เชื่อหนุนเศรษฐกิจไทย กระตุ้นลงทุนท่อง เที่ยวเข้าไทยเพิ่ม หวังเป็นโครงการ ที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยระยะข้างหน้า แต่ห่วงแนวคิดตั้ง &ldquo;กาสิโน&rdquo; หวั่นมอมเมาประชาชน แนะ ศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศ ก่อนทำโครงการ</li>
	<li>รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2567 โดยระบุว่า ตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ของญี่ปุ่น ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกัน 3 ไตรมาส และแข็ง แกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 1%</li>
	<li>นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งให้ทีมเศรษฐกิจจัดทำแผนเก็บภาษีตอบโต้กับทุกประเทศที่เก็บภาษีสินค้านำเข้า จากสหรัฐฯ แต่คำสั่งนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดภาษีนำเข้าครั้งใหม่ โฮเวิร์ด ลุตนิก ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากทรัมป์ให้เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์กล่าว ว่า รัฐบาลจะพิจารณาแต่ละประเทศเป็นรายกรณี และคาดว่าการศึกษาในประเด็นนี้จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 เม.ย.</li>
	<li>ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาดัลลัสกล่าวว่า แม้ว่าเงินเฟ้อจะอยู่ใกล้เคียงกับเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่เฟดก็ยังไม่ควรลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นลง</li>
	<li>ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของ เฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.พ. ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน และยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค. รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 28-29 ม.ค.</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 68)&nbsp;</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7100929.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ หลังทำนิวไฮหลายวัน (สพจ.รอ)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90340</link>
<guid isPermaLink="false">e14773477b0275e85684db4428f5cc98</guid>
<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 16:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบในวันนี้ (14 ก.พ.) หลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งทำสถิติใหม่ติดต่อกันหลายวันในสัปดาห์นี้</strong></p>

<p>ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 553.60 จุด ลบ 0.15 จุด หรือ -0.03%</p>

<p>ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ 8,164.62 จุด บวก 0.51 จุด หรือ +0.01% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ 22,526.87 จุด ลบ 85.15 จุด หรือ -0.38%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710738285.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231020d10d3d7d6a5a3c7c02ae909676c89fc4083428.jpg' type='image/jpg' length='186871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าฟื้นตัวรับ “ทรัมป์” เลื่อนใช้มาตรการภาษีตอบโต้ แรงขาย LTF ชะลอรอลุ้นกองใหม่ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90342</link>
<guid isPermaLink="false">cc218c421758788ac5996d4cc620545e</guid>
<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 16:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีฟื้นตัว ได้แรงหนุนหลังจากความกังวลการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐลดลงชั่วคราว เนื่องจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องการใช้ภาษีเท่าเทียม ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในเดือนเม.ย. ปีนี้ ซึ่งเลื่อนออกไปจากเดิมที่ตลาดกังวลว่าจะเกิดเร็วกว่านี้ ทำให้มี Sentiment บวกกับบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคและตลาดหุ้นไทย</strong></h4>

<p>ขณะที่ในประเทศมีสัญญาณที่ดี หลังจากกระทรวงการคลังพิจารณาโยกเงินจากกองทุน LTF ที่ครบอายุมายังกอง ThaiESG กองใหม่ แม้รายละเอียดต้องติดตามต่อ แต่ระยะสั้นเริ่มมีสัญญาณบวกให้เห็นเล็ก ๆ โดยแรงขาย LTF เริ่มชะลอลง ซึ่งเมื่อวานนี้แรงขาย LTF ประมาณ 648 ล้านบาท ลดลงจากต้นสัปดาห์ที่ประมาณ 926 ล้านบาท หากมีความชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้นน่าจะทำให้แรงขาย LTF ค่อย ๆ ลดแรงกดดันลงตามลำดับ นอกจากนี้ช่วงนี้นักลงทุนติดตามการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน</p>

<p>ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยราคาหุ้นปรับลงมาค่อนข้างมากแล้ว และถ้าแรงขาย LTF ลดลง ประกอบกับแรงซื้อต่างชาติระยะหลังเริ่มฟื้นกลับเข้ามามากขึ้น ตลาดน่าจะยืนสร้างฐานสลับฟื้นตัวได้</p>

<p>โดยให้กรอบแนวรับ 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300 จุด</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (13 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,711.43 จุด เพิ่มขึ้น 342.87 จุด หรือ +0.77%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 6,115.07 จุด เพิ่มขึ้น 63.10 จุด หรือ +1.04% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,945.64 จุด เพิ่มขึ้น 295.69 จุด หรือ +1.50%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 39,419.25 จุด ลดลง 42.22 จุด หรือ -0.11%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงที่ระดับ 22,027.07 จุด เพิ่มขึ้น 212.70 จุด หรือ +0.98% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,328.48 จุด ลดลง 4 จุด หรือ -0.12%</p>

<p>&ndash; ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (13 ก.พ.) ที่ 1,284.11 จุด เพิ่มขึ้น 0.14 จุด (+0.01%) มูลค่าซื้อขาย 53,183.40 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (13 ก.พ.) 983.27 ล้านบาท</p>

<p>&ndash; ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค.(13 ก.พ.) ลดลง 8 เซนต์ หรือ 0.11% ปิดที่ 71.29 ดอลลาร์/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (13 ก.พ.) อยู่ที่ 4.31 เหรียญ/บาร์เรล</p>

<p>&ndash; เงินบาทเปิด 33.68 แนวโน้มแกว่ง sideway ทางแข็งค่า จับตาราคาทอง-ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ</p>

<p>&ndash; &ldquo;พิชัย&rdquo; รองนายกฯ และรมว.คลัง เล็งตั้งกอง Thai ESG ใหม่ 2 (Thai ESG 2) รองรับเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF) กว่า 2 แสนล้านบาท จ่อลงทุนหุ้นไทย 100% ถือครอง 5 ปี ด้าน บล.กรุงศรี ย้ำไม่ว่ากองทุน LTF จะถูกนำกลับมาในรูปแบบใด ประเมินว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย</p>

<p>&ndash; &ldquo;ค่ายรถญี่ปุ่น&rdquo; เรียก ความเชื่อมั่นตลาดไทย &ldquo;มาสด้า&rdquo; ประกาศแผนลงทุน 5,000 ล้านบาท ตามมาตรการส่งเสริม HEV/MHEV หนุนไทยฐานผลิตรถยนต์ B-SUV ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคันต่อปี หลังจากมิตซูบิชิ-อีซูซุ-โตโยต้า ทยอยเพิ่มลงทุน &ldquo;คลัง&rdquo; สั่ง บสย.ค้ำประกันเช่าซื้อรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ชง ครม.เห็นชอบใน 4 เดือน ส.อ.ท.คาดหนุนยอดขายกระบะเพิ่มขึ้น 10-15%</p>

<p>&ndash; ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวของตลาดไทยเที่ยวไทย เดือน ก.พ. 68 คาดว่าการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งทางด้านจำนวนและรายได้ โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทย 16.45 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2% ก่อให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 81,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%</p>

<p>&ndash; รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากปัญหาในปัจจุบันการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยเฉพาะรถเชิงพาณิชย์ที่ประชาชนใช้เป็นเครื่องมือในการทำมาหากินนั้นมีการปล่อยสินเชื่อน้อยลง ซึ่งแนวทางที่กำลังพิจารณาในขณะนี้คือให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) อาจเข้ามาช่วยในส่วนนี้ ที่ผ่านมาบสย.จะช่วยค้ำประกันเงินกู้ให้ที่ประมาณ 30% ซึ่งตรงนี้ต้องพิจารณาว่าจะสามารถเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันได้มากน้อยเพียงใด โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอให้กระทรวง การคลังพิจารณา คาดว่าจะเสนอให้ครม.พิจารณาภายใน 4 เดือน</p>

<p>&ndash; อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคว่า เดือน ม.ค.68 ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และสูงสุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่เดือน มิ.ย.67 ส่วนดัชนีการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหลังใหม่ ซื้อรถยนต์ การท่องเที่ยว ก็ดีขึ้นเช่นกัน หลังจากเศรษฐกิจไทยซึมตัวยาวช่วงที่ผ่านมา เพราะไม่มีการใช้งบประมาณภาครัฐมาตั้งแต่เดือน เม.ย.66-เม.ย.67 แต่เมื่อรัฐบาลเริ่มใช้จ่ายเงินงบประมาณ เศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้น แต่ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ช่วงปลายปี ทำให้เศรษฐกิจซึมตัวอีกครั้ง ขณะเดียวกันสถานการณ์ทางการเมืองที่ค่อนข้างนิ่งในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคคลายความกังวลลงได้ แม้การเมืองไทยยังไม่มีเสถียรภาพมากนัก</p>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<p>&ndash; ITC (ทรีนิตี้) &ldquo;ซื้อเก็งกำไร&rdquo; ราคาเป้าหมายเดิม 25.40 บาท อิง EPS 2568F ที่ 1.27 บาท และ P/E ที่ 20x ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของบริษัท โดยบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลรอบ 2H67 ที่ 0.75 บาท คิดเป็น Remaining yield ถึง 4.4% สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/67 ที่ออกมานั้นถือว่าต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ 19% จาก Gross margin ที่อ่อนตัวลง และ SG&amp;A ที่ปรับสูงขึ้น ยังคงคาดการณ์กำไรปี 2568 ที่ 3.8 พันล้านบาท เติบโต 5.9% YoY แต่อาจต้องระวัง Downside จากประเด็นความเสี่ยง Global Minimum Tax ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่</p>

<p>&ndash; CPN (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐานที่ 78.00 บาท เราคงมุมมองเชิงบวกต่อ CPN แผนขยายกิจการที่ค่อนข้างดี ซึ่งจะนำมาซึ่งโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคาหุ้น แม้กำไรในไตรมาส 4/67 จะชะลอตัวลงทั้ง YoYและ QoQคาดธุรกิจหลักไตรมาส 4/2567 ยังคงแข็งแกร่ง ยกเว้นธุรกิจที่อยู่อาศัย แม้ว่าอัตราการเช่าศูนย์การค้าจะลดลงเล็กน้อยเป็น 91% ในไตรมาสนี้ โดย CPN ซื้อขายที่ -1SDV ของ PER ย้อนหลัง 5 ปี และ -2SDV ของ PBV ย้อนหบัง 5 ปีจะดูไม่แพงมากนัก แต่แนวโน้มการเติบโตที่ในระดับปานกลางดังกล่าวที่ประมาณ 3% ในปี 2568-69 และ DY ที่มากกว่า 3%</p>

<p>&ndash; BCP (คิงส์ฟอร์ด) &ldquo;ซื้อเก็งกำไร&rdquo; ราคาเป้าหมาย 41.00 บาท แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/67 จะสามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรสุทธิได้จากที่ขาดทุนในไตรมาส 3/67 หนุนจากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวดีและ crude run ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับธุรกิจการตลาดที่ปริมาณขายน้ำมันและค่าการตลาดต่อลิตรเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล แนวโน้มไตรมาส 1/68 ฝั่งธุรกิจโรงกลั่นจะกลับมาชะลอตัวแต่คาดว่าธุรกิจส่วนอื่น ๆ จะกลับมาฟื้นตัวได้ ทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ในสหรัฐฯ (BCPG) ที่ได้ประโยชน์จากราคาที่ปรับขึ้น OKEA ที่ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น โดยในปี 68 ภาพรวมจากมีการปิดซ่อมโรงกลั่นน้อยลง และยังมีประเด็นบวกในไตรมาส 2/68 จากธุรกิจ SAF ที่จะเริ่มเดินเครื่อง (BCP ร่วมกับ BBGI)</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 33.68 แนวโน้มแกว่ง sideway ทางแข็งค่า จับตาราคาทอง-ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90339</link>
<guid isPermaLink="false">e3b36f6e5e89e728aa6cd7dba38b2eaf</guid>
<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 16:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h4><strong>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.68 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดวันก่อนที่ระดับ 33.80 บาทต่อดอลลาร์</strong></h4>

<p>โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้น ในลักษณะ Sideways Down ตามการพลิกกลับมาอ่อนค่าลง ของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาด ทยอยคลายกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 อย่างการ ขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้ หรือ Reciprocal Tariffs ที่อาจจะยังไม่ได้เริ่มดำเนินการขึ้นภาษีนำเข้าดังกล่าวในทันที จนกว่าจะถึงช่วงเดือน เมษายน</p>

<p>คืนนี้ ตลาดจะรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะยอดค้าปลีก รวมถึงยอดผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือน มกราคม ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 ที่ผ่าน มา</p>

<p>สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท อาจยังไม่สามารถกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องได้ชัดเจน และมีโอกาสที่เงินบาทอาจแกว่งตัวใน กรอบ Sideways ไปก่อนได้ จนกว่าจะเห็นการกลับมาอ่อนค่าลงของเงินบาท จนทะลุโซนแนวต้าน 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีก ครั้ง</p>

<p>&ldquo;เงินบาทได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่า จากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องระวังและติดตามทิศ ทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด โดยต้องติดตามประเด็นความกังวลในตลาดการเงิน เช่น แนวโน้มการดำเนินนโยบายกีด กันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงพัฒนาการของปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ อาจกระทบต่อแนวโน้มราคาทองคำได้&rdquo;</p>

<p>นายพูน คาดวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33.55-33.85 บาท/ดอลลาร์</p>

<p><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></p>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 152.56 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานอยู่ที่ระดับ 154.08 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0460 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานอยู่ที่ระดับ 1.0418 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.895 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>บิ๊กบอส&rsquo;มาสด้า&rsquo;เข้าพบแพทองธาร ลงทุนเพิ่ม 5 พันล้าน จับมือไทยเป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ใช้พลังงานสะอาด ส่งออกขายทั้งในไทยและต่างประเทศ นายกฯโชว์วิชั่นพัฒนาอุตฯไทย ชูกลไก 4GO ดิจิทัล-นวัตกรรม-กรีน-โกลบอล ดึงศักยภาพให้ทั่วโลก ยอมรับ</li>
	<li>รมว.คลัง เปิดเผยว่า คลังกำลังทบทวน ผ่อนปรนเกณฑ์เรื่องการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่มีเงินได้จากต่าง ประเทศ และนำเข้ามาในประเทศไทยใหม่ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนนำเงินลงทุนต่างประเทศ กลับเข้ามาในประเทศเพิ่ม</li>
	<li>&ldquo;คลัง&rdquo; มั่นใจ &ldquo;เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์&rdquo; ช่วยหนุนการท่องเที่ยว ชี้เป็นการท่องเที่ยวลักษณะครอบครัวเชื่อมโยง การท่องเที่ยวในประเทศได้มากขึ้น หนุนปลดล็อกขยายเวลาขายแอลกอฮอล์ หวังกระตุ้น ศก.</li>
	<li>นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในบันทึกของประธานาธิบดี (presidential memorandum) ในวันพฤหัสบดี เพื่อประกาศ แผนการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้กับทุกประเทศที่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ในทันที โดยเจ้าหน้าที่อาวุโส ของทำเนียบขาวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มาตรการดังกล่าวอาจจะมีการบังคับใช้ในอีกไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะที่ทีมเศรษฐกิจ และการค้าของปธน.ทรัมป์กำลังศึกษาในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการค้าทวิภาคี</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนม.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนธ.ค.เช่นกัน ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และหนึ่งในเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จับตาอย่างใกล้ชิด ปรับตัวขึ้น 3.6% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 3.7% ใน เดือนธ.ค.</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 7,000 ราย สู่ระดับ 213,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย</li>
	<li>ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลง นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เลื่อนการ บังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะ สินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs)</li>
	<li>ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐในวันนี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนม.ค., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนม.ค., การผลิตภาค อุตสาหกรรมเดือนม.ค. และ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนธ.ค.</li>
	<li>นักลงทุนพากันเลื่อนคาดการณ์ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้ออกไปเป็นเดือน ก.ย. จากเดิมที่คาดไว้ในเดือนก.ค. และจะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวของเฟดในปีนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงกว่าคาด และประธานเฟด กล่าวย้ำว่า เฟดไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบปรับลดอัตรา ดอกเบี้ย</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402896087.jpg" style="width: 500px; height: 249px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310258cd9dc606b9ce323e0e05d34ad698b49132911.jpg' type='image/jpg' length='281026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดบวก 16.70 ดอลลาร์ รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90338</link>
<guid isPermaLink="false">7f3fa0dba7b07acc7f16b93b0effeb03</guid>
<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 16:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs)</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 16.70 ดอลลาร์ หรือ 0.57% ปิดที่ 2,945.40 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>ทรัมป์ได้ลงนามในบันทึกของประธานาธิบดี (presidential memorandum) ในวันพฤหัสบดี เพื่อประกาศแผนการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้กับทุกประเทศที่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ</p>

<p>ปธน.ทรัมป์ระบุในบันทึกดังกล่าวว่า &ldquo;เป็นเวลาหลายปีที่สหรัฐอเมริกาถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมโดยประเทศคู่ค้า ทั้งมิตรและศัตรู โดยที่ผ่านมานั้น การที่สหรัฐฯ ไม่ได้ใช้มาตรการภาษีตอบโต้ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามูลค่ามหาศาลอย่างต่อเนื่อง&rdquo;</p>

<p>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนม.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนธ.ค.เช่นกัน ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และหนึ่งในเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จับตาอย่างใกล้ชิด ปรับตัวขึ้น 3.6% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 3.7% ในเดือนธ.ค.</p>

<p>การชะลอตัวของดัชนี CPI พื้นฐานส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวลง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาด โดยการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ส่วนการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696402707835.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310167e77c9f1b431b5ee76cb213a98e168ca163244.jpg' type='image/jpg' length='202168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดลบเล็กน้อย หลังสหรัฐฯเลื่อนบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90337</link>
<guid isPermaLink="false">a8e41f44fb039973c1d6d7b2cc89b4f9</guid>
<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 16:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันขยับลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า หลังจากสหรัฐฯ เลื่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ออกไปอย่างน้อยจนถึงเดือนเม.ย.</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 8 เซนต์ หรือ 0.11% ปิดที่ 71.29 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 16 เซนต์ หรือ 0.21% ปิดที่ 75.02 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>ในช่วงแรก ราคาน้ำมันร่วงลงกว่า 1% หลังจากมีรายงานว่ารัสเซียและยูเครนอาจจะทำข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติการทำสงคราม ซึ่งจะทำให้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียสิ้นสุดลง และส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น</p>

<p>แต่ราคาน้ำมันลดช่วงลบ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับทุกประเทศที่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ แต่มาตรการดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะถึงวันที่ 1 เม.ย. โดยปธน.ทรัมป์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐกิจและการค้าศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เพิ่มเติม</p>

<p>ฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Price Futures Group กล่าวว่า การเลื่อนเวลาบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ออกไปจนถึงเดือนเม.ย.สะท้อนให้เห็นว่า สหรัฐฯ จะต้องใช้เวลามากขึ้นในการเจรจาต่อรองกับประเทศคู่ค้า ซึ่งทำให้ตลาดคลายความกังวล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันถูกกดดันจากความกังวลว่าสงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน</p>

<p>นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจายุติสงครามในยูเครน หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ต่างก็แสดงความประสงค์ที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ และปธน.ทรัมป์ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สหรัฐเริ่มกระบวนการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน</p>

<p>ทางด้านปธน.เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนจะไม่ยอมรับการเจรจาทวิภาคีใด ๆ หากยูเครนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย และยังกล่าวด้วยว่า การจัดการประชุมในยูเครนตามรูปแบบของสหรัฐฯ ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน และตามมาด้วยการเจรจากับรัสเซีย</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์จากเงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด แต่ในปท.มีแรงหนุนปรับเกณฑ์ LTF ใหม่ (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90057</link>
<guid isPermaLink="false">864310f51f25921307cfac72c2452fae</guid>
<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 15:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยอาจจะมีแรงกดดันจากการที่รายงานเงินเฟ้อ CPI เดือนม.ค.ของสหรัฐออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อย และถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลาสหรัฐ (เฟด) ต่อสภาครองเกรสที่ยังคงตรึงดอกเบี้ยต่อ ทำให้เป็นปัจจัยที่กดดันต่อตลาดหุ้น</h2>

<p>อย่างไรก็ตามปัจจัยในประเทศจะยังได้ sentiment เชิงบวกหนุนอยู่บ้าง จากข่าวการเตรียมปรับปรุงกองทุน LTF ทำให้แรงขายกองทุน LTF อาจจะชะลอตัวลง และยังมีปัจจัยการเก็งกำไรผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนกลุ่ม Real sector ออกมาหนุนได้ ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เปิดมาบวกและลบสลับกัน</p>

<p>โดยให้แนวต้าน 1,290-1,295 จุด แนวรับ 1,270-1,275 จุด</p>

<p><strong>ประเด็นพิจารณาการลงทุน</strong></p>

<ul>
	<li>ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (12 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,368.56 จุด ลดลง 225.09 จุด หรือ -0.50%, ดัชนี S&amp;P500 ปิดที่ 6,051.97 จุด ลดลง 16.53 จุด หรือ -0.27% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,649.95 จุด เพิ่มขึ้น 6.09 จุด หรือ +0.03%</li>
	<li>ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 39,225.50 จุด เพิ่มขึ้น 261.80 จุด หรือ +0.67% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 21,958.69 จุด เพิ่มขึ้น 100.77 จุด หรือ +0.46% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,343.23 จุด ลดลง 3.16 จุด หรือ -0.09%</li>
	<li>ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (11 ก.พ.) ที่ 1,283.97 จุด เพิ่มขึ้น 13.48 จุด (+1.06%) มูลค่าซื้อขาย 39,035.49 ล้านบาท</li>
	<li>นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (11 ก.พ.) 1,029.52 ล้านบาท</li>
	<li>ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค.(12 ก.พ.)ลดลง 1.95 ดอลลาร์ หรือ 2.66% ปิดที่ 71.37 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (12 ก.พ.) อยู่ที่ 4.07 เหรียญ/บาร์เรล</li>
	<li>เงินบาทเปิด 34.01 แข็งค่าหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด กดดันเฟดชะลอหั่นดบ.</li>
	<li>คลังจับเข่าคุยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางฟื้น &ldquo;กองทุนรวมหุ้นระยะยาว&rdquo; หรือ LTF กลับมาอีกครั้ง เพื่อช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย ลุ้นระยะถือครองไม่เกิน 5 ปี และสิทธิลดหย่อนภาษีไม่ต่างจากเดิม จับตาได้ข้อสรุปในสัปดาห์นี้</li>
	<li>&ldquo;สิริวัฒนภักดี&rdquo; ผนึก &ldquo;โสภณพนิช&rdquo; และ &ldquo;กลุ่มนิคมโรจนะ&rdquo; เปิดตัว &ldquo;อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์&rdquo; นิคมอุตสาหกรรมยักษ์ครบวงจรกว่า 4,600 ไร่ บนพื้นที่ EEC-สนามบินสุวรรณภูมิ ล่าสุดกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์-ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)-ธุรกิจยาและเวชภัณฑ์-ขนส่งและกระจายสินค้า และดาต้าเซ็นเตอร์ เข้าคิวรอเพียบ ฟาก &ldquo;ปณต สิริวัฒนภักดี&rdquo; ย้ำเป็นการเชื่อมต่อทำเลทองสู่มอเตอร์เวย์และท่าเรือแหลมฉบัง เหมาะแก่การขยายฐานธุรกิจในอนาคต</li>
	<li>ครม.ไฟเขียว ลูกหนี้นอนแบงก์ร่วมโครงการ &ldquo;คุณสู้เราช่วย&rdquo; ผ่อน 70% ลดดอก 10% หนี้ต่ำ 5,000 จ่าย 10% ปิดจบทันที พร้อมขยายระยะเวลาเข้าร่วมโครงการถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ ออมสินหนุนซอฟต์โลน 5 หมื่นล้านบาท</li>
	<li>&ldquo;กองทุนประกันสังคม&rdquo; ปรับยุทธศาสตร์พอร์ตลงทุนครั้งใหญ่ เพิ่มลงทุน &ldquo;สินทรัพย์เสี่ยง&rdquo; หลังผลตอบแทนพุ่ง สัดส่วน ต่างประเทศเป็น 40% ในไทย 60% ตั้งเป้ารีเทิร์นปีนี้แตะ 5% รับสนใจลงทุนตลาด &ldquo;สหรัฐ-ยุโรปญี่ปุ่น&rdquo; หวังหนีจุดวิกฤติกองทุนอาจ &ldquo;เซ็ต ซีโร่&rdquo; เหลือเงินศูนย์บาทอีก 30 ปี ด้าน &ldquo;หุ้นไทย&rdquo; ยันไม่ทิ้ง เน้นปรับกลยุทธ์ &ldquo;ซื้อมาขายไป&rdquo; เผยหุ้นตัวไหนมีกำไรขาย-ซื้อใหม่ เพื่อลงทุนที่เหมาะสมกับตลาด</li>
	<li>นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า จากผลสำรวจ &ldquo;ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน ม.ค.2568&rdquo; มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 109 แห่ง พบว่าปีนี้ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่กังวลปัจจัย &ldquo;เศรษฐกิจโลกชะลอตัว&rdquo; โดยอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยมากที่สุด นอกเหนือจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแล้ว ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ยังระบุถึงปัจจัยที่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทย รองลงมาคือ ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าแรง ราคาพลังงาน วัตถุดิบ และการแข่งขันด้านราคา ระหว่างธุรกิจโรงแรมที่รุนแรงขึ้น กดดันต่อการขยายตัวของรายได้ และกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่าคาดการณ์อีกด้วย</li>
</ul>

<p><strong>หุ้นเด่นวันนี้</strong></p>

<ul>
	<li>NSL (ฟินันเซีย ไซรัส) &ldquo;ซื้อ&rdquo; ราคาเป้าหมาย 43 บาท เรายืนยันคาดการณ์กำไรสุทธิ ไตรมาส 4/67 ที่ 146 ลบ. +8% q-q, +43% y-y ทำจุดสูงสุดใหม่ จากรายได้ที่คาดทำ New High เพราะเป็น high season และโตดีทั้งกลุ่มเบเกอรี่ และ NSL brands (BAW และเริ่มรับรู้รายได้ส่งออกน้ำมะพร้าวแล้ว) ส่วนต้นทุนยังทรงตัว และคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง จบปี 2567 คาดกำไรโต +62% y-y และโตต่อเนื่องในปี 2568 อีก +10% y-y รวมถึงยังมี upside จากการรวมธุรกิจน้ำมะพร้าว ดีลจะแล้วเสร็จไตรมาส 2/68 Valuation ยังค่อนข้างถูก โดยเทรด PER เพียง 13.5 เท่า และให้ Dividend Yield ราว 4.2% ต่อปี</li>
	<li>BBL (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 185 บาท ประเมินราคาและ Valuation Laggard กลุ่มธนาคารฯ ราคาหุ้น BBL ยังปรับขึ้นน้อยกว่าหุ้นตัวอื่นในกลุ่มฯ ซึ่งมีแรงเก็งกำไรจากทั้งความคาดหวังการจ่ายปันผลในอัตราที่สูง และวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่ยืดยาวออกไปจากที่คาดไว้เดิม ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ + NIM ของ BBL* ดีขึ้นชัดเจน Valuation ไม่แพง PBV 0.53 เท่า และคาดปันผลสำหรับ 2H67 หุ้นละ 6 บาท (Dividend yield 3.9%)</li>
	<li>TLI (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 13.80 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TLI โดยคาดได้รับประโยชน์เชิงบวกในระยะสั้นจากการปรับเปลี่ยนประกันสุขภาพเป็นแบบ copayment ที่จะเริ่มใช้ในเดือนมีนาคมนี้ซึ่ง TLI มีสัดส่วน rider ประกันสุขภาพราว 10-15%จากการที่ลูกค้ามีการเร่งการซื้อประกันก่อนบังคับใช้กฏใหม่นี้ นอกจากนี้เราคาดบริษัทจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนมาตรฐานบัญชีเป็น TFRS17 ที่เริ่มในปี 2568 นี้ อีกทั้ง TLI ยังเน้นในการขายสินค้าที่มี VONB margin ในระดับสูงและมีการตั้งเป้าหมายการเติบโตของ VONB ในระดับสองหลักอีกด้วย นอกจากนี้มีโอกาสได้รับ sentiment เชิงบวกจากเงินเฟ้อที่ออกมาสูงกว่าคาดของ US ส่งผลให้ Bond yield ปรับตัวขึ้นในระยะสั้นเช่นกัน</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698979368386.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231103416902c3b0f1403397b5ed90b0c3018e094323.jpg' type='image/jpg' length='110324' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หุ้นไทยปิดเช้าบวก 10.88 จุด รับแรงซื้อกลับหลังร่วงแรง-งบบจ.ดีกว่าคาด บ่ายลุ้นยืนเหนือ 1,300 จุด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90056</link>
<guid isPermaLink="false">07fa299f6f63c444863f07594adfd8d3</guid>
<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 15:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2><em><strong>SET ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,294.85 จุด เพิ่มขึ้น 10.88 จุด (+0.85%) มูลค่าซื้อขายราว 26,967 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น รับ sentiment บวกจากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเตรียมปรับปรุง LTF ประกอบกับงบฯบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์ฯคาดไว้ โดยเฉพาะ ADVANC ที่โดดเด่น รวมทั้งปัจจัยต่างประเทศจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐเตรียมเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน แนวโน้มช่วงบ่ายคาดแกว่งตัวแดนบวกต่อ พร้อมให้แนวต้าน 1,305 จุด แนวรับ 1,285 จุด</strong></em></h2>

<ul>
	<li>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,294.85 จุด เพิ่มขึ้น 10.88 จุด (+0.85%) มูลค่าซื้อขายราว 26,967 ล้านบาท</li>
	<li>การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีปรับตัวขึ้นและเคลื่อนไหวแดนบวกตลอดช่วงเช้า โดยทำระดับสูงสุด 1,298.72 จุด และต่ำสุด 1,283.86 จุด</li>
</ul>

<p>นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น โดยที่ยังคงมีปัจจัยหนุนต่อเนื่องมาจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาการปรับปรุงกองทุน LTF ซึ่งเป็นปัจจัยที่หนุนต่อ sentiment ของตลาดหุ้นได้</p>

<p>ขณะเดียวกันเริ่มกระแสเงินทุน (Fund flow) ต่างชาติเริ่มไหลเข้าตลาดหุ้นไทย และการที่ดัชนีปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก ทำให้เริ่มมีการทยอยกลับเข้าซื้อ รวมทั้งการรายงานผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ล่าสุดประกาศงบออกมา 29 บริษัท ดีกว่าคาด 4.9% โดยเฉพาะ ADVANC ซึ่งจะเห็นว่าปรับตัวขึ้นเด่นในวันนี้ รวมทั้งแรงซื้อหุ้น DELTA ที่กลับเข้ามาหนุนดัชนี ส่วนปัจจัยบวกต่างประเทศที่ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นช่วงเช้าที่ผ่านมานี้ มาจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐได้เริ่มมีการเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน กับผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้เป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้น</p>

<p>แนวโน้มช่งบ่ายคาดแกว่งตัวแดนบวกต่อ โดยให้แนวต้าน 1,305 จุด แนวรับ 1,285 จุด</p>

<p><strong>ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์</strong></p>

<ul>
	<li>ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 4,714.14 ล้านบาท ปิดที่ 302.00 บาท เพิ่มขึ้น 18.00 บาท</li>
	<li>KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,441.59 ล้านบาท ปิดที่ 157.00 บาท ลดลง 1.00 บาท</li>
	<li>INTUCH มูลค่าการซื้อขาย 1,330.62 ล้านบาท ปิดที่ 100.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท</li>
	<li>GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,160.04 ล้านบาท ปิดที่ 58.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท</li>
	<li>DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,113.83 ล้านบาท ปิดที่ 117.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1698877501953.jpg" style="width: 500px; height: 276px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231101af6998a9fd0a0b7721b03be44acc1d66172519.jpg' type='image/jpg' length='180150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 34.01 แข็งค่า หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด กดดันเฟดชะลอหั่นดบ. (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90055</link>
<guid isPermaLink="false">04de14bedb1e99735fdec9433c3a4cec</guid>
<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 15:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 34.01 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าจากปิดตลาดเย็นวันอังคารที่ระดับ 34.06 บาท/ดอลลาร์</h3>

<p>เงินบาทเช้านี้แข็งค่าขึ้น เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ตอกย้ำคาดการณ์เรื่องการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ (เฟด) เหลือเพียงครั้งเดียวในช่วงปลายปี 68</p>

<p>ส่วนกระแสเงินทุนระหว่างประเทศ (Flow) จากการค้าทองวันนี้ ไม่น่าจะมีปริมาณมากนัก เนื่องจากสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกเปลี่ยนแปลงไม่มาก</p>

<p>&ldquo;ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา บาทอ่อนค่าอยู่ที่ระดับ 34.20 บาท/ดอลลาร์ ทำให้ตลาดมีแรงเทขายดอลลาร์ทำกำไร ก่อนที่บาทจะปรับลงมาแข็งค่าในช่วงเช้านี้&rdquo; นักบริหารเงิน กล่าว</p>

<p>นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.90 &ndash; 34.20 บาท/ดอลลาร์</p>

<h3><strong>ปัจจัยสำคัญ</strong></h3>

<ul>
	<li>เงินเยน อยู่ที่ระดับ 154.27 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันอังคารที่ระดับ 151.95 เยน/ดอลลาร์</li>
	<li>เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0396 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันอังคารระดับ 1.0318 ดอลลาร์/ยูโร</li>
	<li>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 34.082 บาท/ดอลลาร์</li>
	<li>อสังหาฯ ยื่นข้อเสนอ ธปท. รัฐบาล คลายกฎเหล็ก อัดยาแรง ประคองตลาดปี&rsquo;68 ไม่ให้ทรุดหนัก ชงเลิก LTV 2 ปี ยืดค่าโอน-จำนอง 0.01% อัดซอฟต์โลน ดอกเบี้ยถูก ช่วยคนผ่อนบ้าน ผู้มีรายได้น้อย ขยายเช่า 60 ปี เพิ่มโควต้าซื้อคอนโดเป็น 75% ดูดกำลังซื้อคนรวย ต่างชาติ</li>
	<li>นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน ม.ค.68 พบว่า ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ยังกังวลปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าแรง ราคาพลังงาน และวัตถุดิบ รวมถึงปัจจัยการแข่งขันด้านราคาระหว่างธุรกิจโรงแรม ที่รุนแรงขึ้นกดดันต่อการขยายตัวของรายได้ ขณะเดียวกัน ยังกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่าคาดการณ์</li>
	<li>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานนโยบายการค้ากับสหรัฐ โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการติดตามนโยบายการขึ้นภาษีของสหรัฐอย่างใกล้ชิด โดยเฝ้าระวังปริมาณการนำเข้าและส่งออก สำหรับเตรียมพร้อมและรับมือกับนโยบาย มาตรการทางการค้าใหม่ ๆ ของสหรัฐ เพื่อให้ไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด</li>
	<li>ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกทองคำเดือน ธ.ค.67 มีมูลค่า 445.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.17% แม้ราคาทองคำตลาดโลกจะลดลง แต่ส่งออกได้เพิ่มขึ้น ส่วนยอดรวมปี 67 ส่งออกทองคำมีมูลค่า 8,758.02 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 46.48% หรือกว่า 3 แสนล้านบาท การส่งออกที่เพิ่มขึ้น มีสาเหตุจากภาพรวมราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี 67 ทำให้มีการส่งออกเก็งกำไรเป็นระยะ</li>
	<li>กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการส่งออกข้าวไทยเดือนม.ค. ซึ่งเป็นเดือนแรกของปี 2568 ว่าไทยมีปริมาณส่งออกข้าวรวมทั้งสิ้น 0.74 ล้านตัน ลดลง 22.11% หรือลดลงราว 2.1 แสนตัน จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีปริมาณ 0.95 ล้านตัน มูลค่า 464 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 15,826 ล้านบาท ลดลง 23.31% หรือลดลง 5,139 ล้านบาท จากปีก่อนมีมูลค่า 20,965 ล้านบาท</li>
	<li>รมว.การค้าของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากญี่ปุ่นในอัตรา 25% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการดังกล่าวกับทุกประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้น</li>
	<li>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.9% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.9% ในเดือนธ.ค.</li>
	<li>ดัชนี CPI ที่สูงเกินคาด ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ โดยล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 70% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งลดลงจากระดับ 80% ที่คาดการณ์ไว้ในวันอังคาร</li>
	<li>ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (12 ก.พ.) หลังจากนักลงทุนซึมซับข้อมูลเงินเฟ้อเดือนม.ค.ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงเกินคาด</li>
	<li>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (12 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สูงเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้</li>
	<li>ประธานเฟด ได้แถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (11 ก.พ.) โดยกล่าวว่า เฟดไม่จำเป็นต้องรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำ และอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%</li>
	<li>นักลงทุนจับตามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยล่าสุดมีรายงานว่า ทีมที่ปรึกษาด้านการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งสรุปแผนการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับทุกประเทศที่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ</li>
</ul>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696571009834 - Copy 2.jpg" style="width: 500px; height: 263px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027a718a8e645382a529eaec703aca3a2c7103719.jpg' type='image/jpg' length='332330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทองปิดลบ $3.90 กังวลเฟดชะลอหั่นดบ.หลัง CPI สูงกว่าคาด (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90054</link>
<guid isPermaLink="false">741b80837900be34a6eae9a5e5584371</guid>
<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 15:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (12 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สูงเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 3.90 ดอลลาร์ หรือ -0.13% ปิดที่ 2,928.70 ดอลลาร์/ออนซ์</li>
</ul>

<p>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.9% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.9% ในเดือนธ.ค.</p>

<p>ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.2% ในเดือนธ.ค.</p>

<p>ดัชนี CPI ที่สูงเกินคาดทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ โดยล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 70% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งลดลงจากระดับ 80% ที่คาดการณ์ไว้ในวันอังคาร</p>

<p>เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้แถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (11 ก.พ.) โดยกล่าวว่า เฟดไม่จำเป็นต้องรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำ และอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1697710115063.jpg" style="width: 500px; height: 285px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/20231027d1f3f4890b2a58984f61877112a587c8103324.jpg' type='image/jpg' length='182366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.95 หลังทรัมป์เดินหน้ายุติสงครามในยูเครน (สพจ.รอ.)]]></title>
<link>https://roiet.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/90053</link>
<guid isPermaLink="false">e714515c3d3d80cd39ac23e3490dbeaf</guid>
<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 15:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันพุธ (12 ก.พ.) หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มใช้แนวทางการทูตเพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนตามที่เขาให้คำมั่นสัญญาไว้ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตลาดโลก</h3>

<ul>
	<li>ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.95 ดอลลาร์ หรือ 2.66% ปิดที่ 71.37 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
	<li>ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 1.82 ดอลลาร์ หรือ 2.36% ปิดที่ 75.18 ดอลลาร์/บาร์เรล</li>
</ul>

<p>รายงานระบุว่า ปธน.ทรัมป์ได้หารือทางโทรศัพท์กับปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน ขณะที่สำนักงานของปธน.เซเลนสกียืนยันว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.เซเลนสกีได้สนทนาทางโทรศัพท์เป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง</p>

<p>ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังจาก สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 4.1 ล้านบาร์เรลในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 ก.พ. ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรล</p>

<p>นักลงทุนประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้แถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารว่า เฟดไม่จำเป็นต้องรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%</p>

<p>กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.9% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.9% ในเดือนธ.ค.</p>

<p>ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.2% ในเดือนธ.ค.</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 68)</p>

<p><img alt="" src="https://roiet.moc.go.th/cms/s91/u1232/1696479352200.jpg" style="width: 500px; height: 279px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.moc.go.th/th/file/get/file/202310250237c3de70f1174df4623c9e0280053c132248.jpg' type='image/jpg' length='151216' />
</item>
</channel>
</rss>
